
ผลิตเบียร์
กรณีบัณฑิตหนุ่มนิติศาสตร์ที่ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจับกุม เนื่องจากลักลอบผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ในห้องพัก
โดย...รุจิระ บุนนาค
กรณีบัณฑิตหนุ่มนิติศาสตร์ที่ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจับกุม เนื่องจากลักลอบผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ในห้องพัก พร้อมอุปกรณ์ของกลางในการผลิต และขายให้กับผู้อื่น ได้ยอมรับว่า รักการดื่มเบียร์จน
ทำเบียร์ขึ้นเอง ได้สร้างปรากฏการณ์บางอย่างให้กับสังคม
ข่าวนี้ได้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ซึ่งมีทั้งผู้ที่รู้จักและนิยมชมชอบคราฟต์เบียร์ และผู้ที่ไม่รู้จัก และมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดเสรีการทำเบียร์ บ้างก็ไม่เห็นด้วย เพราะอาจเกิดปัญหาด้านคุณภาพของคราฟต์เบียร์นั้น อาจกล่าวโดยรวมได้ว่า คราฟต์เบียร์ทำด้วยมือ ไม่ได้ผลิตด้วยเครื่องจักรทันสมัยเหมือนในโรงงานเบียร์ขนาดใหญ่ ใช้วัตถุดิบต่างๆ ตามธรรมชาติเป็นส่วนมาก ในการแต่งกลิ่นรสชาติจะทำตามความชอบและจินตนาการของผู้ทำเบียร์ เช่น ใส่ผลไม้ กาแฟ ช็อกโกแลต ฯลฯ ลงไปผสมเป็นรสชาติด้วย รสชาติของคราฟต์เบียร์จึงแตกต่างจากเบียร์ยี่ห้อดังบรรจุขวดทั้งหลายที่วางขายตามห้างร้านต่างๆ โดยผู้ทำคราฟต์เบียร์จะทำเป็นกิจการเล็กๆ ในครัวเรือน
เงื่อนไขต่างๆ ของการผลิตเบียร์ตามกฎหมายไทย ไม่เปิดช่องให้ผลิตคราฟต์เบียร์โดยผู้ผลิตรายเล็ก เพราะตามกฎหมายผู้ที่จะผลิตเบียร์ต้องได้รับใบอนุญาต และต้องเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ตามที่กฎหมายกำหนด มีกำลังการผลิตขั้นต่ำปีหนึ่งๆ จำนวนมาก นอกจากนี้การผลิตเพื่อขายในสถานที่ผลิต ประเภทร้านอาหารที่ผลิตเบียร์ต่างๆ เช่น โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง หรือโรงงานเบียร์ขนาดใหญ่ เช่น เบียร์สิงห์ เบียร์ช้าง ต้องมีทุนจดทะเบียนตามที่กำหนด ซึ่งค่อนข้างสูงและมีเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับการผลิตมากมาย ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ซึ่งผลิตเพียงปริมาณเล็กน้อยและไม่มีทุนมาก จึงไม่สามารถขอรับใบอนุญาตตามกฎหมายได้
ด้วยเหตุดังกล่าว การผลิตและจำหน่ายคราฟต์เบียร์ รวมถึงการจัดทำกิจกรรมชุมนุมรวมตัว สำหรับผู้รักและนิยมชมชอบคราฟต์เบียร์ เพื่อสังสรรค์ และชิมเบียร์รสชาติต่างๆ จึงเป็นไปอย่างเงียบๆ ไม่ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์มากนัก แม้จะมีผู้สนใจเข้าร่วมมากมายก็ตาม เพราะการกระทำดังกล่าวนั้นผิดกฎหมายอยู่หลายข้อหาและหลายกระทง
บรรดาผู้ผลิตคราฟต์เบียร์หลายรายหาหนทางที่จะขายผลิตภัณฑ์ของตนให้ได้ถูกต้องตามกฎหมาย วิธีการที่ใช้กัน ก็คือ ไปผลิตในประเทศอื่น เช่น กัมพูชา แล้วส่งเข้ามาขายในประเทศไทย โดยมีสถานะเป็นเบียร์นำเข้า ไม่ใช่เบียร์ไทย แต่เสียภาษีโดยติดอากรแสตมป์สุราถูกต้อง กรณีของบัณฑิตหนุ่มนิติศาสตร์นั้น ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี ทายาทธุรกิจเบียร์สิงห์ได้พูดคุยและให้การสนับสนุน โดยเตรียมนำสูตรไปผลิตที่ประเทศกัมพูชา แล้วส่งขายที่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ เช่นกัน
หากจะกล่าวถึงสถานะของคราฟต์เบียร์ในประเทศต่างๆ นั้น ในสหรัฐอเมริกาคราฟต์เบียร์เป็นที่นิยมผลิตและดื่มกันในชุมชน เพราะรสชาติแตกต่างจากเบียร์ของโรงงานขนาดใหญ่ ในฝรั่งเศสเองได้มีการทำไวน์ของท้องถิ่น เช่น แคว้นบอร์โด ซึ่งเทียบได้กับสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ของประเทศไทย การผลิตเหล้าและเบียร์นั้น
จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ตามกฎหมายและวัฒนธรรมของประเทศนั้น
สำหรับคราฟต์เบียร์ในประเทศไทย แม้จะคล้ายคลึงกับสินค้า OTOP แต่ตลาดคราฟต์เบียร์นั้นเป็นคนละตลาดกับสุราชุมชน เช่น กระแช่ สาโท เพราะผู้นิยมชมชอบคราฟต์เบียร์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีการศึกษาดี มีฐานะ
อย่างไรก็ตาม ค่านิยมของชาวไทยกับนโยบายของรัฐไม่สนับสนุนให้ผลิตและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเหล้าและเบียร์ ดังจะเห็นได้จากกรณีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตเบียร์ช้างและสุราต่างๆ หลากหลายยี่ห้อ เช่น แสงโสม แม่โขง หงส์ทอง ได้พยายามจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ต้องเผชิญกับการคัดค้านและต่อต้านของสังคมเป็นอย่างมาก จนต้องหันไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์แทน ทั้งๆ ที่เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีรายได้มาก มูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัท หรือ Market Cap เมื่อสิ้นปีที่แล้วนั้นมากกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือมากกว่า 5 แสนล้านบาท และบริษัทยังติดสิบอันดับแรก (Top Ten) ของบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ด้วย หลังจากกระแสการคัดค้านดังกล่าว บริษัทได้พยายามปรับตัวที่จะไม่ให้ภาพลักษณ์ของบริษัทติดอยู่กับเบียร์หรือสุราแต่เพียงอย่างเดียว โดยได้เพิ่มการผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น ชาเขียวโออิชิ น้ำดื่มช้าง น้ำอัดลมเอส โคล่า เป็นต้น รวมทั้งมีสายผลิตภัณฑ์อาหารภัตตาคารญี่ปุ่นในเครื่องหมายการค้าโออิชิเพิ่มขึ้นมาด้วย
นอกจากกระแสสังคมแล้ว นโยบายของรัฐนั้นยังไม่สนับสนุนให้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้คนลดการบริโภค เช่น รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา โฆษณาให้เหล้าเท่ากับแช่ง จำกัดเวลาจำหน่าย กำหนดเวลาออกอากาศและเงื่อนไขในการโฆษณา กำหนดระยะห่างจากสถานศึกษาในการจำหน่าย ห้ามจำหน่ายที่สถานีเติมน้ำมัน ห้ามผู้ขับขี่รถยนต์มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กำหนด ห้ามผู้โดยสารในรถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
การผลิตคราฟต์เบียร์ในประเทศไทย เมื่อไม่สามารถทำได้โดยถูกต้องตามกฎหมายทำให้ขาดหน่วยงานและกฎเกณฑ์ของรัฐที่จะกำกับดูแล จึงอาจทำให้มีปัญหาเรื่องความสะอาด สุขอนามัยในการผลิต ความปลอดภัยของผู้บริโภคได้ด้วย
การที่จะทำให้คราฟต์เบียร์ที่ผลิตในประเทศไทย เป็นเรื่องถูกกฎหมาย ต้องแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหลายประการ ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก อีกทั้งนโยบายของรัฐ วัฒนธรรมของประเทศ และทัศนคติของสังคมเองไม่ส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นการทำคราฟต์เบียร์และการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง คงแทบไม่มีโอกาสที่จะเป็นเรื่องถูกกฎหมายได้







