posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (86)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (86)

19 กุมภาพันธ์ 2560

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยในชีวิตของผู้ต้องขัง

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยในชีวิตของผู้ต้องขัง ทรงมีพระราชดำริว่าผู้ต้องขังที่กระทำความผิดและต้องโทษอยู่ในเรือนจำนั้น ยังเป็นผู้มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีได้หากได้รับการอบรมความรู้ด้านศีลธรรม คุณธรรมควบคู่ไปกับการอบรมให้ความรู้ด้านวิชาการ โดยเฉพาะวิชาการที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้เมื่อพ้นโทษและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เช่น วิชาการด้านคอมพิวเตอร์ หากผู้ต้องขังได้รับการอบรมความรู้ความสามารถในด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้แล้ว เมื่อพ้นโทษจะสามารถนำความรู้ความสามารถที่ได้รับระหว่างต้องโทษไปประกอบอาชีพสุจริต เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป ดังพระราชดำรัสในการปาฐกถาเรื่องการศึกษาของผู้ด้อยโอกาส เนื่องในงานวันสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2544 วันที่ 12 พ.ย. 2544 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ความตอนหนึ่งว่า

“...ผู้ต้องขังหรือผู้ต้องโทษ เมื่ออยู่ในจองจำ ณ เรือนจำ ผู้ต้องขังจะได้รับการศึกษาสายสามัญขั้นพื้นฐานและต่อจนระดับอุดมศึกษาได้... เพื่อนที่เป็นอาจารย์ไปสอนในเรือนจำ บอกว่าสอนในเรือนจำ นักศึกษาตั้งใจเรียนมากกว่านักศึกษาที่เขาสอนทุกๆ วันเสียอีก อาจเป็นเพราะไม่มีอะไรมาแบ่งแยกดึงความสนใจไป แต่เมื่อพวกเขาสำเร็จการศึกษาหรือพ้นโทษก็หางานทำได้ยาก เพราะนายจ้างบางทีก็กลัว... พวกเขาจึงรู้สึกว่าด้อยโอกาสทางด้านนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาจะมีความภูมิใจ และความภูมิใจนี้จะกล่อมเกลาจิตใจให้ดีขึ้น เดี๋ยวนี้คนใจกว้างที่จะจ้างพวกนี้มาทำงานก็มีอยู่พอสมควรหรือจะทำแบบ SMEs เป็นนายของตนเองก็มีจำนวนมากขึ้น... ที่สนใจคนกลุ่มนี้เพราะได้เข้าไปมีส่วนช่วยเรื่องการจัดการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ต้องขังซึ่งได้ผลดี พวกเขาตั้งใจเรียน เรียนแล้วเราอาจป้อนงานให้ เช่น รับพิมพ์นามบัตร พิมพ์งาน อื่นๆ ได้ค่าจ้างตามจำนวนหน้า แม้ในระหว่างต้องขังก็มีโอกาสทำงานหารายได้...”

 โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาผู้ต้องขัง ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีวัตถุประสงค์เพื่ออบรมพัฒนาความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้ต้องขัง โดยในระยะแรกได้ดำเนินการในลักษณะโครงการนำร่องในเรือนจำและทัณฑสถาน 4 แห่ง ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงกลาง ในปี 2540 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ในปี 2543 และเรือนจำกลางคลองเปรม ในปี 2545

แต่ละเรือนจำจะได้รับพระราชทานเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ (พรินเตอร์) เพื่อจัดเป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนหนังสือ ตำรา สื่อการเรียนการสอนจำนวนหนึ่ง รวมถึงคำแนะนำในการดำเนินโครงการ อาทิ การจัดหาหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้หลักสูตรของวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพ หรือการศึกษานอกระบบ (กศน.) การคัดเลือกผู้ต้องขังเข้าร่วมโครงการ การพัฒนาบุคลากรของเรือนจำเพื่อเป็นวิทยากรประจำโครงการด้วย

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (86) http://www.princess-it.org/project/167-project-hrhit/itforprison-inmates.html

ผลจากการอบรมความรู้คอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้ต้องขัง ทำให้ผู้ต้องขังนอกจากจะมีความรู้และทักษะด้านคอมพิวเตอร์เบื้องต้นแล้ว ยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาทำเป็นอาชีพเสริมในระหว่างต้องโทษอยู่ได้อีก เช่น ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ในวันพบญาติ จะมีผู้ต้องขังบางคนหารายได้พิเศษด้วยการรับจ้างทำการ์ด ทำ ส.ค.ส. หรือทำนามบัตร และเมื่อพ้นโทษไปแล้วบางคนยังนำความรู้ที่ได้ระหว่างต้องโทษนั้นไปทำธุรกิจส่วนตัว เช่น การเปิดร้านถ่ายรูปดิจิทัล หรือร้านซ่อมคอมพิวเตอร์นำมาหาเลี้ยงชีพได้เป็นอย่างดี

ต่อมากรมราชทัณฑ์ได้สานต่อพระราชดำริ โดยการขยายการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาผู้ต้องขังออกไปยังเรือนจำอีก 21 แห่ง รวมเป็น 25 แห่งทั่วประเทศ

นอกจากการพัฒนาผู้ต้องขังแล้ว ยังได้ขยายไปยังเด็กในสถานพินิจ ซึ่งโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาเด็กในสถานพินิจ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะด้านคอมพิวเตอร์ให้แก่เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน โดยจัดการเรียนการสอนความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น ทั้งที่เป็นความรู้พื้นฐานในการใช้ไอที รวมทั้งความรู้และทักษะที่สามารถนำมาบูรณาการกับกิจกรรมอื่นๆ ในศูนย์ฝึกฯ หรือในเรื่องที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เนื่องจากเยาวชนกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เพราะเป็นกลุ่มที่ยังอยู่ในวัยรุ่น เรียนรู้เทคโนโลยีได้ไว และบางกลุ่มอยู่ในสถานพินิจเพียงระยะสั้น จะได้นำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองได้ต่อไปเมื่อพ้นโทษ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาความรู้และปัญญาแก่เด็กนักเรียน เด็กพิการที่ด้อยโอกาส และอยู่ห่างไกลความเจริญ ให้สามารถดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างสุจริต มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้ ทำให้วารสารอินโฟแชร์ซึ่งเป็นวารสารของสำนักงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของยูเนสโก ได้ตีพิมพ์บทความเฉลิมพระเกียรติ “การอุทิศพระองค์เพื่อการศึกษาเรียนรู้ด้านสารสนเทศของเด็กและผู้ด้อยโอกาสของไทย” รวมทั้งได้ถวายนาม “IT Princess” หรือ “เจ้าหญิงไอที” แด่พระองค์ นับเป็นความภาคภูมิใจของพสกนิกรชาวไทยยิ่งนัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท