
โยกดีเอสไอคุมสำนักพุทธ
บิ๊กตู่ออกคำสั่งเด้งผู้อำนวยการพศ.ปมใกล้ชิดวัดพระธรรมกาย
บิ๊กตู่ออกคำสั่งเด้งผู้อำนวยการพศ.ปมใกล้ชิดวัดพระธรรมกาย
โพสต์ทูเดย์ - นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 เด้งผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติพ้นตำแหน่ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ แต่งตั้งให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และให้นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ พศ. ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.เป็นต้นไป
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า คำสั่งโยกย้ายนายพนมน่าจะมาจากความใกล้ชิดของนายพนมกับวัดพระธรรมกาย โดยดีเอสไอเคยทำหนังสือขอให้ พศ.ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคมดำเนินการทางปกครองสงฆ์กับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งถูกดำเนินคดียักยอกทรัพย์และรับของโจร ร่วมกันฟอกเงิน คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แต่เรื่องก็ล่าช้าและเงียบหายไป
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ครอบครองโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของพระธัมมชโย เพราะผู้โทรอาจจะเป็นลูกศิษย์หรือคนสนิทใกล้ชิดครอบครองเพื่อสื่อสารแทนก็เป็นได้ และเพื่อความชัดเจน ดีเอสไอจึงต้องตรวจสอบและเข้าตรวจค้นจุดที่ปรากฏสัญญาณโทรศัพท์มือถือดังกล่าว
พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า พระธัมมชโยไม่มีโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ ก่อนหน้านั้นดีเอสไอเข้าตรวจค้นอาคารในพื้นที่ 196 ไร่ทุกแห่งแล้ว รวมถึงอาคารดาวดึงส์ แต่ก็ไม่พบตัวพระธัมมชโย ดังนั้นการให้ข่าวของดีเอสไอจึงต้องการปล่อยข่าวเพื่อให้ประชาชนเข้าใจวัดพระธรรมกายในทางที่ผิด
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ชี้แจงว่า หากหมายค้นวัดพระธรรมกายหมดอายุ เจ้าหน้าที่ก็ยังสามารถใช้อำนาจตามคำสั่งควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายที่ออกตามมาตรา 44 ได้อีก แต่ที่ผ่านมาขอหมายค้นก็เพื่อให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความอดทนอดกลั้น จะเริ่มจากการใช้มาตรการกดดันก่อน การจะเข้าตรวจค้นนั้นจะดำเนินการเมื่อไรก็ได้ เพราะมีพร้อมทั้งอำนาจและกำลังทหาร ตำรวจ แต่ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ ซึ่งจะเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม ขอวิงวอนวัดอย่าใช้มวลชนเป็นตัวประกัน
“สองวันแรกเจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายได้ แต่เป็นการตรวจค้นเฉพาะบางจุดที่ทางวัดยินยอมเท่านั้น เจ้าหน้าที่มองว่าเป็นเหมือนการพาเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมชมภายในวัดเท่านั้น ไม่ใช่การตรวจค้น เพราะทางวัดอ้างเหตุผลต่างๆ ไม่ให้เข้าค้นบางจุด ทำให้จำเป็นต้องปิดพื้นที่เพื่อเข้าตรวจค้นอย่างละเอียดอีกครั้ง” พ.ต.ต.วรณัน กล่าว







