
วันชาติไทยบนแผ่นดินจีน อภิสิทธิ์ เสนอตัวจัด WORLD EXPO2020
วันชาติไทยในงานมหกรรมโลกครั้งนี้มีความสำคัญและได้รับความสนใจกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลไทยได้แสดงความจำนงเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลกในอีก10ปีข้างหน้า....
วันชาติไทยในงานมหกรรมโลกครั้งนี้มีความสำคัญและได้รับความสนใจกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลไทยได้แสดงความจำนงเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลกในอีก10ปีข้างหน้า....
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย /รายงานจากนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
วันที่ 5 ก.ย. เวลา10.30น.(ตามเวลาที่นครเซี่ยงไฮ้) ถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญอีกครั้งหนึ่งของประเทศไทยในงานมหกรรมโลก หรือ "World Expo 2010" ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะเป็นวันที่ทางไทยในฐานะผู้ร่วมจัดงานได้เลือกเป็นวันชาติไทย(Nationnal Day)ในงานครั้งนี้ ซึ่งวันชาติดังกล่าวนี้ไม่จำเป็นต้องตรงกับวันชาติจริงของแต่ละประเทศ โดยแต่ละประเทศจะกำหนดวันจัดงานนี้ขึ้นเพื่อเป็นให้ทุกประเทศที่ร่วมจัดงานได้แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศตัวเอง
วันชาติไทยในงานมหกรรมโลกครั้งนี้มีความสำคัญและได้รับความสนใจกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะในปีนี้ทางรัฐบาลไทยได้แสดงความจำนงเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลกในอีก10ปีข้างหน้า หรือปี2020 จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ไทยจะแสดงศักยภาพและความพร้อมเพื่อให้ทุกประเทศได้เห็นว่าประเทศไทยพร้อมกับการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไทยยังไม่เคยจัดงานระดับโลกมาก่อนประกอบกับการร่วมจัดงานในครั้งนี้ภายใต้การดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีสะท้อนได้จากจำนวนผู้เข้าชมกว่า 3 หมื่นคนต่อวัน จึงกลายเป็นแรงฮึดของรัฐบาลไทยในการขอลุยงานระดับโลกอย่างWorld Expo
ทั้งนี้ งานดังกล่าวได้จัดขึ้นที่ Green Hall,Expo Centre โดยมีผู้บริหารระดับของนครเซี่ยงไฮ้มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย โดยพิธีการได้มีการเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ภายในงานว่า การจัดงานของจันในครั้งนี้นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างมากและคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 70 ล้าน ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเลยเพราะว่าการจัดงานครั้งนี้ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"ความสำเร็จของงานครั้งนี้ทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในปี 2020 ในภาพรวมอาจกล่าวได้ว่านำโลกให้ใกล้ชิดกันมากและเป็นโอกาสให้คนทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน นอกจากนี้ยังจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทยจันที่มีมานานกว่า 35 ปี ซึ่งมีการเชื่อมโยงด้านสายเลือดและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคอาเซียนและลุ่มแม่น้ำโขงให้มีความใกล้ชิดมากขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า วันที่ 5 ก.ย.เป็นวันชาติไทยของการจัดงานมหกรรมโลกนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นการแสดงออกถึงความเป็นไทยให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานได้เห็นถึงเอกลักษณ์ของประเทศไทย โดยหวังว่าหารจัดงานครั้งนี้หวังว่าช่วยฟื้นความปรองดองของประเทศไทย และในที่นี้ขอร่วมแสดงความยินดีด้วยกับผู้จัดงานเพราะอาคารศาลาไทยมีคนเข้าชมไปแล้วกว่า 4 ล้านและคิดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งการที่มีประชาชนมาร่วมชมอาคารศาลาไทยในงานนี้จะสามารถแปลงเป็นตัวของนักท่องเที่ยวจันที่จะเข้ามาไทยในอนาคต
จากนั้น นายกฯได้เข้าชมอาคารศาลาไทยเพื่อชมการจัดงานภายในทั้ง 3 ห้อง ได้แก่ ห้องที่1 "จากต้นสายแหล่งกำเนิด" ห้องที่ 2 "เกิดร้อยพันหลายวิถี และห้องจัดแสดงที่ 3 "หลอมรวมชีวีสู่วิถีความเป็นไทย" หลังจากนั้นได้ชมการแสดงมวยไทยและวัฒนธรรมไทยประยุกต์ที่จัดขึ้นด้านหน้าบริเวณอาคารศาลาไทย ท่ามกลางประชาชนจีนที่ให้ความสนใจเป็นจำนวน ก่อนที่นายกฯจะปิดท้ายในงานครั้งนี้ด้วยร่วมรับประทารอาหารค่ำกับตัวแทนรัฐบาลจีนพร้อมกับชมการแสดง "Colors of Thainess"
คาดว่าหลังจากที่นายกฯได้มาเห็นการจัดงานของจีนที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการระดับนี้แล้วคงเป็นการบ้านชุดใหญ่ของรัฐบาลไทยว่าจะตีโจทย์ให้แตกอย่างไรสำหรับการเป็นเจ้าภาพในปี2020 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองของไทย







