
ปลดล็อกแก้ฮั้ว
พิสูจน์กันมาแล้วหลายครั้งว่า หากการประมูลงานรัฐครั้งไหน มีการกำหนดกรอบกติกาให้เปิดกว้าง
พิสูจน์กันมาแล้วหลายครั้งว่า หากการประมูลงานรัฐครั้งไหน มีการกำหนดกรอบกติกาให้เปิดกว้าง เปิดให้มีการแข่งขันอย่างเสรีเป็นธรรมเมื่อไหร่ การประมูลโครงการรัฐครั้งนั้นจะได้ผู้ชนะประมูลที่เสนอราคาต่ำสมเหตุสมผลกับงาน มีข่าวรั่วไหลทุจริตน้อย เมื่อเป็นเช่นนั้นการที่คณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรือซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ ที่มี นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธาน จะปรับปรุงร่างขอบเขตงาน (Term of Reference : TOR) ให้เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อลดการล็อกสเปกให้กับผู้เข้าประมูลรายใดรายหนึ่ง จึงเป็นแนวคิดที่ควรทำอย่างยิ่ง
ตามที่ซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ เตรียมจะพิจารณาแนวทางในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทางกว่า 9.58 หมื่นล้านบาท ระยะทางรวม 668 กิโลเมตร ที่ผ่านการประมูลไปแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูล ซึ่งหากซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯตัดสินใจปรับปรุงเงื่อนไขทีโออาร์การประมูลโครงการนี้ใหม่จะทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องยกเลิกการประมูลที่ผ่านมา และดำเนินการเปิดประมูลใหม่ตามที่ รฟท.เสนอ 4 แนวทาง เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา หรือจะเป็นแนวทางอื่น
ทั้งนี้ 4 แนวทางที่ รฟท.เสนอให้ซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ เลือกมี 1.ใช้แนวทางเดิมคือ รวมงานโยธา งานระบบรางและงานระบบอาณัติสัญญาณเป็นสัญญาเดียวรวม 5 สัญญา 2.แบ่งสัญญาให้มีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยยังรวมงานโยธา ระบบราง และงานอาณัติสัญญาณไว้ด้วยกัน รวม 10 สัญญา 3 แบ่งสัญญา โดยแยกงานระบบรางและระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธารวม 10 สัญญา และ 4.แบ่งสัญญาโดยแยกงานระบบรางและระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธา และแบ่งงานโยธาให้มีมูลค่า 5,000 ล้านบาท รวม 15 สัญญา
ทางซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นวันที่ 20 มี.ค.นี้ จะสรุปเรื่องเพื่อส่งให้บอร์ด รฟท.นำไปดำเนินการ หากซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ เลือกแนวทางแรกก็คงเดินหน้าการประมูลต่อไปได้เลย แต่หากเลือกแนวทางอื่น หรือเสนอแนวทางใหม่อาจใช้เวลาปรับปรุงทีโออาร์อีก 4-6 เดือน ซึ่งแนวทางในการปรับปรุงซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ บอกแล้วว่า หัวใจของการประมูลคือจะต้องมีการแข่งขันที่เปิดกว้าง เพราะการเปิดกว้างจะทำให้การแข่งขันมีมากขึ้น ราคาประมูลควรจะต่ำลง แต่ก็จะดูปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับราคาโครงการประมูล เช่น ราคาน้ำมันของการประมูลครั้งแรกกับปัจจุบันประกอบด้วย
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดไม่ให้เกิดการล็อกสเปกในกลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญ เช่น ในงานประมูลที่มีการขุดอุโมงค์อาจจะเปิดกว้างให้บริษัทที่มีประสบการณ์ในการขุดอุโมงค์สามารถเป็นพันธมิตรได้กับหลายบริษัท เพื่อให้มีหลายบริษัทเข้ามาแข่งประมูลได้มากขึ้น เพราะบริษัทที่มีผลงานในการขุดอุโมงค์งานของรัฐมีน้อยราย หากกำหนดเงื่อนไขว่าให้จับคู่กับบริษัทอื่นได้เพียงรายเดียว ก็จะทำให้การแข่งขันโครงการที่มีการขุดอุโมงค์มีผู้เข้าแข่งได้เพียง 2-3 ราย หรือการกำหนดผู้ร่วมประมูลต้องมีผลงานมูลค่า 15% ของโครงการ ซึ่ง 5 โครงการมีมูลค่ารวมถึง 9.58 หมื่นล้านบาท ก็จะมีผู้เข้าร่วมประมูลได้น้อย
จากแนวคิดของซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ ในการจะแก้ทีโออาร์ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องดีที่จะได้เห็นว่างานประมูลโครงการก่อสร้างทางรถไฟราคาตามจริงน่าจะอยู่ที่เท่าไร ส่วนต่างจากมูลค่าโครงการที่ผ่านมามีการทุจริตคอร์รัปชั่นมีเงินทอนตกหล่นไปมากน้อยแค่ไหน และทีโออาร์การเปิดประมูลครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการจะใช้เปิดประมูลโครงการของ รฟท.ที่ในปี 2560 นี้จะเปิดประมูลรถไฟทางคู่อีก 7-9 เส้นทาง โดยเตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเดือน พ.ค.นี้ มูลค่าอีกหลายแสนล้านบาท
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงขอให้ซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ วางหลักเกณฑ์ให้รัดกุมเต็มที่ เพื่อแก้การฮั้วประมูลให้ได้มากที่สุด แม้จะไม่มีทางจัดการให้หมดไปได้ ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าทำให้ประเทศประหยัดงบประมาณได้หลายร้อยหลายพันล้านบาทก็เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างยิ่ง งานนี้ต้องจัดหนัก







