
สมการ Idea
เคยมีโอกาสได้ยินสมการนี้ไหมครับปัญหา+ความคิดสร้างสรรค์ = นวัตกรรมลองขยายความสมการข้างต้น ถ้าคุณเกิดมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิต แล้วคุณพยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา นวัตกรเขาบอกไว้ว่า นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นการก่อกำเนิดของนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งสินค้าและบริการต่างๆขอลองยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นเมื่อเราถ่ายรูปปัญหาที่เราพบเจอก็มักจะเป็นอาการอยากได้ อยากเห็นภาพที่เราถ่ายในทันที ไอ้เจ้าอาการแบบนี้นี่แหละ เมื่อรวมกันเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มันก็กลายเป็นจุดกำเนิดของนวัตกรรมโพลาลอยด์ กล้องแบบถ่ายปุ๊บ เห็นรูปได้ทันใจและเมื่อผ่านกาลเวลาไปเรื่อยๆ เทคโนโลยีก็ยิ่งพัฒนาต่อยอดขึ้นไป จากกล้องโพลาลอยด์ก็กลายเป็นกล้องดิจิทัลที่ถูกพัฒนาเรื่อยมาจากรุ่นสู่รุ่น จนยุคปัจจุบันนี้กล้องขยับมาเป็นฟังก์ชั่นในโทรศัพท์มือถือที่มีเลนส์ถ่ายภาพคมชัดระดับมืออาชีพ ถ่ายเสร็จแล้วก็สามารถส่งให้เพื่อนดูได้ทันทีทั่วโลกผ่านแอพพลิเคชั่นสารพัน แล้วคุณเคยได้ยินคำกล่าวนี้ไหมครับ“การอยู่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นชินจะทำให้คุณได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ”ตัวอย่างที่ชัดเจนของประโยคข้างต้นนี้ คือที่ม
ปัญหา+ความคิดสร้างสรรค์ = นวัตกรรม
ลองขยายความสมการข้างต้น ถ้าคุณเกิดมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิต แล้วคุณพยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา นวัตกรเขาบอกไว้ว่า นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นการก่อกำเนิดของนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งสินค้าและบริการต่างๆ
ขอลองยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
เมื่อเราถ่ายรูปปัญหาที่เราพบเจอก็มักจะเป็นอาการอยากได้ อยากเห็นภาพที่เราถ่ายในทันที ไอ้เจ้าอาการแบบนี้นี่แหละ เมื่อรวมกันเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มันก็กลายเป็นจุดกำเนิดของนวัตกรรมโพลาลอยด์ กล้องแบบถ่ายปุ๊บ เห็นรูปได้ทันใจ
และเมื่อผ่านกาลเวลาไปเรื่อยๆ เทคโนโลยีก็ยิ่งพัฒนาต่อยอดขึ้นไป จากกล้องโพลาลอยด์ก็กลายเป็นกล้องดิจิทัลที่ถูกพัฒนาเรื่อยมาจากรุ่นสู่รุ่น จนยุคปัจจุบันนี้กล้องขยับมาเป็นฟังก์ชั่นในโทรศัพท์มือถือที่มีเลนส์ถ่ายภาพคมชัดระดับมืออาชีพ ถ่ายเสร็จแล้วก็สามารถส่งให้เพื่อนดูได้ทันทีทั่วโลกผ่านแอพพลิเคชั่นสารพัน
แล้วคุณเคยได้ยินคำกล่าวนี้ไหมครับ
“การอยู่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นชินจะทำให้คุณได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ”
ตัวอย่างที่ชัดเจนของประโยคข้างต้นนี้ คือที่มาของผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Velcro
Velcro คือ แถบผ้าติดหนึบ ที่ชาวไทยเราเรียกกันเป็นชื่อเล่นๆ ว่า “แควกแควก” หรือแถบตีนตุ๊กแก
เจ้าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เกิดขึ้นจากความช่างสังเกตของ George de Mestral นักไต่เขาและนักประดิษฐ์ชาวสวิตเซอร์แลนด์
ย้อนหลังกลับไปในปี ค.ศ. 1948 จอร์ชออกเดินป่าไปตามเส้นทางบนภูเขาแอลป์กับสุนัข คู่ใจ แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่า ชุดเสื้อผ้าและขนสุนัขของเขานั้นมีเมล็ดหญ้าติดอยู่เต็มไปหมด
แถมไอ้เจ้าเมล็ดหนามของหญ้าพวกนี้มันช่างแกะออกยากมากๆ
แทนที่จอร์ชจะก่นด่ากับปัญหาและความวุ่นวาย ขณะที่เขาค่อยๆ นั่งลง แกะเมล็ดหญ้าหนามออกอย่างยากเย็น เขากลับใช้ความคิดสร้างสรรค์ พลิกปัญหาตรงหน้าให้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาได้ ด้วยการตั้งคำถามที่ว่า
“ทำไมเมล็ดหญ้าพวกนี้มันถึงติดผ้าได้แน่นทนนักวะ?”
จอร์ชทดลองแกะเอาเจ้าเมล็ดหญ้าที่ติดมากับกางเกง แล้วลองนำมันไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนพบว่าที่ปลายหนามแหลมของเมล็ดหญ้าเหล่านี้จะมีลักษณะโค้งลงเป็นตะขอ ซึ่งมันยึดติดแน่นกับเส้นใยบนกางเกงผ้าและมันติดแน่นสุดๆ เมื่ออยู่บนขนสุนัข
และเมื่อสมการนี้ทำงาน ปัญหา+ความคิดสร้างสรรค์ = นวัตกรรม
ไอเดียเริ่มต้นของแถบตีนตุ๊กแก Velcro ก็ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้
ในครั้งแรกๆ จอร์ชลองนำเอาไอเดียนี้ไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอ กลับถูกหัวเราะเยาะด้วยความตลก แต่เขาก็ไม่ละความพยายาม จนได้มีโอกาสพบกับช่างทอผ้า ณ เมือง Lyon ประเทศฝรั่งเศส ที่มีความเชื่อว่าไอเดียนี้น่าจะทำให้เป็นจริงได้ และตกลงที่จะทดลองสร้างต้นแบบให้
ช่างทอเริ่มทำงานด้วยเครื่องทอมือขนาดเล็กพิเศษ โดยทอแถบผ้าฝ้ายขึ้นสองชิ้น ชิ้นแรกเป็นแถบผ้าตะขอตัวจิ๋ว อีกชิ้นเป็นแถบผ้าตารางขนาดเล็กกว่า ทว่าเจ้าตีนตุ๊กแกอันแรกๆ ซึ่งทอขึ้นจากฝ้ายนั้น มันใช้งานได้เพียงแค่ไม่กี่ครั้งก็พังเสียหายไป เพราะตะขอใยฝ้ายนั้นมันไม่ทนทานเพียงพอ
จนกระทั่งเกิดวิวัฒนาการการทอเส้นใยไนลอน ด้วยรังสีอินฟราเรด ซึ่งทำให้แถบตีนตุ๊กแก Velcro ถูกพัฒนาไปจนกลายเป็นแถบผ้าไนลอนสองแถบ ด้านหนึ่งเป็นตะขอขนาดจิ๋วนับพันตัว ส่วนแถบด้านตรงข้ามเป็นตารางไนลอนขนาดจิ๋วฟูๆ
เมื่อแถบผ้าสองด้านมาเจอกัน ส่วนที่เป็นตะขอมันจะเกี่ยวเข้ากับตาราง และล็อกติดกันไว้อย่างแน่นสนิทด้วยแรงดึงหลายพันจุด ทนทานกว่าเดิม ด้วยเพราะเป็นเส้นใยไนลอนสังเคราะห์ ที่ช่างเหนียวแน่นแข็งแรงทนทานแบบสุดๆ
กลางปี ค.ศ. 1950 แถบล็อกนี้ก็ถูกพัฒนาจนสำเร็จและปรากฏตัวสู่ท้องตลาด จอร์ชเลือกใช้คำว่า vel จาก “Velvet” (แปลว่ากำมะหยี่) ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าเขาชอบเสียงของคำคำนี้ และเลือกคำว่า cro
ซึ่งจากคำว่า “Crochet” (โครเช) เป็นคำภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลว่าตะขอ
แถบตีนตุ๊กแกนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการแก้ปัญหาสร้างสรรค์การออกแบบด้วยการเรียนรู้เรื่องราวจากธรรมชาติ จนทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นรูปแบบแนวคิดที่เรียกกันแบบวิชาการว่า Biomimetic หรือวิศวกรรมลอกแบบธรรมชาติ
ถึงแม้ว่าเจ้าแถบยึดชนิดใหม่นี้จะไม่สามารถแทนที่ซิปได้อย่างที่คุณจอร์ชคาดการณ์ไว้ แต่มันก็กลายเป็นสิ่งที่ดีไซเนอร์นิยมใช้กับเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ชุดว่ายน้ำ เข็มขัด นาฬิกาข้อมือ แถมยังแพร่หลายไปในวงการอื่นๆ เช่น แถบสายผ้าอ้อม สายคาดแว่นตา สายหมวก ชูชีพ และสิ่งต่างๆ อีกมากมาย
เป็นการตอกย้ำสมการที่ว่า เมื่อปัญหา+ความคิดสร้างสรรค์ มันจะเกิดนวัตกรรมขึ้นมาได้
แต่ถ้าหากว่ายังคิดสร้างสรรค์ไม่ออก หรือเกิดอาการตันขึ้นมาก็ขอให้หยุดนึกถึงเรื่องราวของคุณจอร์ชกับแถบตีนตุ๊กแก Velcro
แล้วลองพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ๆ ก้าวเท้าออกไปพบเจอโลกกว้าง ไปประชันหน้ากับแนวคิด เปิดชีวิตให้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง
แล้วลองนำเอาแรงบันดาลใจใหม่ๆ นั้นมาเชื่อมต่อจุดกับเรื่องเก่าๆ ในอดีตก็น่าจะเป็นอีกวิธีที่ทำให้เกิดประกายไอเดียดีๆ ขึ้นมาได้







