posttoday
จะไป SAGA 23

จะไป SAGA 23

19 กุมภาพันธ์ 2560

ค่ำนี้เรานอนกันที่โรงแรม New Otani ใจกลางเมืองซากะ ใกล้สวนสาธารณะและศาลาว่าการจังหวัด

ค่ำนี้เรานอนกันที่โรงแรม New Otani ใจกลางเมืองซากะ ใกล้สวนสาธารณะและศาลาว่าการจังหวัด หลังจากเช็กอินเรียบร้อย เจ้าหน้าที่พาเราเดินไปชม Projection Mapping ที่อาคารศาลาว่าการ ตอนแรกก็เข้าใจว่าจะเป็นการฉายภาพหรือวิดีโอไปยังตัวอาคารเหมือนที่เห็นตามสถานที่อื่น แต่ของซากะต้องขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดของอาคารซึ่งปกติทางเขตจัดไว้ให้เป็นจุดชมวิวเมืองฟรีสำหรับบุคคลทั่วไป แต่ช่วงนี้มีการจัดงาน Saga Night of Light เป็นการทำ Mapping บนกระจกใสโดยมีฉากหลังเป็นตัวเมือง ถึงจะไม่ยิ่งใหญ่อลังการเหมือน Mapping บนอาคาร แต่ก็สวยงามไม่น้อย โดยเฉพาะภาพบอลลูนลอยล่องสลับกับภาพพลุที่ยิงออกมา ทำให้เกิดภาพเสมือนจริงว่ากำลังชมเทศกาลบอลลูนนานาชาติยามค่ำคืนพร้อมการจุดพลุที่สว่างไสวอยู่กลางเมืองซากะ จากที่แอบผิดหวังในตอนแรก กลายเป็นทึ่งในความสามารถของคนที่คิดค้น ใช้ข้อจำกัดของสถานที่และดึงเอาสิ่งแวดล้อมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนออกมาเป็นผลงานที่ดีเยี่ยมอย่างที่เห็นครับ

จะไป SAGA 23

 

เช้ารุ่งขึ้นผมมีประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมการตลาดเพื่อให้คนไทยมาเที่ยวจังหวัดซากะให้มากขึ้น มีเรื่องหนึ่งที่ผมสนใจมากเป็นพิเศษคือ Sugar Road หรือเส้นทางน้ำตาล อันเป็นต้นกำเนิดขนมหวานยุคใหม่ของญี่ปุ่น มีจุดเริ่มต้นที่นางาซากิ ผ่านซากะ มาสิ้นสุดที่ฟุกุโอกะ เรื่องแบบนี้มันสนุกครับ เพราะแต่เดิมคนญี่ปุ่นใช้สาหร่ายชนิดหนึ่งที่ให้รสหวานมาเป็นองค์ประกอบหลักของการปรุงอาหารและขนม จนกระทั่งมีการปิดประเทศในยุคสมัยของโชกุนตระกูลโทคุกาวะ แต่มีการเปิดช่องทางไว้ทำการค้ากับฝรั่งที่เกาะเดจิมะ จังหวัดนางาซากิ โดยแต่งตั้งบริษัท ดัทช์อีสท์อินเดียน เป็นตัวแทนที่ได้รับอนุญาตเพียงบริษัทเดียว สินค้าทั้งอุปโภคบริโภคจากยุโรปจึงได้หลั่งไหลเข้ามายังประเทศญี่ปุ่นผ่านช่องทางพิเศษนี้ รวมทั้งน้ำตาลด้วยเช่นกัน ปรากฏการณ์ของน้ำตาลก่อให้เกิดขนมหวานต่างๆ มากมาย ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะได้แก่ Castella ขนมเค้กสัญชาติโปรตุเกสที่ทำจากแป้ง ไข่ และน้ำตาล รสนุ่มหอมหวาน สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการขนมญี่ปุ่น ถึงจะมีราคาแพงเพราะใช้วัตถุดิบที่สำคัญอย่างน้ำตาล แต่ก็เป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงและชนชั้นกลาง ความที่จังหวัดซากะเป็นเมืองแวะพักระหว่างนางาซากิกับฟุกุโอกะ จึงได้รับอิทธิพลของน้ำตาลไปด้วย ขนมชนิดหนึ่งที่ถือกำเนิดในช่วงเวลานั้นจนเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดก็คือ Ogi Yokan ขนมญี่ปุ่นที่มีส่วนผสมของถั่ว วุ้น และน้ำตาล เหมาะกับการทานคู่กับน้ำชา โดยเฉพาะหากใช้ถั่วแดงจะยิ่งแพงและอร่อยเป็นพิเศษ นอกจากโยกังแล้วก็ยังมีขนมอื่นๆ อีกหลายชนิด เช่น Tokiwa Okoshi (ข้าวพองเคลือบน้ำตาล) Maruboro (ขนมไข่) Quesiado (ขนมอบไส้ฟักทองและถั่วดำ) ใครที่ชอบทานขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม รับรองว่ามาที่ซากะแล้วจะได้ชิมกันอย่างไม่กลัวอ้วนเลยทีเดียวครับ

จะไป SAGA 23

 

หลังประชุมก็ได้เวลาอาหารเที่ยงซึ่งเป็นมื้อที่ผมรอคอย เพราะการมาทริปซากะจะไม่มีทางสมบูรณ์แบบ หากไม่ได้ลิ้มลองเนื้อซากะ และถ้าจะกินเนื้อซากะให้สาแก่ใจ ก็ต้องไม่พลาดร้าน Kira ผมเคยเขียนถึงร้านคิระไปแล้วครั้งหนึ่ง รอบนั้นเป็นสาขาที่ฟุกุโอกะและเมนูเทปปังยากิ แต่รอบนี้เป็นที่ร้านหลักมีพื้นที่กว้างขวาง มีลานจอดรถใหญ่โตรับลูกค้าได้ร่วมร้อย แบ่งเป็นโซนย่างและห้องเทปปัง เลยขอเจ้าภาพกินเป็นเนื้อย่างบ้าง ถึงจะเรียกว่าโซนย่างแต่เมนูก็มีหลากหลายทั้งชาบุชาบุ สุกียากี้ เนื้อย่าง และเนื้อนึ่งในกระบะ (Seiro-Mushi) ที่หาทานได้ยากในร้านอื่นๆ พลิกดูเมนูแล้วต้องชื่นชมเลยครับ เพราะมีความหลากหลายตั้งแต่อาหารจานเดียวอย่างข้าวแกงกะหรี่ แฮมเบอร์เกอร์ ราคาที่ละ 1,100 เยน หรือเนื้อย่างราคาไม่ถึง 2,000 เยนก็มี เรื่อยไปจนถึงหลักหมื่นเยน ขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพของเนื้อ ก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่าเมนูราคาต้นๆ จะไม่ใช่เนื้อซากะนะครับ เพราะการจัดระดับชั้นของเนื้อซากะนั้นเป็นแนวทางเดียวกันกับเนื้อโกเบและเนื้อทาจิมะ คือจะต้องเป็นเนื้อเกรด A เท่านั้น และมีค่า BMS หรือ Beef Marbling Standard อยู่ในระดับ 7 ขึ้นไปจนถึง 12 จึงจะเรียกว่าเนื้อซากะหรือ Saga Beef ได้ และถึงแม้ว่าจะเป็นเนื้อเกรด A แต่ถ้าค่า BMS ต่ำกว่า 7 ลงมา จะเรียกเป็นเนื้อจากจังหวัดซากะหรือ Beef from Sagaดังนั้นในเมนูของร้านจึงมีทั้งเนื้อซากะและเนื้อจากจังหวัดซากะ ความต่างของราคายังอยู่ที่สัดส่วนของเนื้อด้วยว่ามาจากตรงไหน เวลาท่านจะสั่งก็ลองสอบถามกันให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ชอบเนื้อที่มีมันเยอะ แต่สำหรับผมเมื่อมาถึงร้านหลักแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะขอสั่งเนื้อชุดดีที่สุดครับ ประกอบด้วย Hire (Tenderloin) Rosu (Chuck) และ Slice Rosu เกรด A5 ราคา 9,800 เยน ภาพในเมนูกับของจริงตรงกันไม่มีหลอกลวงครับ เนื้อทุกชิ้นลายสวยดูเลอค่า ผมค่อยๆ ย่าง Rosu ดูไขมันค่อยๆ ละลาย เป็นการรอคอยที่มีความสุขจริงๆ เนื้อนุ่มมาก กัดลงไปโดยไม่ได้ออกแรงขากรรไกรเลย ชิ้นแรกนี่ไม่จิ้มอะไรทั้งสิ้น เพราะต้องการลิ้มรสหวานของเนื้อ ชิ้นที่สองถึงแตะเกลือและพริกไทยนิดหน่อยก็อร่อยเหลือคณาครับ ถัดมาลอง Hire บ้าง ใครไม่ชอบมันเยอะต้องตัวนี้เลย ถึงจะไม่ค่อยมีมันแต่ความนุ่มยังเหนือชั้นกว่า Rosu อีกครับ ตามด้วย Slice Rosu ที่ทานง่ายขึ้นไปอีก เพราะทั้งนุ่มและบางเหมือนแผ่นเนื้อเวลาเสิร์ฟสุกี้ยากี้ ชิ้นนี้ต้องจิ้มกับซอสที่ทางร้านให้มาอร่อยสุดๆ มื้อนี้กินแค่เนื้อก็อิ่มมากแล้วครับ พวกออร์เดิร์ฟและข้าวนี่แทบไม่ได้แตะเลย จะมีก็ของหวานล้างปากตอนจบเท่านั้น มื้อนี้เอาไปเต็มสิบ แอบกระซิบเบาๆ ว่าอร่อยกว่าเนื้อโกเบหลายร้านที่เคยกินมาอีกครับ

จะไป SAGA 23

 

ทานเสร็จก็รีบบึ่งไปช็อปปิ้งส่งท้ายที่ Tosu Premium Outlets ในเมืองโทสึ มีร้านค้าให้ช็อปถึง 150 ร้าน แบรนด์คุ้นๆ ที่คนไทยนิยมอย่าง Adidas, Armani, Coach, D&G, Gap, Lego, Nike, New Balance, Oakley, Polo, Samsonite etc. ก็ครบ รวมทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Asics, Beams, Edwin, Francfranc, G-Shock, Seiko etc. ก็มี เสียเงินพอหอมปากหอมคอ ก็ขับต่อไปเช็กอินที่โรงแรม Bientos ที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะออกมากินอาหารค่ำมื้อส่งท้ายที่ร้าน Hanayashiki ร้านนี้โดดเด่นด้วยเมนูสเต๊กเนื้อ Miyasaki จานร้อน บรรยากาศของร้านดีมากอยู่ท่ามกลางสวน พื้นที่กว้างใหญ่ เป็นมื้อปิดท้ายที่แฮปปี้ของทริปนี้อีกมื้อหนึ่งครับ

ตื่นเช้ามาผมขับรถไปคืนที่สนามบินแล้วยังมีเวลาไปเช็กอินแบบเหลือๆ ใครหาที่พักในฟุกุโอกะช่วงพีกไม่ได้ลองพิจารณาโรงแรมในซากะดู ห่างกันไม่ไกลและราคาไม่แพง ไปสนามบินใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นครับ

จะไป SAGA 23

 

จะไป SAGA 23

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท