posttoday
ดราม่าโสมแดงสะท้านเอเชีย

ดราม่าโสมแดงสะท้านเอเชีย

16 กุมภาพันธ์ 2560

หลังจากที่เพิ่งเย้ยฟ้าท้าโลกด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลางไปตกในน่านน้ำญี่ปุ่นเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

หลังจากที่เพิ่งเย้ยฟ้าท้าโลกด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลางไปตกในน่านน้ำญี่ปุ่นเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือก็มีเคสใหม่ออกมาเขย่าโลกอีกครั้งเมื่อมีรายงานว่า พี่ชายของประธานาธิบดี คิมจองอึน เสียชีวิตที่สนามบินในประเทศมาเลเซีย

คิมจองนัม วัย 35 ปี ถูกพบเป็นศพจากการใช้สารพิษที่สนามบิน KLIA เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งคาดว่าเป็นฝีมือของสายลับหญิง 2 คนจากเกาหลีเหนือ แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการใช้เข็มพิษแทง หรือใช้สเปรย์ หรือจะเป็นผ้าอาบยาพิษโปะ แต่ข่าวกรองเกาหลีใต้ที่แม่นยำที่สุดในเรื่องราวต่างๆ ของเกาหลีเหนือ ก็แถลงมั่นใจแล้วว่า คิมจองนัมเสียชีวิตจริง

ดราม่าครอบครัวตระกูลคิมจึงกลายเป็นเรื่องที่ทั่วโลกติดตามที่สุดเรื่องหนึ่งในขณะนี้ กับกระแสข่าวลือว่าน้องสั่งฆ่าพี่ หลังจากที่สั่งประหารลุงแท้ๆ ซึ่งเป็นเบอร์ 2 ของประเทศไปเมื่อปี 2013 แม้จะดูเป็นเรื่องเฉพาะภายในประเทศของครอบครัว ทว่าเรื่องในครอบครัวนี้ก็คือเรื่องระดับประเทศที่มีนัยทางการเมืองในภูมิภาคด้วย

เพราะในสายตาของบางประเทศโดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจชาติเดียวที่ยังญาติดีและช่วยปกป้องเกาหลีเหนือในเวทีโลก คิมจองนัมคือตัวตายตัวแทนผู้ที่จะขึ้นนำเกาหลีเหนือคนต่อไป หากว่าคิมจองอึนเป็นอะไรไป ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม

ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและจีนในยุคปัจจุบันนั้นต่างไปจากสมัยคิมผู้พ่อ ซึ่งมีสัมพันธ์ต่อกันที่ดี และจีนยังสามารถเจรจาพูดคุยกันได้ อีกทั้งคิมจองอิลยังมีการเดินทางเยือนจีนเพื่อกระชับความแน่นแฟ้น ต่างจากยุคคิมจองอึน ที่ออกแนวพูดด้วยยากกว่า และไม่ใช่จะคุมทิศทางได้ง่ายๆ

การปราศจากตัวตายตัวแทนครั้งนี้จึงยิ่งตอกย้ำการครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จของผู้นำเกาหลีเหนือวัย 33 ปี

ปัจจุบัน จีนยังค่อนข้างสงวนท่าทีในเรื่องนี้ท่ามกลางการตั้งคำถามว่า จีนปล่อยให้คนสำคัญในการดูแลของตนเองถูกลอบฆ่าได้อย่างไร ขณะที่บางฝ่ายก็ว่ามีแต่สนามบินมาเลเซียที่มีโอกาสลงมือได้ เพราะในจีนและมาเก๊านั้นเต็มไปด้วยการดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา

ส่วนท่าทีของสหรัฐนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่ายังมีท่าทีนิ่งเงียบ ซึ่งเป็นมาตั้งแต่หลังการทดสอบยิงขีปนาวุธเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพียงแค่กล่าวโจมตีแบบพอเป็นพิธี แต่ไม่ได้แสดงออกมากพอว่าสหรัฐจะหาทางจัดการพฤติกรรมเกาหลีเหนือเหมือนในยุคที่ผ่านๆ มา ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทั่วโลกยังรอจับตาดูกันต่อไปว่า สหรัฐจะดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงในเอเชียอย่างไร หรือที่สุดแล้วจะไม่แคร์กับเรื่องนอกบ้านอย่างที่เคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้จริงๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท