
บททดสอบอิเหนา
วันนี้ชาวอินโดนีเซียทั่วประเทศจะพร้อมใจกันออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
วันนี้ชาวอินโดนีเซียทั่วประเทศจะพร้อมใจกันออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ และที่ทุกฝ่ายจับตามากที่สุดก็คือ “ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา” ที่เป็นปัญหาร้อนแรงต่อเนื่องตลอดหลายเดือนมานี้ และอาจเป็นจุดชี้วัดทิศทางอนาคตของอินโดนีเซียต่อไป
นับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด หรือที่เรียกกันว่า โจโกวี ชนะการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศได้กว่า 2 ปีก่อน เศรษฐกิจอินโดนีเซียก็ดูมีอนาคตที่สดใส
เพราะอดีตผู้ว่าฯ จาการ์ตา ซึ่งเป็นนักธุรกิจเก่ามาก่อนรายนี้ ประกาศเปิดกว้างรับการลงทุนจากต่างชาติ โดยมีการแก้ไขกฎหมายการลงทุนครั้งใหญ่ไปเมื่อปีที่แล้ว และยังผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ดึงดูดทั้งจีนและญี่ปุ่นเข้าไปแข่งขัน เศรษฐกิจในปี 2016 ขยายตัวได้กว่า 5% และทำให้ต่างชาติมั่นใจในอนาคตของตลาดผู้บริโภครายใหญ่อย่างอินโดนีเซียมากขึ้น
ยิ่งการได้ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาคนใหม่ “บาสุกี จาฮายา เปอร์นามา” หรือชื่อจีนว่า “อาฮก” ซึ่งเป็น “คนจีนที่นับถือคริสต์” เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งศตวรรษเมื่อปลายปี 2015 ก็ยิ่งทำให้หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่าอินโดนีเซียพร้อมเปิดกว้างมากขึ้น นับตั้งแต่เคยเกิดการเข่นฆ่าชนกลุ่มน้อยชาวจีนครั้งใหญ่ในปี 1998
ทว่า เมื่อปลายปีที่แล้วอินโดนีเซียกลับต้องเผชิญการประท้วงของชาวมุสลิมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี คนนับแสนออกมาชุมนุมขับไล่และเรียกร้องให้จัดการอาฮก ฐานหมิ่นพระคัมภีร์อัลกุรอาน จากการที่อาฮกอ้างว่ามีฝ่ายต่อต้านพยายามชักจูงไม่ให้ชาวบ้านไปลงคะแนนเลือกตนเองโดยอ้างคำสอนบางบทในพระคัมภีร์ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลในปัจจุบัน
เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่การประท้วงอาฮก แต่เป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายอิสลามสายแข็งกร้าวผงาดขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งกระทบต่อความพยายามของรัฐบาลโจโกวี ที่ต้องการให้ภาพลักษณ์ประเทศเป็นอิสลามสายกลางและเปิดกว้างต่อโลก ความไม่พอใจนี้ยังขยายวงไปถึงชนกลุ่มน้อยชาวจีนที่มีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของพลเมืองทั้งหมด แต่เป็นผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจในประเทศด้วย
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นบททดสอบที่มีความหมายอย่างยิ่ง หากอาฮกชนะการเลือกตั้งอีกครั้งก็จะถือเป็นสัญญาณว่า ชาวอินโดนีเซียอย่างน้อยที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้ เลือกที่จะไม่ซ้ำรอยเดิมของความขัดแย้งทางศาสนาและเชื้อชาติ แต่หากพ่ายแพ้ นี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าการปฏิรูปในประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างอินโดนีเซีย อาจต้องมีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาจใช้เวลานานกว่าที่คาดเอาไว้







