
ไอ-โอ-ที สิ่งนี้จะเปลี่ยนโลก
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ประมาณการได้ว่าในระหว่างปี 2017-2027 นี้ อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องโทรศัพท์มือถือกว่าสองพันสองร้อยล้านเครื่องจะคุยกันเองได้...!
แต่ละคนจะพบว่าชีวิตตัวเองมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไม้สอยที่ไม่ต้องรอคำสั่งจากเจ้าของ ทำงานอยู่รอบชีวิตราวๆ คนละ 4 อุปกรณ์...!
รัฐบาลและสถานประกอบการต่างๆ ที่เข้าอกเข้าใจในเรื่องนี้จะกระโดดเข้าใส่ระบบอัจฉริยะเหล่านี้ เพื่อลดต้นทุนการทำงานของตัวเองลง ว่ากันว่าเมื่อทำได้จะคุ้มค่าเงินลงทุนในด้านเทคโนโลยีนี้ใน 5 ปีเท่านั้น
เพราะจะทำให้ไม่ต้องจ้างคน... (ซึ่งปัจจุบันมีประสิทธิภาพน้อยลง อดทนน้อยลง เลือกงาน มากขึ้น) ไม่ต้องมีค่าสวัสดิการ ไม่ต้องมีค่าเช่าสถานที่ให้นั่งทำงาน ไม่มีโต๊ะเก้าอี้และห้องประชุมมากเท่าเดิม ...เพราะใครมาติดต่ออะไร ถ้าไม่ใช้มือถือก็ไปที่ตู้...หรือไม่ต้องเดินทางมาที่สถานที่ราชการที่จะให้บริการเลยก็ยังได้... ไม่เจอคนรับบริการ แต่ระบบเครื่องจะส่งต่อข้อมูล...วิเคราะห์และสื่อสารตอบกลับ...และส่งมอบบริการให้
ที่ญี่ปุ่นหลายปีก่อน...ร้านอาหารขนาดเล็กๆ ที่มีพ่อครัวเจ้าของร้านยืนอยู่ในครัวคนเดียว...สามารถบริการลูกค้าทั้งที่มาสั่งทานที่ร้านอาหาร หรือจะสั่งมาทางออนไลน์ได้อย่างไม่สับสน เพราะมีตู้รับคำสั่งทำหน้าที่อวดเมนูให้กด...กดแล้วคำนวณเงินให้หยอด...พอหยอดแล้วจะได้สลิปเป็นที่วางรองแก้ว มีไฟกะพริบเพื่อเดินไปกดรับเครื่องดื่มชาเขียวฟรี จากนั้นก็ไปนั่งรอที่โต๊ะ (บางแห่งให้ยืนรอที่โต๊ะที่ออกแบบให้ยืนกินเพื่อประหยัดขนาดของร้าน)
ข้อมูลจะพุ่งเข้าครัวไปด้วยอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเส้นบะหมี่ตามชนิดที่สั่ง หรือจำนวน และประเภทหมูสไลซ์ ชนิดผักโรยที่ถูกส่งเข้าเครื่องซอย น้ำกระดูกที่ต้มไว้หลายๆ แบบ จะทยอยถูกส่งเข้าสู่หม้อปรุงตามลำดับอย่างแม่นยำ แล้วเรียงรายกันออกมาให้พ่อครัว
ซึ่งอาจปรุงอาหารแทบไม่เป็นอีกต่อไป
ทำหน้าที่มายืนยิ้มตรวจครั้งสุดท้ายว่าดูน่าทานหรือไม่ ใช่ตามคำสั่งของลูกค้าหรือเปล่าแล้ว หยิบถ้วยยื่นให้ลูกค้าที่จะขยับเดินมารอรับที่เคาน์เตอร์ครัวเก่าแก่หน้าตาโบราณ...แปลว่า สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ คือ รอยยิ้มของใบหน้า รอยเหี่ยวย่นของมือที่ประคองชามบะหมี่ที่ยื่นใส่มือลูกค้าเท่านั้น ที่ไม่ใช้เครื่องจักร ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ซื้อของกินสดจากคน
อันที่จริงระบบตู้กดอัตโนมัตินั้น สามารถลดความไม่เท่าเทียมทางสังคมมาได้นานแล้วนะครับ จะรวยจะจนก็ได้รับบริการเหมือนกันเครื่องกดอัตโนมัติไม่ดูถูกลูกค้า...ไม่ลัดคิวให้ใคร ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลานอน เพียงแต่ในอดีตเครื่องพวกนี้ทำได้เพียงภารกิจการรับจ่ายทอนเงิน แล้วส่งมอบ
แต่เมื่อ IOT (ไอ-โอ-ที) หรือ Internet of Things ซึ่งทำให้อุปกรณ์คุยกับอุปกรณ์ได้...ลูกค้า
ร้านบะหมี่ในอนาคตสามารถทานบะหมี่ร้านดังได้ ด้วยการที่เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ควรจะทานอาหารได้แล้ว นาฬิกาในมือถือที่ตรวจสอบพยากรณ์อากาศ ว่า ฝนกำลังจะมา อากาศจะเย็นลง จึงผลักเมนูบะหมี่ชื่อดังเข้ามาในหน้าจอของเจ้าของโทรศัพท์
พร้อมกับมีไฟกะพริบแนะนำว่า ควรเลือกบะหมี่อะไร เนื้อหมูอะไร กี่ห่อ ผักโรยประกอบด้วยอะไร เครื่องดื่มขนาดเล็กหรือกลาง เพราะระบบในมือถือไปดึงเอาผลการตรวจสุขภาพครั้งล่าสุด 3 ครั้งสุดท้าย มาประมวลผลว่าควรลดเค็ม ลดหวาน ลดมัน และควรเพิ่มการดื่มน้ำบ่อยๆ เพราะความสามารถในการทำงานของไตของเจ้าของเริ่มลดลงตามผลทางการแพทย์ อีกทั้งฝนใกล้ตกก็อย่างเสี่ยงออกไปซื้อทานเองเลย ให้คนมาส่งให้ดีกว่า
ตาเจ้าของมือถือ ซึ่งยังไม่ทันได้คิดอะไร เห็นเมนูแนะนำโผล่ขึ้นมาเตือนก็อาจจะแค่แตะหน้าจอว่าตกลง...ที่เหลือก็ปล่อยให้มือถือคุยกับคอมพิวเตอร์รับคำสั่งของทางร้านบะหมี่ คำนวณเวลาจัดส่ง จ่ายสตางค์ เก็บรักษาใบเสร็จ และผลักใบเสร็จนั้นไปเข้าบันทึกบัญชีส่วนตัวที่จะคุมการออมและการจ่ายภาษีของเจ้าของเครื่องมือถือนั้นไว้...เสร็จแล้ว ก็จะสั่นเตือนให้เจ้าของเครื่องไปเดินออกกำลัง ชดเชยได้แล้ว ระหว่างที่บะหมี่จะเดินทางมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า
โดยให้ออกกำลังกายไปสักพัก ถ้าหัวใจเต้นเร็วจนน่าพอใจแล้ว ก็ให้พักเพื่อจะได้พอดีกับที่บะหมี่มาส่ง...พอทานเสร็จก็จะเตือนในอีกครึ่งชั่วโมงให้เดินย่อยอาหาร ด้วยการที่มันคุยกับระบบไปรษณีย์ ทำให้รู้ว่าจะมีพัสดุของสำนักงานที่ ชั้นล่างสุดในไม่ช้า เครื่องก็จะแนะนำให้ลงไปรับห่อพัสดุหลังอาหาร เพราะคำนวณขาขึ้นขาลงว่าใช้พลังงานกี่แคลอรี แถมมีคลิปวิดีโอมารอฉายบนจอสอนวิธีขึ้นบันไดโดยไม่ปวดเมื่อย จากนั้นมือถือค่อยสื่อสารกับนาฬิกาข้อมือของเจ้าของว่า ได้ขยับออกกำลังจริงหรือไม่ ไว้ฟ้องหมอที่โรงพยาบาลก่อนวันนัดตรวจถัดไป
IOT (Internet of Things) จึงสามารถจับพฤติกรรมของเราได้อย่างซื่อสัตย์ในอนาคต และถ้าเชื่อมระบบกันเต็มที่ อาจเปลี่ยนวินัยในชีวิต วินัยสังคม วินัยหมู่บ้าน วินัยการเงิน วินัยชุมชนได้อย่างน่าสนใจ ชอบหรือไม่เป็นเรื่องหนึ่ง แต่มันมาถึงใน 10 ปีนี้ แน่ๆ ครับ







