
ม็อบต้านถ่านหินสู้ มาร์คชี้บิ๊กตู่ผิดพลาด
ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ประกาศหักดิบประกาศเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 800 เมกะวัตต์ กลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านซึ่งนำโดย ประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ต่างแสดงความผิดหวังพร้อมเดินข้ามฝั่งจากด้านหน้าศูนย์บริการประชาชนฝั่งสำนักงาน ก.พ. มารวมตัวกันบริเวณประตู 2 ทำเนียบรัฐบาลแทน พร้อมกับตะโกนว่า “ชาวกระบี่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่เอาทรราช”
ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ประกาศหักดิบประกาศเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 800 เมกะวัตต์ กลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านซึ่งนำโดย ประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ต่างแสดงความผิดหวังพร้อมเดินข้ามฝั่งจากด้านหน้าศูนย์บริการประชาชนฝั่งสำนักงาน ก.พ. มารวมตัวกันบริเวณประตู 2 ทำเนียบรัฐบาลแทน พร้อมกับตะโกนว่า “ชาวกระบี่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่เอาทรราช”
ทั้งนี้ ตำรวจพยายามผลักดันให้ผู้ชุมนุมกลับไปชุมนุมฝั่งหน้า ก.พ. ทำให้เกิดการปะทะกันเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่บนฟุตปาทหน้าทำเนียบรัฐบาล และล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลแพ่งนัดไต่สวนคำร้องขอยกเลิกการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยระบุชื่อ จินดารัตน์ เพิ่มลาภวิรุฬห์ ผู้จัดการชุมนุม ในวันที่ 20 ก.พ. เวลา 09.30 น. โดยได้นำมาติดไว้บริเวณกำแพงหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมีประสิทธิชัยผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินเป็นผู้เซ็นรับแทน
“พวกเราจะปักหลักชุมนุมต่อไปจนกว่าจะได้รับคำตอบที่พอใจจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องสั่งยุติโครงสร้างก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ยืนยันว่า พวกเราจะไม่กลับบ้านอย่างแน่นอน เพราะการกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชน แต่กลับกระทำการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุน” ประสิทธิชัย ระบุ
แกนนำผู้ชุมนุมกล่าวอีกว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เหตุผลในการเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในภาคใต้และอ้างว่าต่างประเทศก็ทำนั้นเป็นเหตุผลที่ไร้เดียงสา ไม่มีภาวะผู้นำ เพราะการที่ไฟฟ้าในภาคใต้ติดๆ ดับๆ นั้น เป็นปัญหาจากสายส่งและนับจากนี้เป็นต้นไปจะขนพี่น้องประชาชนมาร่วมกันชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลให้มากกว่าหมื่นคน ชาวอันดามันมาร่วมด้วย “มีรัฐบาลไหนในโลกที่ใช้มาตรา 44 ทำลายป่าไม้ เพื่อกวาดทรัพยากรธรรมชาติเอามาเอื้อประโยชน์นายทุนทำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเอื้อกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาหาประโยชน์นี่คือ ความผิดพลาดอย่างมหันต์ ดังนั้น วันนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเราจะไม่ไปไหน พร้อมแม้กระทั่งจะต้องติดคุกยอมแม้แต่รัฐบาลจะเอาพวกเราไปเข่นฆ่าอย่างไรก็ได้ เพื่อจะให้ทั่วโลกได้เห็นและประณามว่ารัฐบาลทหารทรราชประชาชน” ประสิทธิชัย ระบุ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนประกอบกับข้อมูลด้านการข่าวชัดเจนว่าการชุมนุมนี้เป็นการชุมนุมทางการเมืองมีผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งถือว่าขัดต่อประกาศ คสช.เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง จึงประสานไปยังฝ่ายกฎหมาย คสช.ให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และได้สั่งการให้นำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนอีก 1 กองร้อย เข้าพื้นที่แล้ว โดยทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยใช้ทางออกประตูสะพานอรทัย จากเดิมที่เคยใช้ประตูทางสะพานชมัยมรุเชฐ โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้นำรั้วเหล็กมาปิดกั้น เนื่องจากเกรงม็อบจะบุกเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล
ด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ไม่สอดคล้องกับทิศทางของพลังงานในอนาคตที่มีทางเลือกที่ดีกว่า และสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายกับพื้นที่การท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นทุนที่มีค่าสำหรับพื้นที่นั้น และกังวลว่าความขัดแย้งจะไม่ยุติ
ขณะที่ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ได้โพสต์ระบุว่า น่าเศร้าที่นายกรัฐมนตรีและ กพช.ตัดสินใจเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ และคาดว่าในชั้นก่อสร้างและชั้นเปิดดำเนินการก็จะมีประท้วงกันต่อเนื่อง ส่วน รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กทม.และแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวด้านพลังงาน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กระบุว่า “นายกรัฐมนตรีไม่ใช่เจ้าของแผ่นดินนี้ ที่จะใช้อำนาจโดยไม่ฟังเสียงของประชาชน “รัฐบาลขอเวลาคืนความสุขให้ใครกันแน่ ระหว่างกลุ่มทุนพลังงาน หรือประชาชน!?!”







