posttoday
แรงซื้อจากต่างชาติหนุนบาทแข็งสุดรอบ 29 เดือน

แรงซื้อจากต่างชาติหนุนบาทแข็งสุดรอบ 29 เดือน

06 กันยายน 2553

....วารุณี สิทธิถาวร

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ส.ค.3 ก.ย. 2553) เงินบาทเริ่มต้นในทิศทางแข็งค่า โดยอยู่ที่ระดับ 31.26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันจันทร์แข็งค่าขึ้นจาก 31.32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ แต่ยังค่อนข้างทรงตัวในช่วงแรกเนื่องจากมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นของนักลงทุนที่ช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยเผื่อเรียกข้ามคืนที่ 0.10% ในการประชุมฉุกเฉิน พร้อมมีมติขยายวงเงินในโครงการปล่อยกู้แก่ภาคธนาคารในอัตราดอกเบี้ยคงที่ระดับต่ำ 30 ล้านล้านเยน นอกจากนี้ บีโอเจยังได้ตั้งกองทุนปล่อยกู้ระยะยาวเวลา 6 เดือน นอกเหนือไปจากกองทุนระยะ 3 เดือนที่ดำเนินการอยู่ เพื่อหนุนการปล่อยสินเชื่อและเศรษฐกิจในประเทศ หลังเศรษฐกิจมีสัญญาณชะลอตัวลงและเริ่มได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการแข็งค่าขึ้นอย่างมากของเงินเยน ทั้งนี้ภาวการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวดียังคงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนการเคลื่อนไหวของสกุลเงินภูมิภาค เช่นเดียวกับเงินบาท ที่ทะยานแข็งค่าที่สุดในรอบ 29 เดือนครั้งใหม่ที่ 31.13 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ในช่วงกลางสัปดาห์ เงินบาทเริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง โดยเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.24 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ ก่อนมีทิศทางแข็งค่าขึ้นตามสกุลเงินภูมิภาค หลังกระแสเงินทุนยังคงไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้อย่างต่อเนื่อง จากการที่เศรษฐกิจในภูมิภาคมีการฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่งกว่าภูมิภาคอื่นๆ

อีกทั้งเป็นผลจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของไทยที่เริ่มกลับสู่ทิศทางขาขึ้นนับจากเดือน ก.ค. โดยเงินบาทปรับตัวขึ้นผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 31.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ผู้ว่าการ ธปท. เผยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นขณะนี้เป็นไปตามพื้นฐานเศรษฐกิจไม่ได้เป็นผลจากการเก็งกำไร โดย ธปท.ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการเสริมเพื่อดูแลการแข็งค่าของเงินบาท และกล่าวเพิ่มเติมว่า ธปท.พร้อมเข้าดูแลค่าเงินบาทหากเกิดความผันผวนขึ้น แต่เชื่อว่าภาคเอกชนสามารถปรับตัวรับการแข็งค่าของเงินบาทได้ดี ทั้งนี้ภาวะการลงทุนที่คึกคักในตลาดหุ้น ตอบรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ออกมาดี และแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นที่ค่อนข้างหนาแน่น ส่งผลให้เงินบาทพุ่งแตะระดับ 31.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่ ธปท.เริ่มชะลอการเข้าแทรกแซงตลาด

ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทยังคงไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 31.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี

นักลงทุนชะลอการทำธุรกรรมในช่วงก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อดูว่าทางการจะมีมาตรการอะไรออกมาดูแลเงินบาทหรือไม่ หลังจากเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มปรับตัวในทิศทางแข็งค่าขึ้นอีกครั้งภายหลังการประชุม ครม.ไม่มีมาตรการสกัดการแข็งค่าของเงินบาทออกมา เพียงแต่ระบุว่ารัฐบาลได้มอบหมายให้ ธปท.จับตาการเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพราะกังวลว่าหากมีการเก็งกำไรและการแข็งค่าจากปัจจัยอื่นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และยังมองว่าการแข็งค่าของเงินบาทในขณะนี้อยู่ระดับกลางๆ เทียบกับค่าเงินภูมิภาค โดยนับจากต้นปีเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นราว 6% เป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค เป็นรองจากเงินเยนของญี่ปุ่นและเงินริงกิตมาเลเซีย โดยการแข็งค่าในปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันด้านการส่งออก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ธปท.มีการเข้าดูแลการเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้การที่ทางการไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรม และกระแสการเข้าซื้ออย่างหนาแน่นของนักลงทุนในตลาดหุ้นหลังข้อมูลเศรษฐกิจของหลายประเทศ ทั้งสหรัฐ จีน และออสเตรเลีย ในช่วงสัปดาห์นี้

อีกทั้งผลบวกจากคำสั่งศาลปกครองคดีมาบตาพุดที่หนุนบรรยากาศการลงทุนและดันให้ดัชนีหุ้นไทยพุ่งขึ้นเหนือระดับ 930 จุด เช่นเดียวกับเงินบาทที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ 31.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

สัปดาห์นี้ (610 ก.ย. 2553) เงินบาทมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 31.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 31.031.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจาก 31.0531.51 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี ต้องจับตาการเข้าแทรกแซงตลาดของ ธปท. เพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาท หลังจากในช่วงปลายสัปดาห์ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.ออกมาระบุว่า เงินบาทมีการปรับแข็งค่าขึ้นมากแล้ว และทางการกำลังจับตาการเก็งกำไรค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท