posttoday
ปฏิบัติการล่า...รัฐวิสาหกิจ

ปฏิบัติการล่า...รัฐวิสาหกิจ

07 กันยายน 2553

แม้จะพูดไม่ได้เต็มปากว่า การผลักดันรัฐวิสาหกิจและบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ เกิดจากการที่รัฐบาลต้องการรายได้เข้ากระเป๋า

แม้จะพูดไม่ได้เต็มปากว่า การผลักดันรัฐวิสาหกิจและบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ เกิดจากการที่รัฐบาลต้องการรายได้เข้ากระเป๋า

โดย....ทีมข่าวการเงิน

 

ปฏิบัติการล่า...รัฐวิสาหกิจ

แต่เมื่อตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ จะพบว่ามีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลจนต้องกลืนน้ำลาย

เมื่อรัฐวิสาหกิจทั้งระบบกว่า 50 แห่ง มีสินทรัพย์กว่า 6 ล้านล้านบาท ขณะที่รายได้ใกล้จะทะลุ 3 ล้านล้านบาทต่อปี และมีกำไรสุทธิกว่า 2 แสนล้านบาท

แปลความได้ว่า สินทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจมีมูลค่าถึง 2 ใน 3 ของจีดีพีของประเทศ!!!

ลำพังการแปรรูปบริษัท ปตท. และ อสมท เคยทำให้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีเงินรายได้เข้ามาบริหารประเทศแบบเป็นกอบเป็นกำ

แต่สินทรัพย์ของทั้งสองรัฐวิสาหกิจที่กลายเป็นบริษัทมหาชนไปแล้ว รวมกันยังอาจถือเป็นแค่น้ำจิ้มของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่อีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้แปรรูปอยู่ในขณะนี้

โดยจากการจุดพลุของ สุภา ปิยะจิตติ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ระบุชัดเจนว่า รัฐวิสาหกิจหลายแห่งมีความจำเป็นต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนหมุนเวียนใช้ในการดำเนินงานให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้

โดยพุ่งเป้าไปที่บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม เพื่อระดมทุนแข่งขันกับเอกชนที่ลงทุนโครงการโทรศัพท์มือถือระบบ 3จี

เพราะหากยังเพิ่มแต่รายได้สัมปทานเพียงอย่างเดียวต่อไป บริษัทโทรคมนาคมทั้งสองแห่งจะประสบปัญหาการเงินอย่างแน่นอน

เนื่องจากเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับทีโอทีและ กสทฯ เมื่อได้รับใบอนุญาต 3จี จะโอนลูกค้าที่อยู่ในสัมปทานใหม่หมด

เช่น กรณีของบริษัท เอไอเอส คู่สัญญากับทีโอที ที่เหลืออายุสัมปทานมือถือในอีก 5 ปีข้างหน้า

ซึ่งเมื่อครบกำหนด เอไอเอสต้องคืนสินทรัพย์ให้กับทีโอทีทั้งหมด แต่ปัญหาก็คือ ทีโอทีจะได้แต่เสาโทรศัพท์ ไม่ได้ลูกค้าและพัฒนาการตลาดเองก็ไม่เป็น

เมื่อลูกค้าระดับกระเป๋าหนักของเอไอเอสจะโอนพอร์ตของตัวเองเข้าไปอยู่ในระบบ 3จี ที่เอไอเอสได้ใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กันหมดเกลี้ยง

สิ่งที่ทีโอทีได้ คือ ลูกค้าในต่างจังหวัดที่ไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านมือถือ

ดังนั้น ทีโอทีจึงมีความจำเป็นต้องมีเงินมหาศาลในการพัฒนาระบบ 3จี ของตัวเอง ซึ่งมีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว แต่อาจต้องใช้เงินทุนสูง

ถ้ารัฐบาลรับภาระก็จะกลายเป็นหนี้สาธารณะ ทั้งๆ ที่ทีโอทีมีศักยภาพในการระดมทุนอย่างล้นเหลือ

โดยหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2553 จำนวน 4,202,410 ล้านบาท คิดเป็น 43.19% ของจีดีพี เป็นหนี้รัฐวิสาหกิจถึง 1,095,341 ล้านบาท

ดังนั้น การเข้าตลาดหุ้นคือวิธีการระดมทุนที่มีต้นทุนต่ำและโปร่งใส เพราะมีผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการในการกำกับดูแลกิจการ

กรณีของ ปตท. คือตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด เพราะวันนี้พนักงานของ ปตท. ส่วนใหญ่ยืนยันว่าไม่อยากกลับไปเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเหมือนเมื่อกว่าสิบปีก่อน

อย่างไรก็ตาม สคร. ต้องเจอปัญหาหนัก เมื่อสหภาพแรงงานของทีโอทีและ กสทฯ อาจจะต่อต้าน

เพราะพนักงานเชื่อฝังหัวว่า การแปรรูปจะนำไปสู่การเปลี่ยนมือของผู้ถือหุ้นภาครัฐไปเป็นเอกชน

แม้รัฐบาลยังถือหุ้นใหญ่ แต่อำนาจในการต่อรองจะลดน้อยลง โอกาสที่พนักงานจะถูกปลดระวางออกไปน่าจะมีสูงมาก

ที่สุดแล้วกระทรวงการคลังน่าจะถูกต่อต้านอย่างหนัก หากนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ก็ต้องสะบักสะบอมพอสมควร

นอกเหนือจากทีโอทีและ กสทฯ ที่ต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ยังมีอีกหลายแห่งที่ควรเข้าตลาดหลักทรัพย์

ตามมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเดิม กำหนดให้ผลักดันบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเข้าตลาดหุ้น

อาทิ บริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัทลูกของ ปตท. และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

ที่ผ่านมา สคร. ได้เรียกรัฐวิสาหกิจกว่า 10 บริษัทมาหารือ แต่มีเพียงบริษัท กรุงไทยแอกซ่า ประกันชีวิต เท่านั้น ที่ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ และรอให้ธนาคารกรุงไทย ผู้ถือหุ้นใหญ่เห็นชอบ

ส่วนบริษัทอื่นที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา อาทิ บริษัทลูกขององค์การเภสัชกรรม ที่ทำเรื่องสมุนไพร บริษัทผลิตกระแสไฟฟ้าให้การท่าอากาศยาน

เกมไล่ล่ารัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้น จึงดูเหมือนจะเกมที่ไม่ง่ายสำหรับรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

แต่ถ้าผ่านขั้นตอนของการไฟเขียวจากสหภาพรัฐวิสาหกิจไปได้ ขั้นตอนต่อไปก็คงไม่ยากสำหรับ รมว.คลัง ที่ชื่อ กรณ์ จาติกวณิช ซึ่งมีดีกรีเป็นอดีตวาณิชธนกรชั้นเลิศ

แน่นอนว่า ช่วงเวลาหลังจากนี้คงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพราะการเมืองยังไม่นิ่ง ขืนเล่นเอาล่อเอาเถิดกับบรรดาสหภาพรัฐวิสาหกิจไป มีหวังรัฐบาลจะถูกขย่มเอาง่ายๆ

เพราะแม้แต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ว่าแน่ๆ ยังเคยหงายเก๋งในการแปรรูป กฟผ. มาแล้ว

แต่หากมีการเลือกตั้งใหม่แล้วรัฐบาลอภิสิทธิ์สามารถกลับเข้ามาบริหารได้

แน่นอนว่า อำนาจในการตัดสินใจจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ และรัฐวิสาหกิจก็คงไม่สามารถขัดขืนอาณัติของประชาชน

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจจะเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่พลิกโฉมประเทศไทย!!!

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ