posttoday
แก้กฎหมายยังไม่พอ

แก้กฎหมายยังไม่พอ

22 กุมภาพันธ์ 2560

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้สรุปผลการประเมินความเสี่ยงระดับชาติด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของประเทศไทย ปี 2559 ซึ่งพบว่ามีเงินจากการก่ออาชญากรรมตามมูลฐานความผิดฟอกเงิน มูลค่ากว่า 4.36 แสนล้านบาท/ปี

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้สรุปผลการประเมินความเสี่ยงระดับชาติด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของประเทศไทย ปี 2559 ซึ่งพบว่ามีเงินจากการก่ออาชญากรรมตามมูลฐานความผิดฟอกเงิน มูลค่ากว่า 4.36 แสนล้านบาท/ปี

อาชญากรรมที่ก่อให้เกิดรายได้จากการกระทำความผิดสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ 2.ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 3.ความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษี 4.ความผิดเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ 5.ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีภาษีศุลกากร ซึ่งทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วน 86.18% หรือเป็นเงิน 3.76 แสนล้านบาท/ปี

ช่องทางที่เสี่ยงต่อการถูกนำมาใช้ในการฟอกเงินมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.ธนาคารพาณิชย์ 2.อสังหาริมทรัพย์ 3.ค้าของเก่า พระเครื่อง 4.องค์กรไม่แสวงหากำไร และ 5.ช่องทางด่านศุลกากร

สถิตินี้มีเรื่องที่น่าสนใจคือ ความผิดฐานฟอกเงินที่เกิดขึ้นและจับได้จนนำมาดำเนินคดีสูงที่สุดคือ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีมูลค่าความผิดสูงกว่าความผิดเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด และความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีเสียอีก

สถิตินี้สะท้อนให้เห็นว่าการคอร์รัปชั่นที่เกิดจากข้าราชการ ยังไม่ลดลงอย่างน่าพอใจ ซึ่งเกิดการโกงในข้าราชการทุกระดับ ทั้งข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมือง ข้าราชการท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นงบใหญ่จากส่วนกลางไปถึงงบพัฒนาท้องถิ่นที่มีมูลค่าไม่ถึงล้านบาท ซึ่งจับตรงไหนก็เจอ

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นล้วนมาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ การกำหนดทีโออาร์ และการกำหนดราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างที่แต่ละหน่วยงานจะเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง ต่อมาคือการฮั้วราคาของผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญของการจัดซื้อจัดจ้าง และการจัดซื้อผ่านคนกลางที่รับค่าคอมมิชชั่นจากบริษัทแม่แล้วนำมาจ่ายสินบนต่อให้แก่บุคคลที่สามารถเอื้อประโยชน์ในการชนะประมูลได้

ดังนั้น ความพยายามแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ก็จะมีการออกกฎระเบียบมาแก้ 3 เรื่องหลักนี้ โดยเน้นการแก้ไขกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ การแก้ไขกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมในส่วนของการรับสินบน การเพิ่มโทษ เป็นต้น ซึ่งการแก้ไขกฎหมายทั้งหลายยังอยู่ในกระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ

อย่างไรก็ดี แม้จะมีกฎระเบียบมากมายเพื่อตีกันไม่ให้เกิดคอร์รัปชั่น แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ยิ่งมีกฎระเบียบคุมเข้มเท่าไหร่ วิธีการคอร์รัปชั่นก็จะเนียนยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อให้ตรวจสอบไม่พบได้ง่าย และอาจทำให้กระบวนการโกงพัฒนาให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น แต่การออกกฎหมายแก้กฎระเบียบก็เป็นเรื่องจำเป็น

สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องดำเนินการควบคู่กันไปคือ การปลูกฝังค่านิยมไม่โกงให้กับคนไทย การซื่อสัตย์ต่อตัวเองและต่อส่วนรวม ซึ่งจะต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ไม่ให้เห็นการกระทำผิดแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยเป็นเรื่องถูก เช่น โกงข้อสอบ การใช้อำนาจในทางที่ผิดของทุกระดับชั้น

ปัญหาการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องสำคัญที่สามารถทำให้ชาติล่มจมได้ หากปล่อยไว้ไม่แก้ไขนานไปจะยิ่งแก้ไขยาก ถึงเวลานั้นอาจจะสายเกินไป

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน