
ไทย-ศรีลังกาลุยFTA
ไทยหารือศรีลังกาเดินหน้าเอฟทีเอ คาดลงนามเดือน ส.ค.นี้ “สมคิด” เสนอเดินหน้าความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รัฐ-เอกชน
ไทยหารือศรีลังกาเดินหน้าเอฟทีเอ คาดลงนามเดือน ส.ค.นี้ “สมคิด” เสนอเดินหน้าความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รัฐ-เอกชน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2560 ได้หารือกับนายมาลิก สามาราวิเกรมา รมว.ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาและการค้าระหว่างประเทศของประเทศศรีลังกา ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทย โดยในการหารือนั้นศรีลังกาต้องการให้เร่งดำเนินการเรื่องเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ระหว่างไทยกับศรีลังกา จึงได้แจ้งไปว่าเรื่อง FTA ที่อยู่ระหว่างการศึกษาคงดำเนินการได้อยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าภายในเดือน ส.ค. 2560 ทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อย และลงนามเอฟทีเอกันได้
อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ต้องการให้ทั้งสองประเทศดำเนินการควบคู่กับการทำ FTA คือ ความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ระหว่างกันทั้งระหว่างรัฐกับรัฐและเอกชนกับเอกชน โดยให้ศรีลังการะบุอุตสาหกรรมที่ต้องการให้มีการลงทุนมา จะได้พาคณะเอกชนของไทยไปร่วมหารือความร่วมมือระหว่างเอกชนด้วยกัน เบื้องต้นจะมีอุตสาหกรรมที่ศรีลังกาต้องการให้เกิดการลงทุนคือ อุตสาหกรรมเกษตร อัญมณี ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
นายสมคิด กล่าวว่า ทางศรีลังกาต้องการให้ไทยไปร่วมลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมที่เมืองโคลัมโบ จึงแนะนำให้ดูแนวทางของเขตเศรษฐกิจพิเศษนิคมอุตสาหกรรมติละวาของเมียนมาที่เกิดขึ้น และมีความสำเร็จเร็วมากเพราะมีความร่วมมือทั้งระหว่างรัฐต่อรัฐ เอกชนต่อเอกชน และนิคมอุตสาหกรรมโคลัมโบถือเป็นโอกาสดีของนักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุน เพราะศรีลังกามีเอฟทีเอกับอินเดียและปากีสถาน เมื่อผลิตสินค้าแล้วสามารถส่งออกไปทั้งสองประเทศได้สะดวกโดยเฉพาะอินเดียจะเป็นตลาดใหญ่มาก ขณะที่จีนยังได้ไปลงทุนสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ในศรีลังกาแล้ว
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมที่ศรีลังกาต้องการให้คนไทยไปลงทุนและนำผู้เชี่ยวชาญเข้าไปด้วย ทั้งในอุตสาหกรรมอัญมณี เพื่อจะผลิตเครื่องประดับอัญมณีตีตลาดอินเดีย ขณะเดียวกันค่าแรงในศรีลังกาก็ยังถูกอยู่ จึงเป็นข้อได้เปรียบที่จะดึงดูดนักลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน และที่ต้องการให้ธุรกิจไทยลงทุนเพิ่มคือ การผลิตกุ้งจากปัจจุบันที่กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี มีการผลิตไก่อยู่แล้ว







