posttoday
เปิดแผนลงทุน 5 โครงการในอีอีซี

เปิดแผนลงทุน 5 โครงการในอีอีซี

06 มีนาคม 2560

การลงทุนภายใต้แผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ล่าสุดจะมีการเสนอคณะกรรมการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (ครศ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในเดือน มี.ค.นี้ ให้พิจารณาการใช้พีพีพี ฟาสต์แทร็ก มาเปิดประมูล 5 โครงการเร่งด่วนภายใน 8 เดือนคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ระบุว่า รายละเอียด 5 โครงการหลักที่จะเสนอต่อที่ประชุมดังกล่าว ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งในระยะ 5 ปีแรก จะต้องเพิ่มอัตราการรองรับผู้โดยสารจาก 3 ล้านคน เป็น 15 ล้านคน ก่อนที่จะพัฒนาให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคน ภายใน 15 ปี2.โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง เชื่อมโยงสนามบินพาณิชย์ 3 แห่ง ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา วงเงินลงทุน 1.58 แสนล้านบาท 3.โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท 4.โครงการรถไฟทางคู่ เชื่อมโยงท่าเรือ 3 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสินค้าทางรางวงเงิน 6.43 หมื่นล้านบาท 5.โครงการพัฒนาเมืองใหม่ในพื้นที่ 3 จังหวัด เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐ

การลงทุนภายใต้แผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ล่าสุดจะมีการเสนอคณะกรรมการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (ครศ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในเดือน มี.ค.นี้ ให้พิจารณาการใช้พีพีพี ฟาสต์แทร็ก มาเปิดประมูล 5 โครงการเร่งด่วนภายใน 8 เดือน

คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ระบุว่า รายละเอียด 5 โครงการหลักที่จะเสนอต่อที่ประชุมดังกล่าว ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งในระยะ 5 ปีแรก จะต้องเพิ่มอัตราการรองรับผู้โดยสารจาก 3 ล้านคน เป็น 15 ล้านคน ก่อนที่จะพัฒนาให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคน ภายใน 15 ปี

2.โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง เชื่อมโยงสนามบินพาณิชย์ 3 แห่ง ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา วงเงินลงทุน 1.58 แสนล้านบาท 3.โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท 4.โครงการรถไฟทางคู่ เชื่อมโยงท่าเรือ 3 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสินค้าทางรางวงเงิน 6.43 หมื่นล้านบาท 5.โครงการพัฒนาเมืองใหม่ในพื้นที่ 3 จังหวัด เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งในปีนี้จะต้องได้ข้อสรุปเรื่องพื้นที่และการจัดเรื่องที่ดิน

“ภายใน 5 ปีนี้ สนามบินอู่ตะเภาต้องสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้าน รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวไปพัทยาถึงปีละกว่า 10 ล้านคนอยู่แล้ว และยังเป็นการลดความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองด้วย หมายความว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง ที่จะเชื่อมต่อทั้ง 3 สนามบิน จะต้องเข้าถึงสนามบินอู่ตะเภาโดยทันที และมีการเปิดให้บริการจึงจะทำให้ทั้งโครงการสนามบินอู่ตะเภาและรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง ประสบความสำเร็จไปด้วยกันได้” คณิศ กล่าว

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานผลการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงไทย-ญี่ปุ่น (JLHC) โดยในส่วนของการค้าไทยยืนยันให้ญี่ปุ่นเพิ่มโควตาการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรจากไทยเป็นปีละ 1.2 หมื่นตัน จาก 1,200 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่า และขอให้ญี่ปุ่นเปิดตลาดรับสินค้าเกษตรจากไทยอีก 142 จากไทย และสินค้าอื่น 6 รายการ ที่ไทยจะได้รับ
ผลกระทบจากการที่ญี่ปุ่นปรับปรุงโครงสร้างสิทธิพิเศษทางศุลกากร(จีเอสพี) ซึ่งจะทำให้ไทยไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา)

ขณะที่การลงทุน ไทยเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและโครงการลงทุนในอีอีซี ส่วนการพัฒนาระบบรางได้ขอความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟบางซื่อ เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ของโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่ไทยเชิญชวนให้ญี่ปุ่นเข้ามาพัฒนา ส่วนรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-มาเลเซียนั้น ได้ให้ญี่ปุ่นหารือกับมาเลเซียก่อน ส่วนที่ไทยเร่งรัดญี่ปุ่นมาก คือการจัดทำผลศึกษาโครงการรถไฟขนส่งสินค้าทางระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ หรือ SEC ให้เสร็จโดยเร็ว รวมทั้งเน้นย้ำให้ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก หรือ EWEC

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท