
Pay All
โดย...รุจิระ บุนนาค ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เกิดธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมากมายและได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการจำนวนมาก เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางโทรศัพท์มือถือ ประเภทสมาร์ทโฟน (Smart Phone) ผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) หรือโปรแกรมประยุกต์ประเภทต่างๆ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เกิดธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมากมายและได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการจำนวนมาก เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางโทรศัพท์มือถือ ประเภทสมาร์ทโฟน (Smart Phone) ผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) หรือโปรแกรมประยุกต์ประเภทต่างๆ
ล่าสุดแอพพลิเคชั่น Pay All ที่กำลังดัง ซึ่งมี ฟิล์ม หรือรัฐภูมิ
โตคงทรัพย์ ดาราชื่อดังเป็นประธานบริหาร (CEO) บริษัท เพย์ ออล กรุ๊ป ที่เป็นผู้ให้บริการ กลับเกิดปัญหาใหญ่ Pay All เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นรายจ่ายด้าน
การศึกษา การคมนาคม ค่าเดินทาง ค่าขนส่งต่างๆ ค่าอินเทอร์เน็ต
ค่าโทรศัพท์ บัตรเครดิต บัตรเงินสด ประกันภัย ประกันชีวิต และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญการใช้จ่ายนั้นๆ ไม่ได้เสียเปล่า แต่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้กลับคืนมาสู่ผู้ใช้บริการด้วย และหากใครสมัครสมาชิก VIP จะมีค่าสมัครปีละ 4,900 บาท โดยจะมีแต้ม (Point) สะสมทุกการใช้จ่าย
ปัญหาของ Pay All เกิดขึ้นเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
(E-Payment) ได้แจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับบริษัท ฐานให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ด้วยการเติมเงินล่วงหน้าและนำไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ประกอบพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ประกอบประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 (การประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์)
การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ของบริษัทดาราชื่อดัง และการให้บริการแอพพลิเคชั่น Pay All ที่ได้ยื่นขออนุญาตต่อ ธปท.เป็นการยื่นผิดประเภท ทาง ธปท.แจ้งให้ดำเนินการยื่นขออนุญาตใหม่แต่ไม่ดำเนินการ ก่อนจะพบว่าบริษัทนี้ได้ดำเนินธุรกิจไปก่อนได้รับอนุญาต หากผิดจริงตามข้อกล่าวหา มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท
นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 เพราะตอนยื่นจดทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นบริษัทขายตรง แต่ได้ดำเนินธุรกิจผิดจากแบบที่แจ้งไว้ จึงถูกทาง สคบ.ดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับ
บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท ประกอบธุรกิจให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) แต่ตามหลักเกณฑ์การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ของ ธปท. ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 200 ล้านบาท ต้องแยกบัญชีเงินลูกค้ากับบัญชีเงินของบริษัท และต้องชี้แจงโครงสร้างองค์กรและแผนธุรกิจชัดเจนในระยะ 3 ปี เป็นต้น ทำให้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่บริษัทในขนาดระดับกลางจะประกอบธุรกิจประเภทนี้
สำหรับลูกค้าและผู้ที่เคยชำระค่าสินค้าผ่าน Pay All จะพบว่าสินค้าที่ร่วมรายการจะมีราคาถูกกว่าตามที่ขายในห้างสรรพสินค้า เมื่อจ่าย
ค่าบริการผ่าน Pay All ซึ่งสามารถชำระได้ตลอดเวลา ผู้ให้บริการจะหักค่าบริการไว้เพียง 5 บาท/ใบเรียกเก็บ 1 ใบ และจะมีแต้มสะสม (Point) เพื่อเอามาแลกเงิน การชวนเพื่อนมาสมัครเป็นสมาชิกจะมีค่าแนะนำสมาชิกให้ ซึ่งการให้บริการแบบนี้เคยมีคนทำธุรกิจก่อนแล้วเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้ทำผ่านแอพพลิเคชั่นแบบ Pay All และจะใกล้เคียงกับแชร์ลูกโซ่ที่มีการแนะนำสมาชิกไปเรื่อยๆ คนที่หาสมาชิกได้มากจะอยู่ในลำดับสูงและจะมีเงินได้จากการแนะนำสมาชิกของคนที่อยู่ลำดับล่างๆ
หากเปรียบเทียบการให้บริการของ Pay All กับการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) จะคล้ายกับรูปแบบอื่นที่มีอยู่แล้ว เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส ซึ่งให้บริการอยู่ในเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา สามารถชำระ
ค่าสินค้าได้เกือบทุกประเภท หรือการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
ที่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ปัจจุบันการใช้จ่ายชำระค่าสินค้า หรือการทำธุรกรรมทางการเงิน
ผู้ใช้บริการต้องการความสะดวกสบาย แอพพลิเคชั่น Pay All ได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายทุกด้าน แต่ที่เป็นปัญหาเพราะผู้ประกอบกิจการไม่ขออนุญาตให้ถูกต้อง ประกอบกับทุนจดทะเบียนที่กฎหมายกำหนดสูงถึง 200 ล้านบาท ทำให้ต้องเลี่ยงไปจดทะเบียนประเภทอื่น
การที่กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ควบคุมธุรกิจประเภท Pay All ถือว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุผล เพราะธุรกิจประเภทนี้เมื่อเปิดดำเนินการ ย่อมต้องให้บริการและเกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก ต้องมีทุนจดทะเบียนสูง เพราะต้องการให้บริษัทหรือผู้ประกอบกิจการมีความมั่นคง ถ้าทุน
จดทะเบียนน้อยเกินไป อาจเป็นเหตุให้เลิกกิจการง่ายเกินไป ทำให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการเดือดร้อนเสียหาย
นอกจากนี้ การที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแยกบัญชีเงินลูกค้า กับเงินบัญชีของบริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการว่า จะมีเงินทุนหมุนเวียนเงินของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการจะไม่หายไปไหน และยังเป็นการป้องกันมิให้ผู้ให้บริการใช้เงินผิดประเภท
ความจริงแล้ว แนวความคิดในการทำธุรกิจ Pay All ของฟิล์ม ถือว่าน่าสนใจและมีวิสัยทัศน์ สมกับที่จบการศึกษาปริญญาตรีทางด้านสื่อดิจิทัล เพียงแต่ว่าไม่ได้ทำตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แม้ว่าฟิล์มจะได้ถ่ายคลิปวิดีโอออกมายอมรับผิดและขอโทษสังคม ยังถือว่าไม่พอ เพราะความผิดทางกฎหมายถือว่า ได้เกิดขึ้นและสำเร็จแล้ว
ฟิล์ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นจะทำธุรกิจแบบเริ่มต้นใหม่ (Start Up) ต้องกลับมาทบทวนและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง คงต้องยอมรับว่าโลกธุรกิจที่เป็นจริงนั้น ลำบากและยุ่งยากกว่าโลกมายามากมายนัก







