
คลอดเกณฑ์ภาษีออมเงินปีนี้
สศค.ยึดแผนพัฒนาตลาดทุน ประกันขอสิทธิบำนาญ2แสน
โพสต์ทูเดย์
— สศค. แย้มแผนพัฒนาตลาดทุนภาษีประกันบำนาญต้องคลอดก่อนสิ้นปี ด้านสภาธุรกิจประกันภัยยืนกระต่ายขาเดียว ต้องได้ใหม่ 2 แสนบาท รวมของเก่าเป็น 3 แสนบาทนายสุรศักดิ์ พิชิตผจงกิจ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายประกันภัย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามแผนพัฒนาตลาดทุนเรื่องมาตรการภาษีส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณจะต้องแล้วเสร็จภายในปี 2553 นี้
ทั้งนี้ ไม่สามารถตอบได้ว่าในความเป็นจริงจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ แต่ทางกระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการออมเพื่อการเกษียณอายุอย่างมาก เนื่องจากมองว่าในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า ผู้สูงวัยจะเพิ่มเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด
สำหรับความคืบหน้า ขณะนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ส่งเรื่องให้กับกรมสรรพากรพิจารณาแล้วว่า จะให้สิทธิลดหย่อนด้านภาษีได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ หรือไม่เกิน 2 แสนบาท และเมื่อรวมกับภาษีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนหุ้นระยะยาวแล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท
“
ส่วนตัวเลขว่าจะได้ลดหย่อนภาษีเท่าไหร่นั้น ไม่ได้อยู่ในอำนาจที่ผมจะตอบได้ในขณะนี้ คงต้องรอประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเท่านั้น” นายสุรศักดิ์ กล่าวนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังได้มีความเห็นชอบแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์การหักรายจ่ายภาษีตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยจากเดิม 65% โดยให้แก้ไขใหม่ให้มีความสอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งไม่เฉพาะกรมธรรม์บำนาญเท่านั้น แต่ดูการตั้งสำรองอื่นๆ ของบริษัทประกันชีวิตด้วย ขณะเดียวกันทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาออกพันธบัตรที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจประกันชีวิตเป็นการเฉพาะอีกด้วย
นายสาระ ล่ำซำ ประธานสภาธุรกิจประกันภัย กล่าวว่า ทางสภาธุรกิจประกันภัยได้แสดงจุดยืนกับทางกรมสรรพากรว่า ขอเพิ่มค่าลดหย่อนจากเบี้ยประกันบำนาญ 2 แสนบาท ซึ่งจะต้องเป็นสิทธิลดหย่อนที่ 2 แสนบาทใหม่ ไม่รวมกับ 1 แสนบาท ที่ได้จากสิทธิในปัจจุบัน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนในประเทศเกิดการออมให้มากขึ้น
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า หากประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เนื่องจากการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยลดลงและยังทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้า เพราะจำนวนแรงงานในตลาดลดลง
นอกจากนี้ ยังกระทบต่อตลาดทุน เนื่องจากผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานเลี้ยงดู แต่มีสินทรัพย์ จะทำการขายทรัพย์สินออกมา การออมก็จะลดลงด้วย
“
เฉพาะจ่ายข้าราชการบำนาญในปัจจุบัน 3.2 แสนคน ก็ปาเข้าไป 1 แสนล้านบาทต่อปี และในปี 2560 จะเพิ่มเป็น 6.8 แสนคน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็น 23 เท่าจากปัจจุบัน” นายพงษ์ภาณุ กล่าว






