
ตำรวจเผย "เบนซ์ เรซซิ่ง" ให้การเป็นประโยชน์
โฆษกตำรวจปราบยาเสพติดเผย "เบนซ์ เรซซิ่ง" ให้การเป็นประโยชน์ เร่งตรวจหลักฐานว่าตรงกับที่พนักงานสอบสวนมีหรือไม่
โฆษกตำรวจปราบยาเสพติดเผย "เบนซ์ เรซซิ่ง" ให้การเป็นประโยชน์ เร่งตรวจหลักฐานว่าตรงกับที่พนักงานสอบสวนมีหรือไม่
พ.ต.อ.สมเกียรติ วรรณสิริวิไล รองผบก.อก.บช.ปส. ในฐานะผู้ช่วยโฆษกตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า วันนี้นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง มาพบพนักงานสอบสวน ให้การเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยนำเอกสาร 26 ชุด จำนวน 150หน้า มามอบ เป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในเรื่องของธุรกิจ รายได้เสริมที่ประกอบธุรกิจ ไปจนถึงรายการต่างๆเช่น การสั่งซื้อสินค้า เอกสารสัญญาต่างๆเกี่ยวกับการโอนหรือซื้อขายรถยนต์ ซึ่งพนักงานสอบสวนรวบรวมไว้เพื่อเป็นหลักฐานชั่งน้ำหนักประกอบคำให้การ แต่ตอนนี้รอธุรกรรมการเงินจากธนาคารต่างๆ เพื่อมาสรุปความสัมพันธ์ในแต่ละส่วน และให้คณะพนักงานสอบสวนตัดสินใจอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
สำหรับเอกสารที่ นายอัครกิตติ์ มอบมาถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าเคลียร์ทุกประเด็น ชัดเจนแล้ว แต่ตำรวจก็ต้องตรวจสอบว่าสัมพันธ์ต่างๆนั้นสอดคล้องตรงกับคำให้การหรือไม่
พ.ต.อ.สมเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่ารายได้ นายอัครกิตติ์ ไม่น่าจะมีจำนวนมากเพียงพอที่จะซื้อรถได้นั้น ทางตำรวจยังไม่ได้ลงลึกถึงขั้นว่านายเบนซ์มีกำไรหรือขาดทุนในธุรกิจเท่าใด ตนจึงขออนุญาตให้เป็นหน้าที่ของงานสอบสวน ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ารายละเอียดการให้ข้อมูลในส่วนใดบ้างของนายอัครกิตติ์ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่ชุดสืบสวนมี เนื่องจากต้องกลับไปตรวจสอบเอกสารกว่า 150 หน้าให้ครบถ้วนเสียก่อน เพราะนายอัครกิตติ์ อ้างว่าไปกู้เงินไฟแนนซ์มา ซึ่งไฟแนนซ์ไปกู้ธนาคารมาอีกต่อ โดยต้องไปดูว่ากู้ไปทำอะไร ใช้ส่วนไหน ส่งให้ใคร แต่เบื้องต้นทราบว่า นายอัครกิตติ์ นำเอกสารที่กู้จากไฟแนนซ์มาให้แล้ว แต่เอกสารที่ไฟแนนซ์ไปกู้จากธนาคารอีกต่อหนึ่งนั้น ทางตำรวจจะต้องเป็นผู้ติดตามขอข้อมูลจากธนาคารเอง ในส่วนของกรณีว่าก่อนหน้านี้มีรถคันอื่นๆที่นายอัครกิตติ์ กู้ไฟเเนนซ์หาหรือไม่นั้น ตนยังตอบไม่ได้
พ.ต.อ.สมเกียรติ กล่าวอีกว่า ในส่วนอื่นๆที่เป็นความเห็นทางคดีตนไม่สามารถตอบได้ และสำนวนคดีนั้นเหลือในเรื่องธุรกรรมทางการเงินที่รอจากธนาคารและด้านความสัมพันธ์ทางการเงินต่างๆที่ชี้วัดว่าเกี่ยวพันกันอย่างไรกับนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ที่ถูกจับกุมไปแล้ว สาเหตุที่มำให้การส่งข้อมูลทางธุรกรรมของนายอัครกิตติ์ มายังพนักงานสอบสวนล่าช้านั้นเป็นเพราะนายอัครกิตติ์ มีหลายบัญชี ซึ่งหากหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะเชิญมาให้ปากคำ แต่ยืนยันว่าขณะนี้นายอัครกิตติ์ ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงมีสิทธิที่จะยื่นเอกสารให้กับพนักงานสอบสวนได้เสมอ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังรับเอกสารในส่วนธุรกิจ รวมไปถึงสัญญา ซื้อขาย กู้ยืม ทุกอย่าง เป็นส่วนสำคัญในการประกอบสำนวน หลังจากนี้อาจจะต้องเชิญนายเบนซ์มาพบอีก เนื่องจากมีทรัพย์ส่วนหนึ่งที่โดนอายัดไว้ เป็นส่วนของ ป.ป.ส. ทั้งนี้สำหรับยุทธการครั้งต่อไปนั้น ไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากต้องรอการรวบรวมข้อมูลและรายละเอียด หากพร้อมหรือพบผู้กระทำความผิดก็จะดำเนินการทันที
ด้านนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ทางเลขาธิการ ป.ป.ส. จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้ง เข้าไปสอบปากคำนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กรุงเทพมหนาครอีกครั้ง หลังจากที่มีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของนายณัฐพลทั้ง 12 รายการ โดยเฉพาะประเด็นรถยนต์แลมโบกินี มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ จำนวน 2 คัน ซึ่งเป็นชื่อของนายอัครกิตติ์ เป็นผู้ครอบครอง ถ้าหากนายณัฐพลให้การพาดพิงถึงบุคคลใดก็จะเรียกมาสอบทั้งหมด
นอกจากนี้หากพบว่าพยานหลักฐานเกี่ยวข้องไปถึงนายอัครกิตติ์ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเรียกให้เข้ามาชี้แจง พร้อมกับแจ้งข้อหาทันที ซึ่งภายในสัปดาห์หน้าก็จะทราบผลอย่างแน่นอน
ภาพจาก www.fm91bkk.com







