
ส.ว.เอือมงบฯ2554หวั่นทุจริต-สร้างหนี้หัวโต
การอภิปรายที่เกิดขึ้นสมาชิกส่วนใหญ่ได้อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณปีนี้ เป็นการจัดงบประมาณที่สูงสุดในประวัติการ....
การอภิปรายที่เกิดขึ้นสมาชิกส่วนใหญ่ได้อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณปีนี้ เป็นการจัดงบประมาณที่สูงสุดในประวัติการ....
โดย....ชลธิชา เหลิมทอง
การประชุมวุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ที่ได้รับจัดสรรจำนวน 2.07 ล้านล้านบาท ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดยสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีการตีรวนเหมือนการอภิปรายในสภาล่างแต่อย่างใด “โพสต์ทูเดย์” ขอประมวลภาพรวมการอภิปรายโดยสรุปดังนี้
การอภิปรายที่เกิดขึ้นสมาชิกส่วนใหญ่ได้อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณปีนี้ เป็นการจัดงบประมาณที่สูงสุดในประวัติการ ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ได้อภิปรายฝากความหวังไว้ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ชื่อว่าเป็นผู้ที่มือสะอาดที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดินเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา จนสามารถเรียกได้ว่า Mr.Clean แต่ความสะอาดของนายกฯจะไม่มีประโยชน์เลยถ้านายกฯ เมินเฉยต่อการคอรัปชั่นที่เกิดจากพรรคร่วมรัฐบาลที่เกิดขึ้น
โดย “ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธุ์” ส.ว.ขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหาการโกงกินในรัฐบาลชุดนี้ สัมผัสได้และน่าเกลียด คนที่ทำกำลังได้ใจ เพราะมีนายกรัฐมนตรีที่ใสสะอาดคอยคุ้มครองสิ่งที่เน่าเหม็นอยู่ ซึ่งหากนายกฯปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จะทำให้กฎเหล็ก 9 ข้อของรัฐบาลขึ้นสนิมและกลายเป็นเศษเหล็กในที่สุด เพราะฉะนั้น เลิกยืมจมูกคนอื่นหายใจได้แล้ว
เช่นเดียวกับ “สมชาย แสวงการ” ส.ว. สรรหา และ พล.ต.ท. พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ส.ว.อุดรธานี ต่างเรียกร้องให้นายอภิสิทธ์ เลิกเกรงใจพรรคร่วม เพราะนายกฯยังมีอนาคตการเมืองอีกยาวไกล และ สามารถเลือกทาง เป็นรัฐบุรุษได้ โดย นายกฯเป็น นายสะอาดคนเดียวไม่พอ เพราะคนรอบข้างอาจจะไปทำการทุจริต จนมีการกล่าวหากันว่า กู้มาเพื่อโกง นายกฯจะปิดตาไว้ข้างเดียวไม่ได้ ตรงกันข้ามต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องการรั่วไหลของงบประมาณ หรือ ที่เรียกว่าการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง เพราะมีข้อมูลจาก ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุด ระบุว่า ขณะที่มีการคอรัปชั่นสูงถึง 30% ของงบประมาณทั้งหมด หากปล่อยไว้จะเพิ่มขึ้นถึง 50%ได้ และการจัดงบประมาณในลักษณะนี้เป็นการจัดงบเพื่อรองรับการเลือกตั้งในปี 2554 มากกว่าที่จะเน้นแก้ปัญหาให้กับประชาชน
นอกจากนี้ที่ประชุมได้เสนอว่าควรมีการบูรณาการทางงบประมาณให้เป็นเอกภาพด้วยการเอาภารกิจเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เอาหน่วยงานเป็นที่ตั้งแบบที่ผ่านมา เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดการสร้างอาณาจักรของตัวเอง จนไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆให้ประชาชนได้ โดย “สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์” ส.ว. นครราชศรีมา ได้ฉายภาพเรื่องนี้อย่างน่าสนใจว่า อย่างเช่น เรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ที่หน่วยงานต่างๆ ได้ตั้งงบกันอย่างสนุกสนาน แต่กลับไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้เลย
ซึ่งเรื่องปัญหาเรื่องชายแดนภาคใต้เป็นประเด็นสำคัญที่สมาชิกได้พูดกันอย่างกว้างขวาง โดย “อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์” ส.ว.สรร หา ที่ตอกย้ำการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลชุดต่างๆที่ผ่านมาตลอดเวลา 6 ปี ซึ่งใช้งบประมาณไปกว่า 1.2แสนบาท ถือว่าไร้ยุทธศาสตร์ เพราะยังไม่สามารถยับยั้งการฆ่ารายวันได้ ดังนั้น รัฐบาลต้องหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวใหม่ โดยต้องเชื่อมโยงทั้ง คนไทย 64 ล้านคนกับประเทศมุสลิมในโลก และให้ความยุติธรรมกับคนในพื้นที่มากกว่านี้เพื่อนำสันติสุขคืนมา
อีกหนึ่งประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากที่สุดในการอภิปรายวันนี้คือ การตั้งงบประมาณที่สูงถึง 2.07 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยต้องกู้เงินสูงถึง 4.2 แสนล้านบาท ทำให้หนี้สาธารณะสูงถึง 52 % ของจีดีพี หรือประมาณ 4.5ล้านล้านบาท และหากต้องใช้ดอกเบี้ย 3% ต้องเสียเงินเฉพาะดอกเบี้ยถึงปีละกว่าแสนล้านบาท แต่รัฐบาลกลับกำหนดการ ใช้หนี้ไว้เพียง 3.2หมื่นล้าน ทำให้ ส.ว.ตั้งคำถามว่า รัฐบาลจะใช้เวลากี่ร้อยปีในการใช้หนี้ และการหาแผนการการใช้หนี้ไว้อย่างไรบ้าง ไม่เช่นนั้นภาระหนักตกอยู่กับประชาชนแน่
เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการอภิปรายในรอบวันนี้เท่านั้น ทั้งนี้ “อภิสิทธิ์” ชี้แจงเหมือนกับที่เคยชี้แจงในหลายเวที่ว่า ไม่เคยนิ่งนอนใจกับเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น ตรงกันข้ามกลับมีการตรวจสอบตลอดแต่ก็มีความยากลำบากในการยืนยันข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตราบใดที่ตัวเองยังอยู่จะไม่มีการอุ้มชูในเรื่องที่ผิดเด็ดขาด
ดังนั้น ต้องติดตามว่า การอภิปรายในวันที่ 7 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายจะมีบทสรุปอย่างไร ส.ว.จะเห็นชอบ ร่างพรบ.ฉบับนี้หรือไม่ นายกฯจะสร้างความไว้วางใจให้กับส.ว.ได้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ “คำนูณ สิทธิสมาน” ส.ว. สรรหา ประกาศกลางสภาแล้วว่า จะไม่รับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะนายกฯ ไม่สามารถยุติการเมืองที่ล้มเหลวตามที่เคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2551 ได้







