posttoday
หวั่นการเมืองผันผวน โลกแห่ทิ้งบอนด์สหรัฐ

หวั่นการเมืองผันผวน โลกแห่ทิ้งบอนด์สหรัฐ

14 กุมภาพันธ์ 2560

ในขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเปิดศึกหลายด้านหลากมิติกับทั่วโลก

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ในขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเปิดศึกหลายด้านหลากมิติกับทั่วโลก ตั้งแต่มิติด้านสังคมกับโลกมุสลิม ไปจนถึงมิติด้านเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศผู้ส่งออกในเอเชีย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เม็กซิโกและแคนาดา ในอีกฝั่งหนึ่ง บรรดาประเทศ “เจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐ” ก็เริ่มมีปฏิกิริยาที่ผันแปรไปตามการเมืองที่ร้อนระอุเช่นกัน

ประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอย่าง “ญี่ปุ่น” เทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในเดือน ธ.ค. 2016 ที่ผ่านมา ถึง 2.39 ล้านล้านเยน (ราว 7.46 แสนล้านบาท) ซึ่งนับเป็นการลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี

ท่าทีดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางของ “จีน” เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของสหรัฐ ที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐถึง 6.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) ในเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.049 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 36.77 ล้านล้านบาท) หรือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ซึ่งจีนนั้นทยอยขายพันธบัตรสหรัฐทิ้งมา 6 เดือนติดต่อกันแล้ว

นับตั้งแต่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการค้าทั้งภายในประเทศและทั่วโลกอย่างหนัก จนส่งผลให้หลายประเทศต้องติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

บลูมเบิร์กระบุว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นส่งให้นักลงทุนทั่วโลกตั้งแต่โตเกียวจนถึงลอนดอน ชะลอการออกไปลงทุนนอกบ้านในตลาดตราสารหนี้สหรัฐ ที่มีขนาด 13.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 487 ล้านล้านบาท) ซึ่งน่าดึงดูดน้อยกว่าตลาดตราสารหนี้ในประเทศตนเอง

เคนตะ อิโนะอุเอะ หัวหน้านักกลยุทธ์ของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ ซีเคียวริตีส์ ให้มุมมองว่า ภาวะปัจจุบันอาจเป็นช่วงที่ยากลำบากขึ้นสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่นที่จะเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐ รวมถึงลงทุนในค่าเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากความผันผวนทางการเมืองสูง

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองว่านโยบายทั้งหลายของทรัมป์ตามที่หาเสียงก่อนหน้านี้ อาทิ การลงทุนทางการคลังในโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการเตรียมขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐขยายตัวขึ้น และทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐขยายตัวขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน จึงไม่จำเป็นต้องรีบซื้อหรือถือพันธบัตรสหรัฐไว้มากในภาวะที่มีความผันผวนสูงเช่นนี้

ขณะที่การลดสัดส่วนถือครองของจีนนั้น มาจากการดึงเงินกลับเพื่อไปพยุงค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก และนำไปสู่ภาวะเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีมานี้ ซึ่งล่าสุด ทางการจีนเพิ่งเปิดเผยด้วยว่าระดับทุนสำรองระหว่างประเทศในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปี อยู่ที่ 2.99 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 104 ล้านล้านบาท)

ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติยังถือครองพันธบัตรสหรัฐในสัดส่วนราว 43% ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทั้งหมด หรืออยู่ที่ 5.94 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 208.20 ล้านล้านบาท) ซึ่งลดลงจากในปี 2008 ที่มีถึง 56% ท่ามกลางผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ที่ลดลงอยู่ที่ 2.41% เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ไต่ขึ้นไปอยู่ที่ 2.64% เมื่อกลางเดือน ธ.ค.

ชินจิ คุนิเบะ จากไดวะ เอสบี อินเวสต์เมนต์ มองว่าปัจจุบัน ยังมีนโยบายหลายอย่างของสหรัฐที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะลดการถือครองหนี้สหรัฐลงพักหนึ่งก่อนดูทิศทางเพื่อตัดสินใจต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังมีนโยบายเศรษฐกิจอีกหลายเรื่องที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก อาทิ การปรับนโยบายภาษีที่จะเปิดเผยรายละเอียดในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ นโยบายการขึ้นภาษีชายแดน ไปจนกระทั่งการเปิดเผยรายงานประเทศปั่นค่าเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐในเดือน เม.ย.นี้

ขณะเดียวกัน ก็ยังต้องรอดูทิศทางของเฟดที่เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด จะขึ้นให้การกับสภาคองเกรสในวันนี้ว่าจะส่งสัญญาณออกมาอย่างไร เพราะแม้ในรายงานคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของเฟด (ด็อต พล็อต) จะเคยเก็งการขึ้นดอกเบี้ยไว้ 3 ครั้งในปีนี้ ทว่าในความเป็นจริงอาจไม่เป้นเช่นนั้นเสมอไป และรัฐบาลทรัมป์เองก็เคยส่งสัญญาณว่าไม่ต้องการเห็นค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่ามากเกินไป เช่นเดียวกับดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะจะกดดันต้นทุนภาคเอกชนในภาวะที่ทรัมป์ต้องการฟื้นภาคการผลิตในประเทศให้เป็นเมดอินอเมริกาอีกครั้ง

จนกว่าจะมีความชัดเจนมากพอว่าทรัมป์จะไม่บ้าเลือดพอที่จะประกาศสงครามการค้าและการเงินอย่างเต็มรูปแบบ เหมือนวาทกรรมข่มขู่เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการเจรจา เจ้าหนี้รายใหญ่ทั่วโลกคงจับตารอความชัดเจนเพื่อเคลื่อนไหวใหม่อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ