posttoday
ท้าชนตุลาการภิวัฒน์

ท้าชนตุลาการภิวัฒน์

13 กุมภาพันธ์ 2560

แม้จะทำงานมาได้เพียง 1 เดือนหมาดๆ หรือยังใช้โควตาได้ไม่ถึงครึ่งของช่วงฮันนีมูน แต่รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เจอการเปิดศึก “ตุลาการภิวัฒน์” ของฝ่ายตุลาการ ที่ประกาศงัดข้อเต็มสูบกับฝ่ายบริหารไปเรียบร้อยแล้ว

แม้จะทำงานมาได้เพียง 1 เดือนหมาดๆ หรือยังใช้โควตาได้ไม่ถึงครึ่งของช่วงฮันนีมูน แต่รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เจอการเปิดศึก “ตุลาการภิวัฒน์” ของฝ่ายตุลาการ ที่ประกาศงัดข้อเต็มสูบกับฝ่ายบริหารไปเรียบร้อยแล้ว

ในศึกยกแรกนี้ ทรัมป์พ่ายแพ้อย่างหมดรูป หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในซานฟรานซิสโกมีคำตัดสินเป็นเอกฉันท์ยืนตามศาลรัฐบาลกลางซีแอตเทิลให้ระงับคำสั่งของประธานาธิบดีที่ห้ามรับคนจาก 7 ประเทศมุสลิมและผู้ลี้ภัยชั่วคราว

แม้ทรัมป์จะเคยประกาศพร้อมสู้ในชั้นศาลจนถึงที่สุด แต่ปัจจุบันศาลฎีกายังมีปัญหาองค์คณะผู้พิพากษาไม่ครบ 9 คน คือยังขาดเสียงที่ 9 หลังจากแอนโทนิน สกาเลีย เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ทำให้ปัจจุบันมีผู้พิพากษาที่มาจากการแต่งตั้งของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันอย่างละครึ่งรวม 8 คน ถ้าจะงัดในตอนนี้ก็ยังเสี่ยงอยู่มาก

ทางออกของทรัมป์จึงเป็นการหันไปสู้ผ่านการใช้อำนาจฝ่ายบริหารต่อมากกว่า ผ่านคำสั่งใหม่ที่เบาลงเพื่อลดความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกศาลปัดตกอีก ซึ่งเจ้าตัวเปรยออกมาเองในช่วงสุดสัปดาห์ว่า จะมีการออกคำสั่งด้านความมั่นคงใหม่ในสัปดาห์นี้

ทว่า ยังไม่ทันที่คำสั่งจะออกมา ประชาคมผู้อพยพทั่วสหรัฐทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ก็เริ่มเผชิญแรงกดดันระลอกใหม่กันแล้ว จากการ “บังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่” อย่างเข้มงวดจริงจัง “เป็นปกติทุกวัน” ถ้าเปรียบในบ้านเราก็เหมือนกับสั่งให้ตำรวจทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่หลับตาข้างหนึ่ง จับเป็นจับ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีคนถูกจับจากการทำผิดในคดีใดคดีหนึ่งเพิ่มขึ้นชนิดหลายเท่าตัวภายในวันเดียวเป็นแน่

การให้หน่วยงานรัฐนำโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ (ICE) เพิ่มการตรวจตราเข้มงวดกับผู้อพยพผิดกฎหมายโดยประเดิมใน 4 เมืองใหญ่ คือ นิวยอร์ก ลอสแองเจลิส ชิคาโก และแอตแลนตา ทำให้มีการ
กวาดจับกุมผู้อพยพไปแล้วถึงหลายร้อยรายภายในเวลาเพียงแค่ 5 วัน เฉพาะของ ตม.แอตแลนตา ที่ดูแลใน 3 รัฐ ก็จับไปแล้วราว 200 คน ขณะที่ในลอสแองเจลิสจับไปราว 161 คน

แม้จะเน้นไปที่ผู้อพยพอย่างผิดกฎหมายก่อน แต่การสุ่มยกกำลังเข้าตรวจค้นและการกวาดจับกุมครั้งใหญ่พร้อมกันหลายเมืองแบบนี้ก็สร้าง “ความตื่นตระหนกและหวาดกลัว” ให้ประชาคมผู้อพยพทั้งหมดในสหรัฐได้ไม่น้อยในจำนวนนี้ หลายคนไม่เคยมีประวัติการกระทำผิด ซึ่งต่างจากสมัยของประธานาธิบดี บารัก โอบามา
ที่เน้นการจับผู้อพยพที่มีประวัติทำผิดในคดีต่างๆ ก่อน โดยไม่เน้นพวกโรบินฮู้ดที่ทำมาหากินตามปกติ

และนี่ก็คือการส่งสัญญาณเริ่มต้นของการเตรียมบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงที่จะเข้มงวดขึ้น และผลักดันการส่งกลับประเทศแบบจริงจังมากขึ้นในยุคของทรัมป์ที่ออกมาท้าชนกลับเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล