
จีนบีบการค้าทางอ้อม กดดันโสมขาวเร่งปรับทัพ
เรื่อง...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์สถานการณ์ทางการเมืองที่ดุเดือดบนคาบสมุทรเกาหลี โดยเฉพาะกรณีที่เกาหลีใต้เดินหน้าการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธอานุภาพสูง THAAD จากสหรัฐ ซึ่งแม้เกาหลีใต้ระบุว่าจุดมุ่งหมายของการติดตั้งคือการป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ แต่การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้จีนอย่างมาก เนื่องจากมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อตนเองด้วย จนนำไปสู่การเปิดสงครามการค้าทางอ้อมด้วยการกดดันบริษัทเกาหลีใต้ในจีนให้ทำธุรกิจยากขึ้น ทำให้เกาหลีใต้ต้องเตรียมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยหันไปพึ่งพากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มากกว่าเดิมแม้จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ โดยเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาการส่งออกสินค้าไปจีนของเกาหลีใต้อยู่ที่ 1.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.37 ล้านล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนถึง 25.1% ของการส่งออกทั้งหมด แต่สถานการณ์ความร้าวฉานล่าสุดนั้น การยึดติดกับตลาดส่งออกใหญ่อย่างจีน ดูจะทำได้ยากยิ่งขึ้นตัวอย่างชัดเจนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการบีบคั้นของจีน คือลอตเต้ กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจครอบครัว(แชโบล) ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งเผชิญการต่อต้านอย่างหนักจากจีนจนต้องประกาศปิดสาขาร้านค้าปลีกแล้วกว่า 40 แห่ง โดยก่อนหน้าน
เรื่อง...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์
สถานการณ์ทางการเมืองที่ดุเดือดบนคาบสมุทรเกาหลี โดยเฉพาะกรณีที่เกาหลีใต้เดินหน้าการติดตั้งระบบ
ต่อต้านขีปนาวุธอานุภาพสูง THAAD จากสหรัฐ ซึ่งแม้เกาหลีใต้ระบุว่าจุดมุ่งหมายของการติดตั้งคือการป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ แต่การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้จีนอย่างมาก เนื่องจากมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อตนเองด้วย จนนำไปสู่การเปิดสงครามการค้าทางอ้อมด้วยการกดดันบริษัทเกาหลีใต้ในจีนให้ทำธุรกิจยากขึ้น ทำให้เกาหลีใต้ต้องเตรียมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยหันไปพึ่งพากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มากกว่าเดิม
แม้จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ โดยเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาการส่งออกสินค้าไปจีนของเกาหลีใต้อยู่ที่ 1.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.37 ล้านล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนถึง 25.1% ของการส่งออกทั้งหมด แต่สถานการณ์ความร้าวฉานล่าสุดนั้น การยึดติดกับตลาดส่งออกใหญ่อย่างจีน ดูจะทำได้ยากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างชัดเจนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการบีบคั้นของจีน คือลอตเต้ กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจครอบครัว(แชโบล) ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งเผชิญการต่อต้านอย่างหนักจากจีนจนต้องประกาศปิดสาขาร้านค้าปลีกแล้วกว่า 40 แห่ง โดยก่อนหน้านี้ เจดีดอทคอม ยักษ์อี-คอมเมิร์ซใหญ่เบอร์ 2 ของจีน ไม่แสดงสินค้าของลอตเต้บนแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้า เช่นเดียวกับร้านค้าปลีกออนไลน์อีกหลายแห่งบอยคอตสินค้าเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ลอตเต้ยังโดนแฮ็กเกอร์จีนโจมตีทางไซเบอร์ด้วย
นอกจากธุรกิจค้าปลีกแล้ว รัฐบาลจีนยังสั่งให้บริษัทท่องเที่ยวหยุดขายโปรแกรมทัวร์ไปเกาหลีใต้นับตั้งแต่วันที่15 มี.ค. ซึ่ง โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป คาดการณ์ว่าอาจทำให้เกาหลีใต้สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.76 แสนล้านบาท) เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนมากถึง 8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 17 ล้านคน ในปี 2016
อย่างไรก็ดี การหันไปพึ่งพาสหรัฐที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ดูเหมือนจะเป็นความหวังอันเลือนรางเช่นกัน เนื่องจากสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แตกต่างจากสหรัฐในอดีต โดยทรัมป์แสดงท่าทีปกป้องการค้าออกมาอย่างชัดเจนและเตรียมลุยเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้สหรัฐมากยิ่งขึ้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวหมายความว่าสหรัฐมีแนวโน้มสูงมากที่จะเพิ่มข้อจำกัดด้านการส่งออกกับประเทศที่เกินดุลการค้า ซึ่งรวมถึงเกาหลีใต้ที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐอยู่ที่ 2.34 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.24 แสนล้านบาท) ในปี 2016
ขณะเดียวกันการโดนสหรัฐขึ้นบัญชีประเทศปั่นค่าเงิน เป็นอีกประเด็นที่เกาหลีใต้กังวลมาโดยตลอด และส่งผลให้ไม่สามารถออกตัวเพิ่มการส่งออกไปสหรัฐได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเกาหลีใต้เข้าข่ายเงื่อนไขประเทศปั่นค่าเงินแล้วถึง 2 ข้อ จากการที่มียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงเกินเกณฑ์ที่ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7 แสนล้านบาท) และมีสัดส่วนเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกือบ 7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ 9.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.41 ล้านล้านบาท) ในปี 2016 สูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าวของสหรัฐที่ 3% ของจีดีพี
สถานการณ์บีบคั้นจากจีนและสหรัฐ ทำให้เกาหลีใต้ต้องหาทางหนีทีไล่ใหม่ซึ่งภูมิภาคที่มีศักยภาพมากพอเป็นตลาดการส่งออกใหญ่คือกลุ่มประเทศอาเซียน โดยสำนักข่าวยอนฮัพรายงานว่าเกาหลีใต้กำลังเร่งเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศอาเซียนเมื่อเดือน ก.พ. โดยกระทรวงการค้าระบุว่า เอฟทีเอช่วยให้การค้าระหว่างเกาหลีใต้และอาเซียนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.19 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.19 ล้านล้านบาท) ในปี 2016 จาก 6.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.18 ล้านล้านบาท) ในปี 2006
นอกเหนือจากการเจรจาเอฟทีเอแล้ว เกาหลีใต้มีแนวโน้มเพิ่มการลงทุนในอาเซียนด้วยเช่นกัน โดย จีงเหวียน นักวิเคราะห์จากธนาคารนาทิซิส เอเชีย คาดการณ์ว่าความตึงเครียดทางการเมืองกับจีนจะทำให้เกาหลีใต้กระจายความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในอาเซียนเนื่องจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและค่าแรงถูก ซึ่งบลูมเบิร์กรายงานอ้างข้อมูลจากธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกเกาหลีใต้ว่า ในปี 2016 การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของเกาหลีใต้(เอฟดีไอ) ในอาเซียนอยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.76 แสนล้านบาท)
ในบรรดาประเทศอาเซียน เวียดนามถือเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่น่าสนใจ เนื่องจากในปี 2016 เวียดนามเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับ 4 ของเกาหลีใต้คิดเป็น 6.6% ของการส่งออกทั้งหมดอยู่ที่ 3.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.15 แสนล้านบาท) ซึ่งจากข้อมูลการส่งออกของเกาหลีใต้ระหว่างปี 2009-2016 สัดส่วนการส่งออกไปเวียดนามเพิ่มขึ้นมาถึง 356.7%
บลูมเบิร์กรายงานว่าเวียดนามถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลกอยู่ที่ 6.21% ในปี 2016 ซึ่งธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะขยายตัว 6.3% ในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากภาคการผลิตที่แข็งแกร่งและการขยายตัวของชนชั้นกลาง
นอกเหนือจากทิศทางเศรษฐกิจที่สดใสของเวียดนาม การบรรลุเอฟทีเอกับเกาหลีใต้เมื่อปี 2015 เปิดทางให้เกาหลีใต้สามารถส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วนเครื่องจักรสำหรับโรงงานผลิตเครื่องนุ่งห่มและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังเวียดนามได้มากขึ้น
ด้าน ชุงชุลจิน นักวิเคราะห์จากสถาบันนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า แม้ประชากรอาเซียนมีสัดส่วนถึง 8% ของประชากรโลก แต่สัดส่วนเศรษฐกิจภูมิภาคกลับเติบโตได้เพียง 3.3% ของขนาดเศรษฐกิจโลก หมายความว่าปัจจัยหนุนการขยายตัวยังไม่เพียงพอและเกาหลีใต้มีโอกาสเข้าไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มศักยภาพการส่งออกไปยังอาเซียนระยะยาว
แม้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนของเกาหลีใต้ไม่ได้สำเร็จโดยง่าย แต่การเริ่มเบนเข็มไปหาภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้นนั้น อาจช่วยให้เกาหลีใต้พอเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตึงเครียดในขณะนี้ได้ในระยะต่อไป







