
ส่งโจ๋แสบลงชายแดนใต้
ศธ.ดัดสันดานเด็กยกพวกตีกัน ตื่นสั่งปิดเทคโนฯบางกะปิ7วัน
โพสต์ทูเดย์
— ศธ.ดัดนิสัยอันธพาลอาชีวะ ส่งบำเพ็ญประโยชน์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จะใช้มาตรการเข้มข้นกับบรรดานักเรียนกลุ่มเสี่ยงทั้งระดับอาชีวะและมัธยมที่มีพฤติกรรมชอบก่อเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายผู้อื่น โดยจะส่งตัวไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายชินวรณ์ กล่าวว่า ยืนยันใช้มาตรการนี้อย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทให้ได้ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปศึกษารายละเอียดเพื่อวางแนวทางของกิจกรรม รวมถึงคุณลักษณะของเด็กที่จะถูกคัดมาร่วมกิจกรรมนี้
“
ศธ.จะกลับไปทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม ดูแล และลงโทษเยาวชนที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง โดยจะดูว่ายังมีช่องทางที่จะกำหนดบทลงโทษต่างๆ ให้เหมาะสมอย่างไร เพื่อให้เกิดความตื่นกลัว ไม่กล้ากระทำผิดอีก” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวทั้งนี้ ศธ.ได้มีคำสั่งปิดการเรียนการสอนโรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ 7 วัน หลังพิจารณาแล้วว่าโรงเรียนมีปัญหาทะเลาะวิวาทหลายครั้ง และทำให้เด็กนักเรียนชั้น ป.3 เสียชีวิต หากยังก่อปัญหาซ้ำอีกอาจพิจารณาถึงขั้นตัดเงินอุดหนุนและเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน
ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การส่งกลุ่มเด็กที่ชอบก่อเหตุทะเลาะวิวาทไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีผลเชิงป้องปราม ทำให้เกิดความขยาดกลัวได้ เพราะพื้นที่เสี่ยงอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการวีรบุรุษและคนที่มีความกล้าลงไปทำงานเชิงพัฒนา ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้เหมาะมาก เพราะมีความกล้า มีพลังทำกิจกรรม
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ผลวิจัยของกรมสุขภาพจิต พบว่าปัจจัยเสริมที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่น คือ 1.หากมีการดื่มสุราหรือเสพสารเสพติด จะเพิ่มความเสี่ยงในการใช้ความรุนแรง 220 เท่า 2.ถ้าติดเกมจะเพิ่มความเสี่ยง 3.5 เท่า 3.การนำเสนอความรุนแรงในสื่ออาจทำให้เกิดการเลียนแบบ 2.3 เท่า
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่ 4 พฤติกรรมผู้ใหญ่อาจทำให้เด็กเลียนแบบ 1.7 เท่า และ 5.ครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงและเข้มงวด ส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง 1.3 เท่า







