
ไอเอ็มเอฟหนุนไทยแลนด์4.0
‘สมคิด’ลั่นฐานะการคลังประเทศแกร่ง แจงหนี้สาธารณะยังต่ำสัดส่วนแค่45%
‘สมคิด’ลั่นฐานะการคลังประเทศแกร่ง แจงหนี้สาธารณะยังต่ำสัดส่วนแค่45%
โพสต์ทูเดย์ - “สมคิด” ระบุไอเอ็มเอฟหนุนไทยแลนด์ 4.0 แจงหนี้สาธารณะไทยอยู่ในระดับต่ำตอกย้ำฐานะการคลังไทยแข็งแกร่ง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้เข้ามาหารือถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ซึ่งได้แจ้งไอเอ็มเอฟว่าขณะนี้ไทยอยู่ในช่วงการปรับโครงสร้างภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ไม่ใช่เพียงเศรษฐกิจไฮเทค แต่เป็นแนวทางการที่จะทำให้เกิดความสมดุลทั้งระบบ ซึ่งในส่วนนี้ทางไอเอ็มเอฟเห็นด้วยกับแนวทางของไทย เนื่องจากจะทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งและมีความยั่งยืน
สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยนั้น ได้ให้ข้อมูลกับไอเอ็มเอฟว่าเศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะยังขยายตัวได้ดีอยู่ โดยได้ย้ำว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ไอเอ็มเอฟอาจจะห่วงหนี้สาธารณะ แต่หนี้สาธารณะของไทยอยู่ระดับต่ำแค่ 45% ต่อจีดีพี ในส่วนหนี้ครัวเรือนแม้จะอยู่ในระดับสูงแต่ก็ไม่ได้น่าเป็นห่วง และขณะนี้ได้ให้กระทรวงการคลังแยกข้อมูลให้เห็นชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นหนี้ที่กู้ยืมไปเพื่อใช้จ่าย ส่วนไหนกู้ยืมไปเพื่อทำธุรกิจ เพราะหนี้ครัวเรือนบางส่วนก็เป็นการกู้ไปเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
“ไอเอ็มเอฟอาจจะห่วงที่เราทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง แต่เขากลับเห็นด้วยว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวและตั้งตัวได้ จำเป็นต้องทำงบประมาณขาดดุลจะได้เกิดความต่อเนื่องของการขยายตัว โดยเฉพาะการเติบโตที่มาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน” นายสมคิด กล่าว
อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟได้เสนอที่จะช่วยไทยจัดทำแผนรองรับกับสังคมสูงอายุ โดยเฉพาะในด้านการเงิน ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของไอเอ็มเอฟจากการมีประสบการณ์ทั่วโลก ซึ่งเห็นว่าน่าสนใจและได้ให้ไอเอ็มเอฟไปหารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เพราะขณะนี้กระทรวงการคลังก็อยู่ระหว่างทำแผนเรื่องนี้อยู่
นอกจากนี้ ยังได้หารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย โดยทางอินเดียต้องการให้สายการบินของไทยเพิ่มเที่ยวบินไปที่อินเดียมากขึ้น ส่วนการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างไทย-อินเดีย ที่เจรจากันมาเป็น 10 ปีแล้วไม่คืบหน้า ทางอินเดียแจ้งว่าไม่ต้องการทำเอฟทีเอแล้ว เพราะเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นได้ยาก จึงได้เชิญชวนอินเดียมาร่วมมือเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจในสาขาที่อินเดียสนใจจะเข้ามาลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมยา ดิจิทัล ยานยนต์ ซึ่งได้ให้ไปหารือกับนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เกี่ยวกับรายละเอียดการลงทุน เมื่อหารือเสร็จจะมีการเชิญนายกรัฐมนตรีของอินเดียมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการต่อไป







