posttoday
แก้หนี้คนจน รัฐบาลตั้งใจทำเพื่อคนไทย

แก้หนี้คนจน รัฐบาลตั้งใจทำเพื่อคนไทย

18 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...แบงก์กลิ้ง

โดย...แบงก์กลิ้ง

ปัญหาเศรษฐกิจยังคงเป็นปัญหาหลักที่รัฐบาลใช้เวลาในการบริหารจัดการมาตลอดหลายปีที่เข้าบริหารประเทศ การส่งออกหดตัว การลงทุนไม่มี กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรการบริโภคของประชาชนก็ไม่ฟื้นตัว เงินเฟ้อต่ำแต่เกิดเงินฝืดในระดับครัวเรือน

มาดูกันว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้เศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไรบ้าง

ช่วงที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศในปี 2557 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ระดับ 79% แต่ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 83% ของจีดีพี หนี้คือหนี้ครัวเรือนจากการรวบรวมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นหนี้จากธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) แต่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าหากรวมสัดส่วนหนี้นอกระบบเข้าไปด้วย หนี้ครัวเรือนมีสัดส่วนเกิน 100% ของจีดีพีมานานแล้ว

ในช่วงที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศใหม่ๆ ได้มีการขอให้กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปรวบรวมข้อมูลภาพรวมของหนี้ครัวเรือนของไทย และหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน หลังจากเป็นห่วงว่าหนี้ครัวเรือนของไทยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย มูลค่าหนี้สินของครัวเรือนไทยได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัยผสมกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยการออกโครงการคืนภาษี สรรพสามิตให้กับผู้ซื้อรถคันแรกสูงสุด 1 แสนบาท เร่งให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นอีก

เมื่อประชาชนหมดหนี้จากรถคันแรกก็เจอปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำจากการถดถอยของเศรษฐกิจโลก ธปท.และอีกหลายๆ หน่วยงานทางเศรษฐกิจระบุตรงกันว่าหนี้ครัวเรือนที่สูงมากเป็นต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจหดตัว เพราะประชาชนไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้จ่าย ทำให้การบริโภคภายในประเทศที่หวังจะให้ขยายตัวแทนการส่งออกไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

มาดูว่าผ่านมากว่า 3 ปี ความหวังดีของ คสช.ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาทางลดหนี้ครัวเรือนให้ประชาชนเริ่มเห็นผลเป็นรูปเป็นร่าง ทางกระทรวงการคลังได้เปิดให้ลงทะเบียนคนจนไปรอบแรกเมื่อปีที่แล้ว และเตรียมจะเปิดให้ลงรอบใหม่ในเดือน เม.ย.นี้ เพื่อจะได้ทราบจำนวนคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐมีมากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้ ได้ให้นโยบายที่ชัดเจนกับ 2 แบงก์รัฐ ให้เป็นหัวหอกในการแก้ไขหนี้นอกระบบ ด้วยการเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

ด้านการจัดการกับหนี้นอกระบบ ก็ได้ออกกฎหมายให้เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ได้ไม่เกิน 20% หากคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมายจะโดนโทษจำคุกด้วย คือเอาโทษสถานหนักเพื่อให้เข็ดหลาบ

ส่วนการหาแหล่งเงินกู้ใหม่ กระทรวงการคลังจะเปิดให้เอกชนตั้งบริษัทให้กู้เงินรายย่อยลงมาอีกในรูปแบบพิโกไฟแนนซ์ ให้กู้รายละ 5 หมื่นบาท เงื่อนไขอื่นก็คล้ายคลึงกับการตั้งนาโนไฟแนนซ์ เพียงแต่ห้ามให้กู้ข้ามเขตจังหวัด ซึ่งวัตถุประสงค์ที่แท้จริงต้องการให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบนั่นเอง

การเปิดทางให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบอาจจะประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่อาจไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะเจ้าหนี้นอกระบบส่วนใหญ่จะเป็นมาเฟียในท้องถิ่น และการอยู่นอกระบบรายได้ก็ไม่ต้องเสียภาษี ทวงหนี้โหดก็ได้

เรื่องนี้ต้องติดตามดูกันต่อไป เร็วไปที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ที่แน่ๆ ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า รัฐบาลเตรียมคิกออฟแผนการแก้หนี้คนจนเป็นงานใหญ่แห่งปี ถึงตอนนั้นก็จะเห็นแพ็กเกจแก้หนี้คนจนอย่างเป็นทางการ

แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรเป็นรูปเป็นร่าง แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็นความตั้งใจในการยกระดับ ลดความเหลื่อมล้ำที่รัฐบาลนี้ทำให้คนไทย

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด