
ลุยร้องสตง. สอบ ‘อพศ.’ ปมอำพราง
“เรืองไกร” ยื่น สตง.สอบโครงการขุดลอกคลององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เชื่อมีการทำนิติกรรมอำพรางจ้างเอกชนทำงาน
“เรืองไกร” ยื่น สตง.สอบโครงการขุดลอกคลององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เชื่อมีการทำนิติกรรมอำพรางจ้างเอกชนทำงาน
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 ก.พ.นี้จะไปยื่นหนังสือให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ที่เอกชนรายหนึ่งไปร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ได้รับเงินค่ารับงานจาก อผศ.ทั้งที่ได้ทำงานขุดลอกคลองเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเอกชนรายดังกล่าวได้นำพยานหลักฐานมาให้ตรวจสอบพบว่าสัญญาดังกล่าวเป็นนิติกรรมอำพราง
ทั้งนี้ อผศ.ได้รับสิทธิรับงานขุดลอกคูคลองได้โดยวิธีกรณีพิเศษ มีเงื่อนไขบังคับให้ อผศ.ต้องทำงานเอง ห้ามการจ้างช่วง แต่จากกรณีที่พบเป็นงาน อผศ.รับขุดลอกกุดชีเฒ่าและกุดเชียงสาให้กับกรมป้องกันและบรรเทาสารธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยนั้น กลับมีการจ้างช่วงให้เอกชนรับงานต่อโดยใช้การทำสัญญาแบบเช่าเครื่องจักร แต่ อผศ.ไม่เคยลงไปทำงานเลย
“จากหลักฐานที่ตรวจสอบแล้ว ทำให้เห็นกระบวนการทุจริตเงินแผ่นดิน เนื่องจากเห็นได้ชัดเจนว่า อผศ.ทำบันทึกข้อตกลงในลักษณะแบบนิติกรรมอำพราง คือ มีการจ้างช่วงงานให้เอกชนรับขุดลอกคูคลองโดยมีเงื่อนไขการตรวจรับงานก่อนจ่ายเงิน จึงเข้าลักษณะการจ้างทำของที่มุ่งผลสำเร็จของงาน แต่กลับเลี่ยงไปทำนิติกรรมเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ แต่เอกชนผู้ให้เช่าทรัพย์กลับต้องทำงานตาม
รูปแบบที่เจ้าหน้าที่ ปภ.กำหนด อันเห็นได้ว่า อผศ.และ ปภ.รับรู้ว่างานดังกล่าวเป็นการจ้างช่วงไม่ใช่การเช่า” นายเรืองไกร กล่าว
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มั่นใจหลักฐานชัดเจนมาก แต่ต้องรอให้ผู้ถูกกล่าวหาว่าจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร แต่มั่นใจว่า สตง.จะตรวจสอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก
ด้าน น.ส.ประเวศน์ ภูโปร่ง ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรัสวดี 98 กล่าวว่า หลังจากได้ยื่นหนังสือร้องเรียนให้นายกรัฐมนตรีไปนานเกือบสัปดาห์ เรื่องก็ยังเงียบอยู่ ไม่รู้เรื่องไปถึงนายกฯ หรือไม่ และถ้าไปยื่นถึงทำเนียบรัฐบาลแล้วเรื่องยังเงียบอยู่ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ตอนนี้เดือดร้อนมาก เจ้าหนี้ก็มีหนังสือมาเพื่อจะยึดทรัพย์ ซึ่งไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเพราะทำงานแล้วไม่ได้เงิน จึงขอให้นายกฯ ช่วยเหลือโดยด่วน โดยพร้อมที่จะนำข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดไปให้นายกฯ อีกครั้ง







