posttoday
RCEP ปิดดีลยาก  คุยภาษี-บริการไม่ลงตัว

RCEP ปิดดีลยาก คุยภาษี-บริการไม่ลงตัว

28 กุมภาพันธ์ 2560

หลังจากที่ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี)

โดย...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์ 

หลังจากที่ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) แทบจะเป็นหมันไปเพราะการถอนตัวของสหรัฐ จนทำให้หลายประเทศเอเชียออกมาส่งสัญญาณเร่งเดินหน้าการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในภูมิภาค (อาร์เซ็ป) 16 ประเทศ ที่มีจีนเป็นแกนนำ ที่ประชุมนี้ก็ได้กลับมาเปิดฉากขึ้นอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วันที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นการตั้งโต๊ะพูดคุยกันครั้งแรกในปีนี้

แม้หลายประเทศจะออกตัวหนุนให้มีการบรรลุข้อตกลงอาร์เซ็ปโดยเร็ว หลังการเจรจายืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2013 แต่ความแตกต่างทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกถือเป็นอุปสรรคใหญ่ ทำให้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับลดภาษีนำเข้า การเปิดเสรีภาคบริการ รวมถึงประเด็นด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งล้วนเป็นประเด็นละเอียดอ่อน และหากไม่มีการเจรจาที่ครอบคลุมและชัดเจนพอ อาจส่งผลให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกที่ยิ่งกว้างออกไปอีก เมื่อมีการบังคับใช้ข้อตกลงจริง

สำหรับประเด็นที่มีการถกเถียงมาอย่างยาวนานคงหนีไม่พ้นเรื่องการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าและบริการ ซึ่งบรรดาประเทศสมาชิกมุ่งตั้งข้อตกลงดังกล่าวร่วมกันให้ครอบคลุม 15 ภาคส่วน โดยในการเจรจาเมื่อปีที่ผ่านมา สมาชิกอาร์เซ็ปเห็นพ้องลดอัตราภาษีลง 65% อีกทั้งยังมุ่งลดอัตราภาษีให้ได้ 80% ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ดี ความมุ่งหมายในการหั่นภาษีนำเข้าถึง 80% นั้น สร้างความวิตกให้กับอินเดีย เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะทำให้สินค้าราคาถูกจากจีนไหลทะลักเข้าประเทศ ซึ่งจะบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจภายในประเทศ โดยเมื่อปีงบประมาณ 2015-2016 ที่ผ่านมา จีนส่งออกสินค้ามายังอินเดียถึง 6.17 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.15 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าที่อินเดียส่งออกสินค้าไปจีนเพียง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.13 แสนล้านบาท) 

ด้วยเหตุนี้ อินเดียจึงเสนอแผนการปรับลดภาษี 3 รูปแบบ ซึ่งหั่นภาษีนำเข้าจากประเทศอาเซียน 10 ประเทศที่ 80% ลดภาษีให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ 65% ขณะที่จีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ได้ส่วนลดภาษีน้อยที่สุดที่ 42.5% ทว่า แผนเก็บภาษี 3 รูปแบบของอินเดียก็ต้องสะดุดลง เนื่องจากจีนและญี่ปุ่นแสดงความ
ไม่พอใจ ขณะที่กลุ่มประเทศอาเซียนได้ยื่นเอกสารร่วมกันว่าต้องการสนับสนุนการปรับลดภาษีที่อัตราเดียวกันในการประชุมเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว

นอกเหนือจากเรื่องอัตราภาษีแล้ว การเจรจาประเภทสินค้าที่ต้องการให้ปรับลดภาษีก็ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร โดยบลูมเบิร์กรายงานอ้าง อิมาน ปัมบักโย หัวหน้าผู้แทนเจรจาการค้าของอาร์เซ็ป ว่า ล่าสุดนั้น ประเทศผู้เข้าร่วมเจรจาเห็นพ้องเกี่ยวกับอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าเพียง 700 รายการ จาก 5,000 รายการตามเป้าหมายข้อตกลง

ขณะเดียวกัน การเปิดเสรีภาคบริการถือเป็นความวิตกใหญ่สำหรับประเทศอาเซียน เนื่องจากหวั่นเกรงว่าแรงงานทักษะสูงจากต่างชาติ โดยเฉพาะอินเดีย อาจเข้ามาแย่งงานประชาชนในภาคบริการ

ในช่วงที่ผ่านมา อินเดียพยายามผลักดันความก้าวหน้าของประเด็นการขยายขอบเขตภาคบริการ หรือ Mode 4 มาโดยตลอด ซึ่งล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลีย โดยอินเดียอ้างเหตุผลว่า หากไม่มีการเปิดให้แรงงานในภาคส่วนดังกล่าว โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยี เดินทางไปทำงานทั่วภูมิภาคได้อย่างอิสระ การเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในประเทศอาร์เซ็ปอาจดำเนินการได้ยาก

ภาคบริการนั้นมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจอินเดีย เนื่องจากคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอินเดีย และอินเดียมีแนวโน้มรุกเจรจาประเด็นการเปิดเสรีภาคบริการมากยิ่งขึ้นในการประชุมครั้งนี้ หลังแผนกีดกันชาวต่างชาติของสหรัฐคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อชาวอินเดียจำนวนมาก ที่เข้าไปทำงานในภาคเทคโนโลยี

ทั้งนี้ การเจรจาการหั่นภาษีที่อัตราเดียวกัน และเปิดกว้างภาคบริการยังคงไม่ลงตัว เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เมื่อพิจารณากฎระเบียบและความแตกต่างทางเศรษฐกิจของสมาชิกอาร์เซ็ป ตั้งแต่ประเทศเศรษฐกิจใหญ่อย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไปจนถึงประเทศอาเซียนที่ยังไม่ร่ำรวยมากนัก เช่น
เมียนมา และลาว

ประเด็นความแตกต่างทางเศรษฐกิจสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน จากเสียงคัดค้านความพยายามผลักดันเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาโดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อเพิ่มการคุ้มครองเรื่องลิขสิทธิ์และปกป้องผลกำไรของธุรกิจยาภายในประเทศ เนื่องจากหลายฝ่ายวิตกว่าจะทำให้บรรดาประเทศกำลังพัฒนาในอาร์เซ็ปเข้าถึงยาราคาถูกได้ยากขึ้น ซึ่งอาจก่อวิกฤตด้านบริการสุขภาพขึ้นในอนาคต

การบรรลุข้อตกลงอาร์เซ็ปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสามารถหาข้อตกลงที่เหมาะสมกับสมาชิกทั้งหมด 16 ประเทศ ซึ่งก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น แต่ละประเทศควรต้องปฏิรูประเบียบบังคับร่วมกัน ขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงต้องปฏิบัติต่อบริษัทต่างชาติอย่างเท่าเทียมกันเสียก่อน เพื่อป้องกันช่องว่างเศรษฐกิจถ่างกว้างยิ่งขึ้น จากการที่สมาชิกอาร์เซ็ปแต่ละประเทศได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันมากเกินไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท