posttoday
ไม้ขีดไฟหรือสายฟ้า?

ไม้ขีดไฟหรือสายฟ้า?

26 กุมภาพันธ์ 2560

อำนาจรัฐคือสายฟ้า อย่าใช้แบบไม้ขีดไฟ ในทางรัฐศาสตร์อธิบายว่าอำนาจ คือ “ความสามารถ”

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

อำนาจรัฐคือสายฟ้า อย่าใช้แบบไม้ขีดไฟ

ในทางรัฐศาสตร์อธิบายว่าอำนาจ คือ “ความสามารถ” ที่ผู้ปกครองจะทำให้ผู้ใต้ปกครองเชื่อฟังและปฏิบัติตาม ดังนั้น ผู้ปกครองที่จะมีอำนาจมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความสามารถนี้ ทั้งนี้ นักรัฐศาสตร์มีวิธีหรือหลักเกณฑ์ในการวัดความสามารถดังกล่าวต้องพิจารณาจาก 6 เรื่อง ต่อไปนี้

1.ชนิดของอำนาจที่ใช้ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ อำนาจบารมีที่เกิดจากการทำตัวสั่งสมให้เป็นประโยชน์ อำนาจอิทธิพลที่เกิดจากความเกรงกลัวหรือยินยอมในตัวคนที่เหนือกว่า และอำนาจตามกฎหมายหรือตามตำแหน่งหน้าที่ที่มีการมอบหมายและกำหนดไว้ ทั้งนี้ โดยทั่วไปอำนาจบารมีกับอำนาจอิทธิพลจะเป็นที่ยอมรับจากผู้คนมากกว่า เพราะเป็นอำนาจที่ฝังเข้าไปในความเชื่อของผู้คน ซึ่งถ้าบุคคลมีบารมีมากๆ ก็จะเกิดความศรัทธา หรือถ้ามีอิทธิพลมากๆ ก็จะเกิดการยอมสยบ ส่วนอำนาจตามกฎหมายหรือที่สังคมกำหนดขึ้นเพื่อควบคุมกันและกันนั้น ถ้าผู้คนในสังคมไม่เชื่อถือกันและกันแล้ว กฎหมายหรืออำนาจนั้นก็หมดความศักดิ์สิทธิ์ จนมีคนเปรียบเทียบว่า บารมีเหมือนไม้เท้า อิทธิพลเหมือนไม้เรียว กฎหมายเหมือนไม้เสียบลูกชิ้น

2.จำนวนและประเภทของคนที่อยู่ใต้อำนาจ ก็เป็นเกณฑ์ในการวัดอำนาจง่ายๆ แบบทั่วๆ ไป โดยที่อำนาจตามกฎหมายจะมีความครอบคลุมไปทุกตัวผู้คน เพราะเป็นอำนาจบังคับจากภาครัฐ ส่วนอำนาจบารมีและอำนาจอิทธิพลก็จะขึ้นอยู่กับความศรัทธาหรือการยอมสยบนั้นเป็นหลัก ทั้งนี้ก็ยังต้องลงลึกไปดูด้วยว่าผู้ที่อยู่ใต้อำนาจนั้นเป็นคนพวกใด สำหรับอำนาจบารมีนั้นก็จะเป็นผู้ที่เคารพเลื่อมใส มีความผูกพันกันทางจิตใจ จึงมีความแนบแน่นลึกซึ้งมากกว่า หรืออำนาจอิทธิพลก็จะมีลักษณะความเชื่ออีกแบบหนึ่ง คือเป็นไปด้วยความสามิภักดิ์ ยอมตนรับใช้ และกลัวภัยจากการที่ไม่ยอมรับอิทธิพลนั้น ส่วนอำนาจตามกฎหมายเนื่องจากใช้กับคนทั่วไป จึงอาจจะอ่อนแอโดยพื้นฐาน จึงขึ้นอยู่กับการสร้างการยอมรับในกฎหมายนั้นๆ

3.บริเวณหรือขอบเขตอำนาจ คือการวัดบริเวณที่ใช้อำนาจนั้นปกครอง ซึ่งอำนาจตามกฎหมายก็จะมีบริเวณหรือขอบเขตการใช้กว้างที่สุดคือ ใช้ไปทั่วประเทศ ทำนองเดียวกันกับผู้ที่มีตำแหน่งตามกฎหมายนั้น นายกรัฐมนตรีย่อมจะมีอำนาจมากกว่าผู้ใหญ่บ้าน หรือสมัยหนึ่งตำรวจกองปราบปรามกอง 2 มีอำนาจจับกุมไปทั่วประเทศ ก็จะดูเป็นตำรวจที่มีอำนาจมาก ถึงขั้นเป็น “กองอิทธิพล” ปัจจุบันก็จะมีหลายหน่วยงานที่มีอำนาจกว้างขวาง

4.ลักษณะของการยอมรับในอำนาจ ข้อนี้เป็นส่วนประกอบที่ทำให้อำนาจดูแข็งแกร่งมากขึ้น อย่างที่เรียกว่า “คุณภาพของอำนาจ” ทั้งนี้ เพราะบางคนอาจจะยอมรับในอำนาจแบบจริงใจหรือไม่จริงใจก็ได้ บางคนอาจจะมีเหตุผลเฉพาะตนในการยอมรับในอำนาจนั้น เช่น เพื่อความโก้เก๋ในการเป็นสาวกของอลัชชีบางคน หรือเพื่อความอยู่รอดเพราะต้องไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าพ่อ หรืออาจจะเป็นการยอมรับแบบตามๆ กันไป เช่น เคยเป็น กปปส. เมื่อ กปปส.รักลุงตู่ ก็รักลุงตู่ไปด้วย พอลุงตู่ไม่รัก กปปส. การประท้วงในส่วนที่ กปปส.มีอิทธิพลอยู่ก็มีมากขึ้น อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งในทางรัฐศาสตร์สรุปว่าอำนาจที่สามารถสร้าง “ความจงรักภักดี” ให้เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอำนาจแบบใดๆ คืออำนาจที่เข้มแข็งและยิ่งใหญ่ที่สุด

5.พัฒนาการของอำนาจ คือการขยายตัวหรือยุบตัวของอำนาจ ว่ากันว่าอำนาจก็เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง มีเกิดขึ้น แผ่ขยายไป หรืออาจเสื่อมถอยลงก็ได้ ถ้าในทางศาสนาพุทธก็คือเป็นอนิจจัง ไม่ตั้งมั่นอยู่ได้ ย่อมเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ที่มีอำนาจนั้นเป็นส่วนสำคัญที่จะเพิ่มพูนอำนาจของตัวเองให้มากขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับโอกาสและช่องทางที่จะใช้อำนาจนั้นด้วย

และ 6.ความยั่งยืนของอำนาจ โดยเนื้อแล้วอำนาจบารมีเป็นอำนาจที่ยั่งยืนที่สุด อาจจะเนื่องด้วยการประกอบคุณงามความดีมาอย่างยาวนานของบุคคลผู้นั้น และอำนาจชนิดนี้มักจะเป็นอำนาจในด้านดีที่สร้างความเชื่อถือศรัทธาได้แน่นหนา ต่างกับอำนาจอิทธิพลที่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของผู้ครองอำนาจดังกล่าว หรือความเป็นที่พึ่ง อำนาจนั้นเป็นความยิ่งใหญ่ มีความสามารถทั้งในการ “สร้างและทำลาย” ได้อย่างมหาศาล ดังนั้น ผู้มีอำนาจไม่ว่าชนิดใดจงโปรดระมัดระวังในการใช้อำนาจต่างๆ

การใช้มาตรา 44 ของ คสช.นี้ก็เช่นเดียวกัน!

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์