
นโยบายกึ่งการคลัง ส่อกระทบฐานะแบงก์รัฐ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ได้ออกรายงานสถานการณ์ด้านการคลังปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.-ธ.ค. 2559)
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ได้ออกรายงานสถานการณ์ด้านการคลังปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.-ธ.ค. 2559) มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลการดำเนินกิจกรรมกึ่งการคลังผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2559 ว่ามียอดปล่อยกู้ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐกว่า 9.4 แสนล้านบาท ซึ่ง สศค.ได้ประมาณการภาระทางการคลังที่แบงก์รัฐรอรับการชดเชยจากรัฐบาล หรือพีเอสเอ มีจำนวนทั้งสิ้น 2.82 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.45% จากไตรมาสที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แยกเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. มียอดปล่อยสินเชื่อคงค้างในโครงการรัฐกว่า 7.04 แสนล้านบาท มีภาระทางการคลังที่รอชดเชยมากที่สุดกว่า 2.13 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการชดเชยต้นเงินให้กับ ธ.ก.ส. ในโครงการที่ใช้แหล่งเงินทุนจาก ธ.ก.ส.ในการดำเนินงาน เช่น โครงการรับจำนำผลิตผลการเกษตร โครงการประกันรายได้เกษตรกร โครงการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรชาวสวนยาง คิดรวมกว่า 1.98 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 92.81% ของภาระการคลังรอการชดเชยของ ธ.ก.ส.ทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล กว่า 2.51 หมื่นล้านบาท
รองลงมา คือ ธนาคารออมสิน มียอดสินเชื่อคงค้าง 1.94 แสนล้านบาท ยังไม่เป็นเอ็นพีแแอล แต่มีภาระทางการคลังรอการชดเชยกว่า 4.62 หมื่นล้านบาท เนื่องจากธนาคารยังไม่ได้รับชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ จากโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน ที่สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ปี 2558-2559 จำนวนกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 1,875 ล้านบาท มีหนี้เอ็นพีแอล 1,153 ล้านบาท ไม่มีภาระทางการคลังรอการชดเชย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มียอดสินเชื่อคงค้าง 2.65 หมื่นล้านบาท มีเอ็นพีแอล 6,367 ล้านบาท มีภาระการคลังรอการชดเชย 3,636 ล้านบาท ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์) มียอดสินเชื่อคงค้าง 1,875 ล้านบาท มีเอ็นพีแอล 1,153 ล้านบาท มียอดรอการชดเชย 1,154 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ (ธสน.) มียอดสินเชื่อคงค้าง 6,354 ล้านบาท ไม่มีหนี้เอ็นพีแอล แต่มียอดรอการชดเชย 793 ล้านบาท
ส่วนบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาห กรรมขนาดย่อม หรือ บสย. มียอดรอการชดเชยกว่า 1.68 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีการค้ำประกันสินเชื่อตามนโยบายรัฐ ทำให้รัฐบาลมีภาระทางการคลังที่ต้องชดเชยเช่นเดียวกับสถาบันการเงิน
นอกจากนี้ ประเด็นที่ สศค.ให้ความสำคัญ คือ เรื่องหนี้เอ็นพีแอลที่เพิ่มสูงขึ้นจาก 8,928 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2559 ขึ้นมาเป็น 3.31 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2559 ซึ่งมาจากโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางปี 2554/2555 และโครงการมูลพันธ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง เข้ามารวมกว่า 2.33 หมื่นล้านบาท
ขณะที่แบงก์รัฐแห่งอื่น เช่น ธอส. ธพว. ไอแบงก์ มียอดหนี้เสียเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับยอดสินเชื่อคงค้าง โดยเฉพาะ ธพว.กับไอแบงก์ ที่มีการปล่อยสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน หรือหลักประกันไม่คุ้มมูลหนี้ อาจส่งผลให้สินเชื่อนโยบายรัฐมากระทบต่อสินเชื่อปกติและสถานะทางการเงินของธนาคาร จนไปนำไปสู่การเพิ่มทุนจากรัฐบาล กลายเป็นภาระทางการคลังเข้ามาเพิ่มใหม่ได้
อย่างไรก็ดี โครงการนโยบายรัฐที่ให้ปล่อยสินเชื่อผ่านแบงก์รัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ หรือภัยธรรมชาติ ให้ได้รับสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนมากขึ้น







