
ต้องรอบคอบ
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.สั่งให้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ และรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ จ.กระบี่ ใหม่ หลังมีผู้คัดค้านจำนวนมากนั้น นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในการยุติการเผชิญหน้าของรัฐบาลกับกลุ่มผู้คัดค้าน ด้วยการที่ไม่ได้สั่งใช้กำลังเข้าจัดการกับผู้ชุมนุมที่ปักหลักคัดค้านกันบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.สั่งให้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ และรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ จ.กระบี่ ใหม่ หลังมีผู้คัดค้านจำนวนมากนั้น นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในการยุติการเผชิญหน้าของรัฐบาลกับกลุ่มผู้คัดค้าน ด้วยการที่ไม่ได้สั่งใช้กำลังเข้าจัดการกับผู้ชุมนุมที่ปักหลักคัดค้านกันบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีดังกล่าวของรัฐบาล จะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มาจากการรัฐประหาร ซึ่งเป็นภาพของเผด็จการนั้นดีขึ้น และจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น เพราะถ้าหากรัฐบาลหักดิบเดินหน้าผลักดันโครงการดังกล่าวโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ก็อาจนำมาสู่ความสูญเสียเลือดเนื้อชีวิตและทรัพย์สินในอนาคตได้ ซึ่งเคยมีบทเรียนเกิดขึ้นจากโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งสร้างความขัดแย้งให้ชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้อย่างรุนแรงและยาวนานมาแล้ว จะยิ่งทำให้เกิดความ
ขัดแย้งมากขึ้น
ฉะนั้น การถอยเพื่อมารับฟังเสียงประชาชน ย่อมทำให้บรรยากาศของความขัดแย้งการเผชิญหน้าหมดไปและนำไปสู่การเจรจาพูดคุยเพื่อหาข้อยุติโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลมากขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญไม่ทำลายบรรยากาศการปรองดองที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลยอมให้มีการทำอีไอเอกันใหม่แล้ว ทางที่ดีควรจะจัดทำประชาพิจารณ์ใหม่ควบคู่ไปด้วย เนื่องจากมีเสียงท้วงติงว่ากระบวนการรับฟังความเห็นที่ผ่านมาไม่โปร่งใส
นอกจากนี้ ประชาชนยังไม่ไว้ใจความปลอดภัยเรื่องถ่านหิน โดยเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนพลังงานทดแทนอย่างอื่น เช่น ผลิตจากปาล์มน้ำมัน เพราะเชื่อว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอมากกว่าพลังงานถ่านหิน และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ประเด็นข้อเสนอเหล่านี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพยายามหาข้อมูลมาชี้แจงหักล้างด้วยเหตุด้วยผลให้ได้ว่า โครงการไฟฟ้าถ่านหินดีกว่าพลังงานด้านอื่นอย่างไร ในขณะเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงการชี้แจงที่จะทำให้เพิ่มความขัดแย้งของคนในชาติขึ้น อาทิ ถ้าไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหิน ภาคใต้จะไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะที่ผ่านมามีการใช้จากภาคกลาง ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ภาคใต้จะต้องสร้างโรงไฟฟ้าเอง การชี้แจงดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกของคนในประเทศได้ จึงต้องระวังสิ่งเหล่านี้ด้วย
ดังนั้น รัฐบาลควรจะใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทำให้ทุกอย่างเกิดความโปร่งใส ต้องให้ประชาชน ชุมชน มีส่วนร่วมทุกขั้นตอน อย่ามุบมิบหรือเกณฑ์คนมาเพื่อสนับสนุนตามที่มีการกล่าวหากันก่อนหน้านี้อีก
นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของพลังงานต้องให้ข้อมูลประชาชนอย่างรอบด้าน และต้องเลิกมองกลุ่มคนที่คัดค้านในเชิงลบทำนองมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง หรือเป็นเรื่องทางการเมือง เพราะจะยิ่งทำให้มีการต่อต้านมากขึ้น และที่สำคัญรัฐบาลต้องรับฟังข้อดีข้อเสียให้รอบด้านอย่างมีเหตุผลเพื่อผลประโยชน์และความผาสุกของประชาชนและความเจริญของประเทศชาติ







