posttoday
ใครได้ใครเสียในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ...(ตอนที่ 1)

ใครได้ใครเสียในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ...(ตอนที่ 1)

06 กันยายน 2553

...ศ.นพ.ธารา ตริตระการ

คําตอบที่ถูกต้องของ “ประเด็นที่โต้แย้งกัน” ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... คือ การติดตามผลที่เกิดขึ้นหลังการประกาศใช้ของ พ.ร.บ.นี้ ว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าเกิดผลเสียร้ายแรงขึ้น ก็จะแก้ไขได้ยากหรืออาจสายเกินกว่าที่จะแก้ไข ถ้าหากศึกษาร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวโดยละเอียด ก็พอคาดการณ์ถึงผลดีและผลเสียที่จะเกิดได้หลายประการ อยากฝากคณะทำงานทุกฝ่ายให้พิจารณา คาดการณ์คำตอบ และถ้าพบปัญหาหรือข้อบกพร่องที่สำคัญหรือร้ายแรง ขอให้พิจารณาและดำเนินการ แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ก่อนนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ประเด็นสำคัญที่โต้แย้งกันอยู่เช่น

1.สิทธิในการขอรับค่าเสียหายเปิดกว้างเกินไปหรือไม่

2.จะมีผู้เสียหายใช้สิทธิขอรับค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.นี้มากจนเป็นภาระหนักกับกองทุนอย่างมากหรือไม่

3.จะมีการฟ้องร้องแพทย์เพิ่มมากขึ้นหรือไม่

4.ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการคือแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล และผู้ป่วยจะดีขึ้นหรือเสื่อมทรามลง

ขอให้ท่านผู้อ่านที่สนใจ ดาวน์โหลด ร่าง พ.ร.บ. และร่วมกันพิจารณา ในประเด็นที่กล่าวถึงนี้

(http://consumersouth.org/paper/790 หรือ http://www.surinpho.com/file_ news/X1G42G7.pdf หรือ http://www.phyathai.com/phyathai/kbm/uploads/0720070604170632.pdf )

1.สิทธิในการขอรับค่าเสียหายเปิดกว้างเกินไปหรือไม่ ?

สิทธิของผู้เสียหายและเงื่อนไขในการได้รับสิทธิตามร่าง พ.ร.บ.ฯ มาตรา 5 กำหนดหลักการพื้นฐานไว้ว่า “ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและเงินชดเชยจากกองทุนตามร่าง พ.ร.บ.นี้ โดยไม่ต้องพิสูจน์ความรับผิด”

นอกจากนี้ ในมาตรา 6 “ผู้เสียหายไม่อาจอ้างสิทธิตามมาตรา 5 ได้หากเป็นกรณีดังต่อไปนี้ (1) ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามปกติธรรมดาของโรคนั้น แม้มีการให้บริการสาธารณสุขตามมาตรฐานวิชาชีพ (2) ความเสียหายซึ่งหลีกเลี่ยงมิได้จากการให้บริการสาธารณสุขตามมาตรฐานวิชาชีพ (3) ความเสียหายที่เมื่อสิ้นสุดกระบวนการให้บริการสาธารณสุขแล้วไม่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติ”

จะเห็นได้ว่า นอกจากข้อยกเว้น 3 ข้อในมาตรา 6 วงเล็บที่ 13 แล้ว ความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.นี้ แม้ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ก็ตาม เพื่อให้เข้าใจตรงกัน จะขอยกตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งเป็น “ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานวิชาชีพ” เช่น

1.กระดูกซี่โครงหักจากการปั๊มหัวใจเพื่อพยายามช่วยชีวิตผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้น มีโอกาสเกิดขึ้นร้อยละ 1030

2.ภาวะเลือดออกในสมองทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาต ทำงานไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ ทุกข์ทรมานมาก เป็นผลจากการได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant) ในการรักษาหัวใจเต้นผิดปกติแบบพลิ้ว (Atrial fibrillation) ซึ่งข้อมูลจากโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงในประเทศสหรัฐอเมริกา มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนนี้ร้อยละ 48

3.หลังผ่าตัดรักษามะเร็งในช่องท้อง ผู้ป่วยเกิดภาวะลำไส้อุดตันจากพังผืดรัดลำไส้ ทำให้ต้องผ่าตัดซ้ำ ต้องถูกตัดลำไส้บางส่วนออกไป มีอาการปวดท้องเรื้อรัง ได้รับความทุกข์ทรมาน ภาวะแทรกซ้อนนี้มีโอกาสเกิดร้อยละ 120 ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

4.หลังผ่าตัดการติดเชื้อในช่องท้อง เช่น ไส้ติ่งแตก แผลอักเสบอาจเกิดได้ร้อยละ 1030 แม้ให้ยาปฏิชีวนะและดูแลแผลอย่างดี ถ้าติดเชื้อในกระแสเลือดจนช็อก อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตถึงร้อยละ 60

ความเสียหายที่เป็นภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานวิชาชีพนี้มีมากมาย ในมาตรฐานสากลถือว่าเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นร่วมกับการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับการอธิบายและให้ตัดสินใจว่ายินดีรับความเสี่ยงหรือไม่ มีทางเลือกอื่นหรือไม่ อย่างไร เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐาน แต่ไม่ถือว่าเป็นความเสียหายที่จะนำมาเรียกร้องค่าเสียหาย ไม่มีประเทศใดจ่ายเงินค่าเสียหายในกรณีเหล่านี้ แม้ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียที่ใช้ระบบ “ไม่พิสูจน์ความรับผิด” การจ่ายค่าเสียหายได้เฉพาะเมื่อเป็นผลโดยตรงจากการรักษาที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (Sub Standard) หรือ ทุรเวชปฏิบัติ (Malpractice) เท่านั้น

การที่ร่าง พ.ร.บ.นี้ ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เสียหายโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด จึงไม่ต้องคำนึงว่าเกิดจากเหตุใด ถ้ามิใช่กรณีในมาตรา 6 ย่อมได้รับความคุ้มครอง นับเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่แก่ผู้ที่ได้รับความเสียหาย แต่จะเป็นภาระหนักแก่กองทุน

ประเทศไทย พร้อมที่จะให้สิทธิการรับค่าเสียหายระดับที่สูงกว่านานาประเทศแล้วหรือ ?

สมควรที่จะจำกัดความคุ้มครองให้การเยียวยาผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ หรือไม่ ?

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ