posttoday
ประเทศไทย 4.0 อุตสาหกรรม 4.0 คนไทย 4.0 ฯลฯ

ประเทศไทย 4.0 อุตสาหกรรม 4.0 คนไทย 4.0 ฯลฯ

15 กุมภาพันธ์ 2560

ตอนนี้อะไรๆ ก็ 4.0 ถ้าใครไม่พูดคำนี้ดูจะไม่ทันเหตุการณ์ แต่การที่ผู้เขียนขึ้นชื่อไว้ข้างบนนั้นไม่ใช่ว่าผู้เขียนจะพูดเรื่องเหล่านี้บ้างเพื่อให้ทันสมัย

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ตอนนี้อะไรๆ ก็ 4.0 ถ้าใครไม่พูดคำนี้ดูจะไม่ทันเหตุการณ์ แต่การที่ผู้เขียนขึ้นชื่อไว้ข้างบนนั้นไม่ใช่ว่าผู้เขียนจะพูดเรื่องเหล่านี้บ้างเพื่อให้ทันสมัย แต่สิ่งที่จะพูดคือความเป็นห่วง เกรงว่าจะเหมือนสมัยหนึ่งที่ผู้ใหญ่ไทยไปเห็น OTOP ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วเกิดปิ๊งแนวคิดขึ้น กลับมาก็ OTOP กันไปทั่วประเทศ ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเรื่อง 4.0 ทั้งหลายนั้นได้มีการศึกษากันมาในแนวกว้างและลึกแค่ไหน เนื่องจากว่าปัจจุบันไม่ได้ใกล้ชิดกับระบบการกำหนดนโยบายของรัฐบาลนี้แล้ว แต่ที่เห็นว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น คือ เป็นรายการความฝันของผู้ใหญ่บางคนที่ปิ๊งแนวคิดที่ได้รับฟังจากการประชุมระดับโลก และเห็นว่าประเทศไทยควรจะก้าวกระโดดไปด้วยเพื่อไม่ให้ตกขบวนรถ หรือเห็นว่าเป็น Marketing Brand ที่มันอลังการดี

บางภาคส่วนของการผลิต เช่น ภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย อาจจะพอเป็น 4.0 ได้ แต่ส่วนที่เป็นงานหนักที่สุด คือ ภาคส่วนของ “คน” ซึ่งเราๆ ท่านๆ ก็ทราบกันดีว่า ทรัพยากรมนุษย์ของไทยนั้น มีปัญหาที่สุด ไม่ใช่ในแง่ปริมาณ แต่ในแง่คุณภาพ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าโยงกับระบบสังคมและการศึกษา โดยเฉพาะระบบการศึกษา ตั้งแต่รากเหง้าของระบบ ตั้งแต่ผู้ให้การศึกษา ล้วนเป็นสาเหตุให้ประเทศไทยติดอยู่ในอันดับต่ำๆ เกือบจะสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นผลสำรวจขององค์กรไหนของโลก การขาดความรู้ การวิเคราะห์ข้อมูล สาเหตุ ความมีเหตุมีผล ความเห็นแก่ตัว ขาดระเบียบวินัย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ผู้เขียนยังไม่เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยไหนเสนอทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมว่าควรทำอย่างไร การปรับหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล มีขึ้นหรือยัง

หรือว่าอันที่จริงแล้วภาคส่วนหนึ่งของรัฐบาลมีหน้าที่ฝันและขายฝัน อีกภาคส่วนก็รับลูกไปปฏิบัติ ซึ่งจะได้ตามความฝันหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตามหากมีการศึกษากันไว้อย่างดีแล้วทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง ผู้เกี่ยวข้องน่าที่จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่ามีพื้นฐาน ข้อเท็จจริงอะไรบ้างที่ทำให้มีการกำหนดนโยบายเช่นนี้

ดูตัวอย่างของสิงคโปร์ที่เป็นประเทศในกลุ่มอาเซียน เป็นต้น ถึงแม้ว่าหลายคนจะพูดว่าสิงคโปร์หรือฮ่องกงไม่ควรเป็นประเทศที่ยกมาเป็นตัวอย่าง เพราะเล็กนิดเดียว แต่ผู้เขียนเห็นว่า กระบวนการที่จะกำหนดมาเป็นนโยบายนั้น ไม่น่าจะขึ้นกับความใหญ่หรือเล็กของประเทศ หรือขนาดเศรษฐกิจ จึงขอหยิบแผนแม่บทของสิงคโปร์ แค่ภาคส่วน ICT มาให้ดูคร่าวๆ ว่า แผนแม่บทกำหนดวิสัยทัศน์ปี ค.ศ. 2015 นั้นมีการทำเป็นรายงานเสนอความเห็นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 เป็นแผน 10 ปี เพื่อให้สิงคโปร์สามารถเป็นประเทศที่เขาเรียกว่า “Infocomm” (Infocommunications) ซึ่งเป็นการขยายการสื่อสารโดยใช้กระบวนการข้อมูลข่าวสาร และการบริหารจัดการ โดยรวมถึงการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด

ในรายงานนั้น มีการอธิบายถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่ภาคธุรกิจและประชาชนจะต้องการ รวมถึงแนวโน้มเทคโนโลยีขณะนั้น และการที่ Infocomm จะให้ประโยชน์ในชีวิตความเป็นอยู่ การทำงาน การเรียน และการเล่น ในปี ค.ศ. 2015 ได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ผลที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งสิ่งสำคัญในรายงานการศึกษา คือ เขาศึกษาก่อนว่าปัจจุบันสิงคโปร์อยู่ตรงจุดไหน ความสามารถของเขาเป็นอย่างไร และบอกด้วยว่า จะมีวิธีการอย่างไรที่จะให้ประเทศไปถึงจุดที่เขากำหนดตามวิสัยทัศน์ รวมถึงการวางแผนสนับสนุนต่างๆ (Complementary Plan) ดังนั้นนอกจากรายงานฉบับนี้ (Innovation, Integration, Internationalization) แล้ว เขายังมีรายงานอื่นๆ อีก 10 ฉบับ ว่าจะทำอย่างไร (How) จึงจะได้ประโยชน์จาก Infocomm และจะมีผลอย่างไรต่อภาคเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ภาคอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ การบริการทางการเงิน สื่อสารในระบบดิจิทัล Media and Entertainment และ Healthcare and Biomedical Science, เป็นต้น ที่สำคัญคือการศึกษานี้มีการหารือกันอย่างกว้างขวางกับทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ เอกชน สังคม มีการสอบถามความเห็น ทำ Focus Group เพื่อให้ใช้ได้ง่ายและสามารถสนองตอบความต้องการของผู้ใช้ทุกคน

อีกตัวอย่างที่ขอยกเพียงสั้นๆ คือ การกำหนดแผนวิจัย และพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม 5 ปี คือ ถึงปี ค.ศ. 2020 (Research Innovation and Enterprise 2020 Plan) ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนให้สิงคโปร์โฟกัสเฉพาะ 4 ภาคใหญ่ๆ คือ อุตสาหกรรม และวิศวกรรมที่สูงขึ้น (Advance Manufacturing and Engineering), Health and Biomedical Sciences, Urban Solution and Sustainability และ Services and Digital Economy ก็ได้มีการศึกษาในเชิงลึก ทำให้ได้จุดที่ชาติต้องการ โอกาสทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น และความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่มาบรรจบกันพอดี ขณะเดียวกันก็เกิดมูลค่าจากการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอย่างมหาศาล และสอดคล้องกับแผน Infocomm ที่วางไว้ก่อนแล้ว องคาพยพทั้งหลายของประเทศจึงก้าวไปได้ดี มั่นคง และพร้อมเพรียงกัน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่จะโจมตีใคร แต่ต้องการจะสะกิดให้นโยบายและการก้าวไปข้างหน้าของไทย ทำบนพื้นฐานที่มีการศึกษามาอย่างรอบคอบแล้วเป็นสำคัญ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท