posttoday
จัดการให้เด็ดขาด

จัดการให้เด็ดขาด

15 กุมภาพันธ์ 2560

เปิดต้นปี 2560 กระทรวงพาณิชย์เร่งเดินหน้าระบายข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งมีสต๊อกอยู่ราว 18 ล้านตัน รัฐบาลชุดนี้เข้ามาระบายออกไปแล้วประมาณ 10 ล้านตัน เหลืออีก 8 ล้านตัน ล่าสุด 16 ก.พ.นี้ จะเปิดประมูลอีก 2.87 ล้านตัน ถือเป็นข้าวที่บริโภคได้เป็นล็อตสุดท้าย

เปิดต้นปี 2560 กระทรวงพาณิชย์เร่งเดินหน้าระบายข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งมีสต๊อกอยู่ราว 18 ล้านตัน รัฐบาลชุดนี้เข้ามาระบายออกไปแล้วประมาณ 10 ล้านตัน เหลืออีก 8 ล้านตัน ล่าสุด 16 ก.พ.นี้ จะเปิดประมูลอีก 2.87 ล้านตัน ถือเป็นข้าวที่บริโภคได้เป็นล็อตสุดท้าย

ข้าวที่นำมาเปิดประมูลล็อตนี้ส่วนใหญ่ 50% เป็นข้าวหอมมะลิ 1.4 ล้านตัน ข้าวขาว 5% 5.6 แสนตัน และข้าวเหนียว 1.4 แสนตัน ที่เหลือเป็นข้าวชนิดอื่นๆ โดยเป็นคลังขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) 52 คลัง องค์การคลังสินค้า (อคส.) 222 คลัง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและรับมอบข้าว กลับได้รับการร้องเรียนจากภาคเอกชนที่ชนะการประมูลว่าข้าวในโกดังที่นำมาเปิดประมูลคุณภาพเสื่อมไปมาก ไม่ตรงกับที่ประกาศในเงื่อนไข หลักเกณฑ์ (ทีโออาร์) ซึ่งก่อนหน้านี้ แม้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะเปิดให้เอกชนตรวจสอบข้าวก่อนเสนอราคา โดยใช้วิธีการสุ่มตรวจกลับไม่พบความผิดปกติ ซึ่งมีช่องโหว่ตรงที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจทุกกองได้ ซึ่งข้าวที่ไม่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่จะอยู่ลึกเข้าไปข้างใน จึงยากในการตรวจสอบ

นี่เป็นส่วนหนึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา การทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านบาทเข้าไปอุ้มราคาสินค้าเกษตรอย่างข้าว ทำให้กลไกการตลาดถูกบิดเบือน รัฐต้องแบกรับภาระในการเก็บสต๊อก มีบุคคลที่ 3 4 5 เข้ามาเกี่ยวข้อง เกิดเป็นช่องโหว่ในการทุจริตเกือบทุกจุด

กรณีข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่มีปัญหา จะมีผู้รับผิดชอบ 2 ส่วน คือ ถ้าเป็นข้าวฤดูการผลิตปี 2554/2555 ปี 2555/2556 เซอร์เวเยอร์จะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนปี 2556/2557 เจ้าของโกดังกลางจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้าไปดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์สินค้าข้าวของไทยในแง่ของความน่าเชื่อถือ

ขณะที่บางส่วนมีการทุจริต เช่น มีนักการเมืองเข้ามาสวมสิทธิโกดังกลาง ซึ่งไม่ได้ดูแลคุณภาพข้าวอย่างที่ควรจะทำ ทำให้ข้าวในสต๊อกกลายเป็นข้าวเสื่อม ข้าวไม่ได้คุณภาพ ซึ่งรัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการเอาผิดผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เช่น ขึ้นบัญชีดำโกดังกลาง หรือเซอร์เวเยอร์ที่เข้ามารับผิดชอบกับโครงการนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพของข้าวให้ได้มาตรฐาน จนทำให้เกิดปัญหาเรื้อรังมาตลอด

ที่สำคัญ ต้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดให้ได้ เพราะหากเอกชนไม่สามารถรับมอบข้าวได้ จะก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ เนื่องจากภาคเอกชนที่ชนะการประมูลอาจไม่มีข้าวไปส่งมอบให้คู่ค้า และอาจผิดสัญญากับคู่ค้าได้ และข้าวในสต๊อกที่เสื่อมลงไปเรื่อยๆ จะเกิดความเสียหายมหาศาลกับเงินภาษีของประชาชนที่ใส่ลงไปกับโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดครั้งนี้

นอกจากนี้ เมื่อกระบวนการทางกฎหมายถึงที่สิ้นสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ว่าจะยึดทรัพย์ หรือฟ้องร้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีกในประเทศไทย เพราะถือเป็นกระบวนการสร้างความเสียหายอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของข้าวไทยและประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท