
ดีเอสไอเร่งสอบพบสัญญาณมือถือ'พระธัมมชโย'
ดีเอสไอ เร่งตรวจสอบคนครอบครอง มือถือส่วนตัว พระธัมมชโย หลังพบสัญญาณ โทรออกจากวัด ด้าน "พ.ต.ต.วรณัน"เผย ปฏิบัติการ 2 วันแรกแค่พระพาทัวร์วัด
ดีเอสไอ เร่งตรวจสอบคนครอบครอง มือถือส่วนตัว พระธัมมชโย หลังพบสัญญาณ โทรออกจากวัด ด้าน "พ.ต.ต.วรณัน"เผย ปฏิบัติการ 2 วันแรกแค่พระพาทัวร์วัด
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการพบสัญญาณ หมายเลขโทรศัพท์ ส่วนตัวของพระธัมมชโยว่า เป็นข้อมูลจากการสืบสวน ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างตรวจสอบ ข้อมูลว่าบุคคลใด เป็นผู้ครอบครองมือถือหมายเลข ดังกล่าว เพราะไม่ได้หมายความว่า พระธัมมชโย จะเป็นผู้โทรอาจจะมีลูกศิษย์คนสนิทใกล้ชิด ครอบครอง เพื่อสื่อสารแทนก็เป็นได้ ดังนั้นเพื่อความชัดเจนดีเอสไอจึงต้องตรวจสอบ และเข้าตรวจค้นยังจุดที่ปรากฎสัญญาณ
“ข้อมูลบางอย่างดีเอสไอ เปิดเผยไม่ได้ว่ากำลังดำเนินการอะไรบ้าง เพราะเจ้าหน้าที่กำลังทำงาน หาข้อมูลทุกด้าน และขอยืนยันว่าการเข้าตรวจค้นวัด ไม่ได้ต้องการทำลายวัด แต่ต้องการพิสูจน์ความชัดเจนในการค้นหาตัวบุคคลเท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่น” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึง กรณีที่มีข่าวว่าพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือของพระธัมมชโยที่โทรออกไปหาคนสนิทในคืนวันที่ 18 ก.พ. 60 ว่า เรื่องดังกล่าวจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งแต่ส่วนตัวเชื่อว่าพระธัมมชโยและบุคคลใกล้ชิดจะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือให้เจ้าหน้าที่หาพิกัดพบแน่นอน พร้อมทั้งเห็นว่าภายหลังตัดสัญญาณโทรศัพท์กลุ่มพระและศิษย์จะหันมาใช้โปรแกรมFire Chat ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวถูกนำมาใช้ในพื้นที่ที่ถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเตอร์เน็ตแต่ข้อเสียของโปรแกรมดังกล่าวคือไม่สามารถสนทนาส่วนตัวได้ รวมถึงต้องสนทนากันในระยะใกล้ที่ครอบคลุมสัญญาณบลูทูธเท่านั้นซึ่งเขื่อว่าภายในวัดยังมีช่องทางการสื่อสารอื่นๆ
พ.ต.ต.วรณัน ยังกล่าวถึงปฏิบัติการเข้าค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ตลอด 9วันที่ผ่านมา โดย 2 วันแรกสามารถเข้าตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายได้แต่เป็นการตรวจค้นเฉพาะบางจุดที่ทางวัดยินยอมเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่มองว่าเป็นเหมือนการพาเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมชมภายในวัดเท่านั้น ไม่ใช่การตรวจค้นเพราะทางวัดอ้างเหตุผลต่างๆในการไม่ให้เข้าค้นบางจุดทำให้จำเป็นต้องปิดพื้นที่เพื่อเข้าตรวจค้นอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้านพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ปฏิเสธว่าไม่ได้รับรายงานว่าพบสัญญาณโทรศัพท์ของพระธัมมชโย ในวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ไม่ว่าพระธัมมชโยจะอยู่หรือไม่ก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทบทวนแผนการปฏิบัติงาน เพราะอุปสรรคสำคัญคือการนำพระและศิษย์มาเป็นด่านหน้า หากมีการใช้ความรุนแรงก็จะไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังภายหลังพบว่ามีกลุ่มพระสงฆ์ในหลายจังหวัดเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 44 รวมถึงให้ยกเลิกมาตรการควบคุมสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต







