posttoday
ส่องกล้องเศรษฐกิจไทย เริ่มสดใส...แต่

ส่องกล้องเศรษฐกิจไทย เริ่มสดใส...แต่

07 มีนาคม 2560

ประเด็นที่ผู้คนสนใจในช่วงนี้หากในประเทศไม่พ้นมาตรา 44 กับธรรมกายซึ่งชักเย่อเข้าสัปดาห์ที่สามฟันธงงานนี้ไม่กลับบ้านมือเปล่าเพราะรัฐบาลเดิมพันเต็มตัว

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไท

ประเด็นที่ผู้คนสนใจในช่วงนี้หากในประเทศไม่พ้นมาตรา 44 กับธรรมกายซึ่งชักเย่อเข้าสัปดาห์ที่สามฟันธงงานนี้ไม่กลับบ้านมือเปล่าเพราะรัฐบาลเดิมพันเต็มตัว ส่วนข่าวต่างประเทศเกี่ยวข้องกับวาทกรรมและลีลาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมารายวันสร้างความไม่แน่นอนกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจโลก

ในด้านเศรษฐกิจอาจมองเป็นเรื่องไกลตัวเพราะเป็นพนักงาน ลูกจ้าง ข้าราชการ กินแต่เงินเดือน เศรษฐกิจจะขึ้นหรือจะลงก็ได้สตางค์เท่าเดิม ถึงเศรษฐกิจจะดีก็ไม่ได้รวยขึ้น และหนี้ก็ไม่ได้ลดลงเป็นเรื่องของแต่ละมุมมอง แต่สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจเกี่ยวข้องกับทุกคนเป็นสัญญาณหรือเป็นปัจจัยต่อความมั่นคงในการมีงานทำ ไม่ตกงานหรือยังหางานใหม่ได้ เกี่ยวข้องกับความสามารถในการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และคุณภาพชีวิตในครอบครัว เรื่องเศรษฐกิจเข้าใจยากแต่มีความสำคัญต่อทุกๆ คน

เศรษฐกิจไทยช่วงหลังปีใหม่และตรุษจีนดูเหมือนจะมีสัญญาณที่ดีตัวเลขชี้วัดต่างๆ ขยายตัวโตแบบยกแผง เริ่มจากส่งออกเดือนแรกเอาฤกษ์เอาชัยขยายตัวร้อยละ 8.8 โตต่อเนื่องมา 3-4 เดือน จากก่อนหน้านี้ถดถอยมา 2-3 ปี ในด้านการส่งออกสินค้าเกษตรได้รับอานิสงส์จากราคายางซึ่งกระโดดสูงพรวดพราดทำให้รายได้ภาคเกษตรที่แท้จริงขยายตัวถึงร้อยละ 16.8 ด้านการนำเข้าหลังจากหดตัวมาหลายเดือนกลับมาเป็นบวกส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ม.ค.ขยายตัวร้อยละ 3.3 สูงสุดในรอบ 8 เดือน สัญญาณแสดงถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมาจากตัวเลขการบริโภคและการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ซึ่งเก็บจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ขยายตัวได้ร้อยละ 2.3 แต่ดูว่ายังต่ำไปเพราะรัฐบาลจัดแคมเปญช็อปช่วยชาติในช่วงปีใหม่และกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงตรุษจีน ซึ่งผลออกมาไม่ค่อยดีอย่างที่คาดหวังไว้

ตัวเลขเศรษฐกิจดีๆ คงทำให้รัฐบาลใจชื้น มาจากการขยายตัวของยอดซื้อรถยนต์นั่งในประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวเลขนิ่งมานานจากนโยบายรถคันแรก พอผ่อนหมดรถก็เก่าได้เวลาซื้อรถใหม่เริ่มต้นผ่อนใหม่ทำให้ตัวเลขขายรถดีดตัวสูงถึงร้อยละ 23.5 แม้แต่รถปิกอัพก็ขายดีขยายตัวร้อยละ 4.5 งานนี้อุตสาหกรรมรถยนต์และโชว์รูมขายรถรวมทั้งไฟแนนซ์ต่างรับทรัพย์โดยถ้วนหน้า ส่วนผู้ที่ซื้อแบบเงินผ่อนก็ต้องก้มหน้าก้มตาผ่อนต่อไป

ในด้านภาคท่องเที่ยวไม่กล่าวถึงไม่ได้เพราะโตวันโตคืน ขนาดบ้านเราไม่น่าจะมีอะไรดี เดือน ม.ค.นักท่องเที่ยวสูงถึง 3.2 ล้านคน มูลค่า 1.69 แสนล้านบาท ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 10.3 การท่องเที่ยวของไทยเป็นที่อิจฉาของเพื่อนบ้าน เวียดนามปีที่แล้วทุ่มเงินไปมากมายได้ตัวเลขมา 10 ล้านคน ของไทยปาเข้าไป 33-34 ล้านคน ภาคท่องเที่ยวของไทยหากเอาจริงจังยังไปได้ดีกว่านี้

แต่อย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้นส่องกล้องเศรษฐกิจไทยเริ่มต้นปีได้ดี แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าเพิ่งออกอาการดีใจจนเกินไป เพราะหนทางยังอีกไกลหากดูเนื้อในยังมีความเปราะบาง มีความอ่อนแอเหมือนคนเป็นหวัดหายได้ 2-3 วันกลับมาเป็นใหม่ กลายเป็นหวัดเรื้อรัง “ภาษาเศรษฐกิจเรียกว่าซึมยาว”

ไส้ในของเศรษฐกิจไทยยังไม่น่าไว้ใจส่งออกถึงแม้ขยายตัวได้ดีแต่พอหักส่งออกทองคำและน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งรู้ดีว่ามียักษ์ใหญ่ไม่กี่รายตัวเลขเปอร์เซ็นต์ขยายตัวลดไปเกือบครึ่ง ส่วนส่งออกสินค้าเกษตรมาจากราคายางเป็นหลัก ขณะที่ราคาส่งออกมันสำปะหลังติดลบร้อยละ 11.1 น้ำตาลทรายติดลบร้อยละ 26.3 และข้าวติดลบร้อยละ 20.2 สินค้าเกษตรเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเกษตรกรเกินกว่าร้อยละ 70 ตัวเลขเหล่านี้ขัดแย้งกับตัวเลขรายได้ภาคเกษตรซึ่งดูเหมือนว่าสูงขึ้นคงต้องไปส่องกล้องดูให้ชัดเจน

สิ่งที่น่ากังวลคือภาคเศรษฐกิจจริงเกี่ยวข้องกับเอกชนยังไม่ค่อยขยับตัวโดยเฉพาะการลงทุนยังกู่ไม่กลับเดือนแรกติดลบ 1.4 ภาคการลงทุนของไทยถดถอยต่อเนื่องมา 2-3 ปี ถึงแม้ว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) กลับมาเป็นบวก แต่ทราบว่าเกิดจากการปรับวิธีคำนวณใหม่ การลงทุนของเอกชนคงยังไม่ได้กลับมาได้อย่างรวดเร็วเพราะอัตราการใช้กำลังการผลิตอุตสาหกรรม (CPU) เดือน ม.ค.อยู่ที่ระดับ 60.46% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี เทียบจากเดือน ธ.ค.ถดถอยร้อยละ -2.8 หากเทียบจาก ม.ค. ปี 2559 ถดถอยร้อยละ 4.66 เป็นนัยสำคัญว่าสินค้าคงคลังหรือสต๊อกยังมีมากและกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยังเหลือค่อนข้างสูง

ต้องยอมรับว่าความอ่อนแอของเศรษฐกิจไทยมาจากหนี้สินครัวเรือนซึ่งค่อนข้างสูง คนจนในประเทศนี้ซึ่งจดทะเบียนตามเกณฑ์ของกระทรวงการคลังจำนวน 8.5 ล้านคน และมีอีก 2-3 ล้านคน รอจดทะเบียนรอบใหม่ เอาแค่โครงการแก้หนี้นอกระบบของคนมีรายได้น้อยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการสูงถึง 1.3 ล้านคน การเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0 คงต้องมองคนกลุ่มตกขอบเหล่านี้จะก๊อบปี้ฝรั่งหรือสิงคโปร์มาทั้งดุ้นคงไม่ได้

ประเด็นที่อยากสื่อสารคือแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณที่ดีตรงนี้ไม่เถียง แต่ต้องยอมรับว่าเกิดจากการใช้จ่ายของรัฐ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก เพียงแต่ว่าจะทำได้นานแค่ไหน เศรษฐกิจที่จะมั่นคงต้องโตมาจากเอกชนทั้งด้านลงทุนและการบริโภค แต่ภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกกับความไม่ชัดเจนด้านความปรองดองและภาพความนิ่งและต่อเนื่องทางการเมืองหลังการเลือกตั้งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่น

เอาว่าช่วงนี้เอกชนประคองตัวเอาไว้ให้ได้...อย่าเดี้ยงไปก่อน

ะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท