
บางจากทุ่มลงทุนปีนี้1.85หมื่นล้าน
บางจากปิโตรเลียม ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 1.85 หมื่นล้าน คาดกำไรดีกว่าปี 2559 ประมาณ 20%
บางจากปิโตรเลียม ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 1.85 หมื่นล้าน คาดกำไรดีกว่าปี 2559 ประมาณ 20%
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม แจ้งว่าปี 2560 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 1.85 หมื่นล้านบาท โดยไม่รวมในส่วนของบริษัทย่อย บริษัท บีซีพีจี แบ่งเป็นงบลงทุนซ่อมแซม 5,000 ล้านบาท งบขยายการลงทุน 5,000 ล้านบาท ธุรกิจไบโอฟูเอล 3,000 ล้านบาท ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 4,000 ล้านบาท ค้าปลีก 1,000 ล้านบาท และนวัตกรรมและอื่นๆ 500 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้ผลการดำเนินงานของบริษัทจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิ 4,773 ล้านบาท โดยคาดว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) จะเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2559 ที่มีอีบิตดา 11,081 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นเพียง 3% จากปี 2558
เนื่องจากในปีนี้คาดว่าหลายธุรกิจในกลุ่มจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากแผนการผลิตที่จะกลับมาผลิตเต็มกำลังหลังไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงประจำปีของโรงกลั่นและธุรกิจไบโอดีเซล และธุรกิจเชื้อเพลิงเอทานอลจะมีการใช้อัตราการผลิตเพิ่มขึ้น รวมถึงด้านธุรกิจการตลาดมีการวางแผนกลยุทธ์ที่เข้มข้นขึ้นทั้งเครือข่ายสถานีบริการ ธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันเพื่อผลักดันปริมาณการจำหน่ายให้เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงราคาน้ำมันที่ขึ้นไปอยู่ระดับสูงกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะช่วยหนุนธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติให้มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
ปี 2559 บริษัท บางจากปิโตรเลียม มีกำไรสุทธิ 4,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ 15% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 3.47 บาท โรงกลั่นบางจากมีอัตราการผลิตเฉลี่ยลดลงตามแผนการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นประจำปีในไตรมาสแรกตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.-23 มี.ค. รวม 45 วัน
แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันรวมของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในส่วนของตลาดค้าปลีก (สถานีบริการน้ำมัน) จากการที่บริษัทได้มีการสำรองผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปไว้เพื่อจำหน่ายในช่วงระหว่างการหยุดซ่อมบำรุง ตามนโยบายด้านการตลาดที่เน้นการขายผ่านสถานีบริการเป็นหลัก ให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น จากราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปที่ลดลง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อน และธุรกิจการท่องเที่ยวที่ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศให้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าการตลาดในปี 2559 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยธุรกิจโรงกลั่น มีกำไรสต๊อกน้ำมัน 590 ล้านบาท ขณะที่บริษัทย่อยมีขาดทุนสต๊อก 98 ล้านบาท ทำให้ในปี 2559 บริษัทมีกำไรสต๊อกน้ำมันรวม 488 ล้านบาท
ราคาหุ้น ปตท. ปิดที่ 396 บาทเพิ่มขึ้น 2 บาทหรือ เพิ่มขึ้น0.51%เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้น







