
ตำรวจปส.เตรียมบินสอบ "คามะลูดีน" ที่มาเลย์ ส่อโยงไซซะนะ
ตำรวจปส.เตรียมเดินทางไปร่วมสอบปากคำ "คามะลูดีน" ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกมาเลย์จับได้ เชื่ออาจเชื่อมโยง "ไซซะนะ"
ตำรวจปส.เตรียมเดินทางไปร่วมสอบปากคำ "คามะลูดีน" ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกมาเลย์จับได้ เชื่ออาจเชื่อมโยง "ไซซะนะ"
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับนายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาวลาวผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่ถูกจับกุมที่ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ก่อนจะขยายผลจนจับกุมเครือข่ายได้อีกหลายรายว่า ขณะนี้มีการดำเนินการไปหลายขั้นตอน ทั้งเชิญพยาน หรือผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ตำรวจพบความเชื่อมโยงทางคดีมาสอบปากคำ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดราชการ การดำเนินการบางส่วนจึงต้องถูกชะลอไว้ รอวันเปิดทำการปกติ อย่างไรก็ตามอยากขอเวลาให้ตำรวจทำงานเสียก่อน คาดว่าภายในสัปดาห์น่าจะมีความคืบหน้าทางคดี
พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า กรณีที่ทางการประเทศมาเลเซีย จับกุมนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง ชาวมาเลเซีย ซึ่งถูกจับภายใต้มาตราการพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติดอันตราย โดยสามารถจับกุมได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเชีย เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ซึ่งตำรวจปส.เชื่อว่านายคามะลูดีนเป็นเป้าหมายคนเดียวกับนายไซนุเด็ง มะ ลูกเขย นายมะรินิง จาโก หรือ "มะ สิบล้อ" หัวหน้าเครือข่ายรับยาเสพติดจากทางเหนือและภาคอีสาน และอาจจะเชื่อมโยงกับนายไซซะนะที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ รวมถึงนายอุสมาน สะแลแมง นักค้ายาเสพติดที่หลบหนีอยู่ขณะนี้นั้น ว่าทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้จัดชุดสำหรับเข้าไปร่วมสังเกตการณ์และสอบปากคำนายคามะลูดีน บิน อาหว่องแล้ว เหลือเพียงรอการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อกำหนดวันเดินทางเท่านั้น
ส่วนประเด็นที่จะนำไปสอบปากคำ ตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อย่างไรตามนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง ถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เกิดในประเทศมาเลเซีย ไม่ได้จับตามหมายจับของประเทศไทย ดังนั้นต้องให้ทางมาเลเซียดำเนินคดีกับนายคามะลูดีน บิน อาหว่องให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คำเตือนจาก ป.ป.ส. ให้ระวังยาเสพติดที่ชื่อ "คิงคอง" ที่กำลังระบาดในต่างประเทศในรูปแบบผง มีสีสันคล้ายผงบ๊วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าในไทยนั้น ว่าตนยังไม่ได้รับการประสานให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่เห็นว่าเป็นการเผยแพร่ที่เตือนให้ประชาชนได้ระมัดระวัง ซึ่งเป็นอีกรูปแบบของยาเสพติด โดยตนได้ส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดได้ระมัดระวังและเฝ้าจับตาเพิ่มเติมไว้แล้ว







