
แมวบ้า
แถวบ้านผมมีแมวอยู่ตัวหนึ่ง มันมักถูกขนานนามจากผู้คนแถวนั้นว่าเป็น “แมวบ้า” เนื่องจากวิถีชีวิตของมันนั้น
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
แถวบ้านผมมีแมวอยู่ตัวหนึ่ง มันมักถูกขนานนามจากผู้คนแถวนั้นว่าเป็น “แมวบ้า” เนื่องจากวิถีชีวิตของมันนั้นดูจะแตกต่างจากแมวทั่วๆ ไปอยู่มาก
ผมขอเรียกมันว่า “เจ้าโต” แล้วกัน อันเนื่องมาจากมันมีหัวอันใหญ่โต ดูผิดส่วนกับร่างกายของมัน หัวขนาดใหญ่ของโตทำให้มันดูเด่นจากแมวทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะใครต่อใครสามารถมองเห็นมันได้แต่ไกล และจำได้ทันทีว่านั่นคือเจ้าโตแมวบ้าประจำซอย
โตเป็นแมวเร่ร่อนตัวผู้ อาศัยอยู่หน้าร้านเซเว่นปากซอยแห่งหนึ่งร่วมกับเพื่อนแมวอีกราว 4-5 ตัวที่มักวนเวียนมานั่งๆ นอนๆ ครางเหมียวๆ ออดอ้อนผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ซึ่งทำให้พวกมันได้รับรางวัลตอบแทนความน่ารักเป็นไส้กรอกบ้าง หมูปิ้งบ้าง ข้าวคลุกปลากระป๋องบ้าง ตามแต่ชาวบ้านจะเมตตา
ขณะที่แมวตัวอื่นมักจะร้องเหมียวๆ พร้อมส่งสายอาลัยอาวรณ์เต็มสูบ และพยายามเดินมาคลอเคลียกับผู้คน ชนิดที่ทำให้คุณต้องเผลอใจเดินเข้าเซเว่นไปซื้อไส้กรอกมาให้มันสักอัน เพื่อตอบแทนความน่ารักนั้น เจ้าโตกลับมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป
โตมักจะนั่งนิ่งๆ อยู่ในจุดที่ห่างจากแมวส่วนใหญ่ บางทีก็นั่งแอบตรงมุมเสา บางทีก็นั่งอยู่ใต้รถ หรือนอนแผ่หราหงายท้องอยู่ริมทางเดิน โดยไม่ไยดีผู้คนที่เดินผ่าน
ที่สำคัญมันไม่เคยส่งสายตาออดอ้อนหรือเดินมาคลอเคลีย ตรงกันข้ามมันมาพร้อมกับหน้าตามึนๆ อันแสนยียวน
หลายครั้งมันมักนั่งเหม่อมองไปในอากาศ รอบๆ ตัวเป็นเวลานานหลายนาทีราวกับเข้าสู่ภวังค์ โดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ผมถึงขนาดเคยไปนั่งติดกับมันระหว่างที่โตเหม่อ มันก็เหมือนไม่รับรู้แม้แต่น้อยว่าผมมานั่งอยู่ข้างๆ กระทั่งเวลาผ่านไปพักใหญ่ มันจึงรู้สึกตัวและหันมามองราวกับวิญญาณเพิ่งเข้าร่าง
อย่างที่ผมบอกมันแทบไม่ออดอ้อนคน ฉะนั้นน้อยครั้งมากที่มันจะมองคนที่เดินผ่านไปมาและร้องเหมียวๆ ให้ได้ยิน แต่บางครั้งเมื่อมันอยากปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์สักคน มันจะมองหน้าคนคนนั้นแต่ไกลจนกระทั่งเดินเข้ามาใกล้ พร้อมร้องเหมียวๆ ด้วยเสียงโทนแหบๆ ต่ำๆ หากใครคนนั้นหยุดคุยและลูบหัวเกาคางมันมันก็มักจะยอมแต่โดยดี หากไม่หยุดเล่นด้วยมันก็จะนั่งมองจนใครคนนั้นเดินลับสายตาไป
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างสำหรับผมเกี่ยวกับเจ้าโตก็คือ มันเป็นแมวเซอร์! เพราะผมรู้สึกว่าแมวที่ไม่ดูแลสภาพขนและความสะอาดของตัวเองนั้นหาดูได้ยากมาก เพราะแมวส่วนใหญ่ทั้งแมวบ้าน แมวจรจัด หรือแม้แต่แมวป่า ก็มักนั่งเลียขนทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของร่างกายอยู่เสมอในยามว่าง
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับโต เพราะมันจะมาในลุคสุดเซอร์ ขนสีขาวของมันจะขมุกขมอมไปทั่วเรือนร่าง มีรอยเปื้อนคราบฝุ่นดำๆ ให้เห็นตั้งแต่ปลายเท้ายันใบหน้า ที่สำคัญมันไม่เคยนั่งเลียขนให้เห็น นั่นทำให้ขนทั่วร่างมักชี้ไปคนละทาง ดูเซอร์ๆ ร็อกๆ พังก์ๆ ต่างจากแมวทั่วไปอย่างชัดเจน
ด้วยความเซอร์ผิดวิสัยแมว ทำให้โตเป็นตัวผู้ที่ถูกสาวๆ เมิน ผมเคยเห็นมันพยายามจีบแมวตัวเมียด้วยการเดินเข้าใกล้และร้องเสียงแปลกๆ อยู่นานหลายนาที แต่สุดท้ายแมวสาวก็หันหลังเดินหนีมันไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้โตนั่งหน้ามึนต่อไป
แต่ก็ดูเหมือนมันจะไม่ทุกข์ร้อนกับการที่เพื่อนแมวส่วนใหญ่ไม่สมาคมด้วย โตยังคงเป็นตัวของตัวเองอยู่เสมอ คงความอินดี้ในแบบฉบับของตัวเองไว้ครบถ้วน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่
สิ่งที่น่าทึ่งอีกเรื่องเกี่ยวกับโตคือ มันชอบเดินทาง เพราะขณะที่แมวส่วนใหญ่มักนั่งอยู่หน้าร้านเซเว่นทุกวันนั้น แต่สำหรับโตมันมักจะหายหน้าไปอยู่เสมอคราวละหลายๆ วัน
มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่ผมสงสัยว่า มันไปอยู่ที่ไหนหลังจากไม่เห็นมันหน้าร้านเซเว่นมาหลายวัน ผมก็ไปเจอเจ้าโตนั่งทอดหุ่ยเหม่อมองท้องฟ้าอย่างสบายอารมณ์บนกำแพงที่อยู่ห่างจากปากซอยที่มันอยู่เป็นประจำหลายกิโลเมตร และหลังจากนั้นอีกหลายครั้งผมก็ได้เจอมันในสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ห่างไกลจากจุดที่มันเคยอยู่ประจำ
ทุกครั้งที่เห็นโต ผมมักคิดถึงคำสอนของครูบาอาจารย์ที่นับถือที่ว่า “อยู่อย่างเขา อย่าเป็นเหมือนเขา” เพราะหลายครั้งที่เราไม่ยอมทำอะไรที่แตกต่าง หรือเปลี่ยนแปลงให้สิ่งที่ทำอยู่ดีขึ้น เพียงเพราะผู้คนหมู่มากที่อยู่ด้วยกันนั้นไม่นิยมทำ เรามักกลัวการเป็น “ตัวประหลาด” ในหมู่คน เพราะทำในสิ่งที่แตกต่าง
เมื่อไม่ทำอะไรให้แตกต่าง ความเปลี่ยนแปลงก็ไม่เกิดขึ้น ทั้งที่สถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว สุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือเราตกขบวนรถไฟแห่งความเปลี่ยนแปลง
ผมไม่รู้ว่าในสังคมแบบแมวๆ นั้น โตถูกมองจากแมวตัวอื่นอย่างไร แต่ในสายตาคนอย่างผมที่มองดูแมวหน้าร้านสะดวกซื้ออยู่ทุกวันก็พอสรุปได้ว่า อย่างน้อยโตก็เป็นแมวเพียงตัวเดียวในฝูงแมว ณ ที่แห่งนั้น ที่ผู้คนได้ตั้งชื่อให้และจดจำมันได้อย่างแม่นยำว่ามันคือ “แมวบ้า”







