
แก้ที่โครงสร้าง
รัฐบาลทำงานเชิงรุกอย่างหนักเพื่อให้เกิดการลงทุน ทั้งจากภาคเอกชนในประเทศและต่างประเทศ
รัฐบาลทำงานเชิงรุกอย่างหนักเพื่อให้เกิดการลงทุน ทั้งจากภาคเอกชนในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนที่จะช่วยสร้างอนาคตของประเทศไทย ตามนโยบาย “ประเทศไทย 4.0”
โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้จัดงาน Opportunity Thailand ขึ้น เพื่อใช้เป็นเวทีในการนำเสนอศักยภาพของไทยในแต่ละด้าน เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต เป็นการเปลี่ยนโมเดลประเทศไทย ที่จะมีการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์มาเป็นตัวขับเคลื่อนแทนโมเดลเศรษฐกิจรูปแบบเดิมๆ
พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสร้างความเชื่อมั่นถึงความต่อเนื่องของนโยบายการลงทุน ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำในขณะนี้จะเดินหน้าต่อไปอีก 20 ปีข้างหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยอาจจะมีการออกกฎหมายมาช่วยบังคับ ซึ่งน่าจะช่วยให้นักลงทุนโดยนักลงทุนจากต่างประเทศเชื่อมั่นในการลงทุนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในงานดังกล่าวที่มีการเชิญผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศทั่วโลกมาถึง 34 ราย มาประชุมในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน (Honorary Investment Advisor : HIA) เพื่อรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะ ปรากฏว่า ประเด็นหลักที่ซีอีโอระดับโลกทุกรายเห็นตรงกัน คือ อยากให้ประเทศไทยปรับปรุงด้านทรัพยากรมนุษย์ หรือการพัฒนาคน เพื่อให้รองรับการลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้
ที่ผ่านมาได้มีการเสนอให้เห็นจุดอ่อนของไทยเรื่องทรัพยากรมนุษย์มาในรัฐบาลหลายยุคสมัย แม้กระทั่งในรัฐบาลชุดนี้ก็ตาม ทั้งจากภาคเอกชนของไทยและภาคเอกชนจากต่างประเทศ ไปจนถึงผลวิจัย ผลสำรวจต่างๆ มากมาย ต่างพยายามนำเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากรมนุษย์มาโดยตลอด ผลสำรวจบางชิ้นระบุด้วยว่า นักลงทุนสนใจคุณภาพแรงงานมากกว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยซ้ำ
แม้รัฐบาลชุดนี้จะพยายามบอกกล่าวนักลงทุนว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังแก้ไขกฎระเบียบเพื่อให้สถาบันการศึกษาระดับโลก ทั้งระดับอาชีวศึกษา อุดมศึกษา จากต่างประเทศมาตั้งสถาบันในไทย แต่ก็เฉพาะในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
แต่การดึงสถาบันการศึกษาระดับโลกมาตั้งในไทยยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รัฐบาลยังไม่ได้แตะหรือเข้าไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างการศึกษาของไทย ซึ่งเป็นเรื่องระยะยาวและจำเป็นมากกว่า เพราะการปฏิรูปการศึกษาของไทยตั้งแต่เด็กวัยประถมไปจนระดับอุดมศึกษา จะช่วยให้คนไทยมีความรู้ มีทักษะ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันได้ในระยะยาว
โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยนั้น ในภาวะปัจจุบันไปถึงอนาคตอันใกล้นี้ ทรัพยากรมนุษย์จะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่มีอิทธิพลมากกว่าการยกเว้นหรือลดภาษี เพราะทรัพยากรมนุษย์นั้นเป็นปัจจัยการผลิตหลักของการลงทุนทุกระดับ
การปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างคนไทยพันธ์ุใหม่ ไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อให้เข้าสู่ตลาดแรงงานที่จะใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น มีการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มากมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชน ด้วยการสร้างโครงสร้างการศึกษาที่ทำให้คนไทยพัฒนาตนเองไปสู่แรงงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ หรืออย่างน้อยก็มีการพัฒนาฝีมือแรงงานรองรับการลงทุนที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลได้ และยังทำให้รายได้ประชากรต่อหัวสูงขึ้น ลดทอนภาระของรัฐบาลจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทยได้
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือทำเพื่อหวังผลระยะสั้นเท่านั้น แต่ต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาทั้งระบบเท่านั้น จึงจะดึงดูดการลงทุนและทำให้นโยบาย ประเทศไทย 4.0 เป็นจริงได้







