
ราคาของความรัก
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
เมื่อวานนี้ หลายคนได้หยุดงานเนื่องในวันมาฆบูชาซึ่งถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของไทย แต่ในวันนี้ หลายประเทศทั่วโลกเขาจะได้หยุดงานกันเนื่องในวันเซนต์ วาเลนไทน์ วันแห่งความรักกันค่ะ
ความหมายของวันแห่งความรักตามความเชื่อทางศาสนาคริสต์ ซึ่งตั้งชื่อตามนักบุญวาเลนไทน์ตั้งแต่ราว ค.ศ. 269 นั้น เริ่มจางหายไปตามกาลเวลา และถูกแทนที่ด้วยดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ ซึ่งมีการฉลองความรักกันอย่างเอิกเกริกเนืองแน่นมากที่สุดเมื่อเทียบกับฝั่งยุโรปทั่วไป เช่น แถบสแกนดิเนเวีย ที่เพิ่งรับอิทธิพลซื้อของขวัญ ดอกไม้ และดินเนอร์ มาช่วงหลังไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมานี่เอง
บางคนเชื่อว่าการผงาดขึ้นมาของกระแสฉลองวาเลนไทน์ในยุคใหม่นั้นมาจากฝั่งลัทธิทุนนิยม เพื่อกระตุ้นการบริโภคเป็นหลัก มากกว่าจะเป็นวันทางศาสนาจริงๆ
และ “ราคาแห่งความรัก” ในปีนี้ก็ดูจะ “แพง” ไม่น้อย สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐ (NRF) คาดการณ์ว่าปี 2017 นี้ชาวอเมริกันจะใช้เงินสะพัดเนื่องในวันแห่งรักถึง 1.82 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.38 แสนล้านบาท) หรือใช้กันโดยเฉลี่ยคนละ 136.57 เหรียญสหรัฐ (ราว 4,787 บาท)
ในปีนี้ ของขวัญยอดนิยมมากที่สุดในเชิงมูลค่าคือ เครื่องประดับ ซึ่งคาดว่าจะกินสัดส่วนไปกว่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือ ดอกไม้ ที่ราว 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกนั้นก็ยังมีของขวัญรูปแบบอื่นๆ เช่น ช็อกโกแลต การ์ดของขวัญ เสื้อผ้า และดินเนอร์ใต้แสงเทียน
ทว่าเห็นแบบนี้แล้วก็ยังสู้ตัวเลขคาดการณ์ปีที่แล้วไม่ได้ เพราะลดลงมาถึงราว 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว แม้ว่าใครต่อใครจะพูดกันปาวๆ ว่าเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้จะฟื้นตัวดีขึ้นก็ตาม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะอิทธิพลจากฝีปากของประธานาธิบดีที่รัก โดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ที่ทำให้คนอเมริกันรู้สึกเหี่ยวเฉาลง
ส่วนในฝั่งเอเชียก็คาดว่าจะมีการฉลองกันคึกคักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในจีน แม้ว่าวันแห่งความรักของจีนเขาจะมีกันถึง 3 วัน/ปี ก็ตาม โดยเริ่มต้นวันแรกของปีกับวันเทศกาลโคมไฟ (Yuan Xiao) ทุกวันที่ 15 ของเดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 11 ก.พ. อาจเรียกได้ว่าเป็นวันวาเลนไทน์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น เพราะเป็นวันเดียวที่ผู้หญิงจะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านไปเที่ยวงานได้
ถัดมาก็คือ วันวาเลนไลน์ร่วมสมัยนิยม 14 ก.พ. และปิดท้ายที่วัน “ชีซี่” (Qixi) หรือวันแรม 7 ค่ำ เดือน 7 ตามตำนานของหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า ซึ่งในปีนี้จะตรงกับวันที่ 28 ส.ค. ทว่าในปัจจุบัน คนจีนสมัยใหม่จะเน้นไปที่ 2 วันหลังมากกว่า ขณะที่การใช้เงินฉลองวันแห่งความรัก 2 วันแรกของปีก็อาจไม่โดดเด่นเท่าฝั่งตะวันตก เนื่องจากคาบเกี่ยวช่วงบิ๊กเทศกาลตรุษจีนพอดี ส่วนใหญ่จึงมีเคสเด่นๆ ให้เห็นเป็นรายๆ มากกว่า
อย่างไรก็ตาม การทุ่มไม่อั้นในวันแห่งความรักแบบนี้กลับไม่ได้สอดคล้องกับหลักสถิติประชากรศาสตร์ ซึ่งล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกันในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เป็น “ทิศทางขาลง”
หากอัตราการเกิดต่ำเป็นพิเศษก็จะยิ่งเร่งเครื่องสังคมผู้สูงอายุเร็วขึ้น เช่น ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ที่พยายามออกมาตรการดึงดูดให้คนแต่งงานและผลิตทายาทกันมานานหลายปี แต่ก็ยังเข้าเป้าสักที เพราะค่าครองชีพที่แพงและทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป จนรัฐบาลต้องปรับตัวด้วยการหันไปมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและหุ่นยนต์เพื่อรองรับการขาดแคลนแรงงานแทน
แม้ว่าเงินจะซื้อความรักไม่ได้ แต่เงินก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่หล่อเลี้ยงความรักและนำไปสู่การก่อร่างสร้างครอบครัว ในบริบทของความรักที่มีราคาแพงขึ้นในวันนี้







