posttoday
เธอกับฉัน : เมื่อเราขัดแย้งกัน

เธอกับฉัน : เมื่อเราขัดแย้งกัน

12 กุมภาพันธ์ 2560

สมชายกับสมควรเป็นเพื่อนสนิทที่คบหามาแต่เยาว์วัย เมื่อจบการศึกษาต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันทำงาน

โดย...ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ เครือข่ายพุทธิกา Budnet.org

สมชายกับสมควรเป็นเพื่อนสนิทที่คบหามาแต่เยาว์วัย เมื่อจบการศึกษาต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันทำงาน จนเมื่อวันหนึ่งทั้งสองตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน ฝ่ายหนึ่งออกทุนมากกว่า ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าตนเองทุ่มเทแรงกายแรงใจและรับภาระการบริหารงานมากกว่า จะจัดสรรผลตอบแทนเท่ากันได้อย่างไร ธุรกิจดำเนินไปด้วยผลประกอบการที่ลุ่มๆ ดอนๆ พอไปได้บ้าง ดีบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความขัดเคืองในเรื่องท่าที เรื่องผลประโยชน์ รวมกับเรื่องความขัดแย้งอื่นๆ ในที่สุดพวกเขาก็ไม่ใช่เพื่อนสนิทอีกต่อไป พวกเขาขัดแย้งกันในหลายเรื่อง โจทย์ที่พวกเขากำลังเผชิญคือ จะผ่านพ้นบททดสอบนี้อย่างไร

เรื่องราวของสมชาย-สมควรเป็นเค้าโครงเรื่องจริงของหลายๆ ชีวิตในโลกใบนี้ ความขัดแย้งซึ่งอาจเป็นเรื่องผลประโยชน์ ทัศนคติ ความเชื่อทางการเมือง อุดมการณ์สังคม รสนิยม ความคาดหวัง ฯลฯ พวกเขาจะทำอย่างไรเมื่อเกิดความขัดแย้ง โดยทั่วไปสิ่งที่มักเกิดขึ้นเมื่อเกิดความขัดแย้งคือ 1) ไม่ทำอะไร ปล่อยให้ความขัดแย้งคลี่คลายไปเอง หรือดำเนินการไปตามเรื่องราว 2) การถอยห่าง ไม่สื่อสาร ไม่สัมพันธ์ด้วย 3) การปลอบใจ เช่น หาเหตุผลอธิบาย การกดดันตนเองให้ยอมรับสภาพ และ 4) การปะทะโดยตรง เช่น การนินทาว่าร้าย การต่อต้าน ดื้อเงียบ ฯลฯ

เมื่อเกิดความขัดแย้ง และผลกระทบความขัดแย้งลุกลามมากขึ้น เราแต่ละคนก็จะใช้สัญชาตญาณ ประสบการณ์ชีวิต ภูมิหลังที่ตนเองสั่งสมมาเป็นแนวทางในการตอบโต้ และบ่อยครั้งมาจากประสบการณ์วัยเด็ก เช่น การได้ของขวัญจากผู้ใหญ่ ถูกลงโทษ การทะเลาะกันในหมู่พี่น้อง เพื่อนๆ เด็กแต่ละคนต่างล้วนสร้างประสบการณ์ความหมาย คำอธิบายบางอย่างให้กับตนเองเมื่อต้องเผชิญเหตุการณ์ทั้งบวกและลบ เพื่อปลอบประโลมใจ ปกป้องความเจ็บปวดทั้งหมดก็เพื่อความอยู่รอดทางจิตใจ เหตุการณ์ที่ประสบ ความหมายประสบการณ์ที่สร้างขึ้น สร้างร่องรอยในจิตใจ

และหากเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ ร่องรอยในจิตใจก็ยิ่งสร้างความเข้มข้นมากขึ้น กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต กลายเป็นความเชื่อ มุมมองวิธีคิด เป็นพื้นฐานอารมณ์ในตัวเรา จนกระทั่งเรายึดถือกลายเป็นแบบแผนการดำเนินชีวิต แบบแผนการอยู่รอดในตัวเรา และแบบแผนนี้เองที่ทำให้เราเรียนรู้ตอบโต้เมื่อประสบความขัดแย้งในลักษณะที่กล่าวมา

ในชีวิตจริงเราอาจเลือกวิธีรับมือกับความขัดแย้งบางเรื่อง บางสถานการณ์หรือโอกาสด้วยการปะทะ และกับบางคนเราเลือกที่จะยอม หรือเดินออกจากความสัมพันธ์ ขณะที่บางกรณีเราเลือกวางเฉย ไม่รับรู้ ไม่ใส่ใจ หลายคนมองว่าเบื้องหลังที่ตอบโต้ต่างวิธีเป็นการใช้วิจารณญาณ แต่แท้จริงวิธีที่กล่าวมาข้างต้น ต่างมาจากพิมพ์เขียวอดีตที่หล่อหลอมเรามา พิมพ์เขียวตามสามัญสำนึกในตัวเราโดยที่เราได้แต่เดินหน้าใช้ท่าทีรับมือแบบเดิมๆ ไม่เคยได้ตั้งคำถาม ได้สำรวจทำความเข้าใจตนเองอย่างจริงจัง

การดำเนินชีวิต เราย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้ เพื่อที่จะมีชีวิตที่ดีและเติบโตในปัจจุบันการเรียนรู้เรื่องความขัดแย้งจึงเป็นเสมือนการผ่านบททดสอบชีวิตว่าเราจะผ่านพ้นบททดสอบนี้อย่างไร มีทางเลือกอื่นใดบ้างนอกเหนือจากวิธีที่กล่าวมา เพื่อที่จะเป็นอิสระจากทางเลือกเดิมๆ เราจำเป็นต้องรู้จักความคุ้นเคยเดิมๆ ของเราเสียก่อน ด้วยการถอยกลับมาเรียนรู้เรื่องราวในอดีต เรื่องราวในจิตใจที่อยู่ในตัวเราควบคู่ไปกับการเรียนรู้เรื่องราวตัวเราในปัจจุบัน เรื่องราวภายนอก การเรียนรู้เรื่องราวภายนอกช่วยให้เราเข้าใจโลก สังคมและความเป็นไปรอบตัวเพื่อประกอบอาชีพ เพื่อดำเนินชีวิต

ขณะที่การเรียนรู้โลกภายในอันมีเรื่องราวภายในจิตใจมากมาย ก็ช่วยให้เราได้รับรู้ ได้สำรวจ ทำความเข้าใจและตระหนักรู้ว่าเบื้องหลังการกระทำที่สื่อสารสู่โลกภายนอกนั้น เราคิดอะไรอยู่ ความรู้สึกอะไรที่เป็นตัวขับเคลื่อนการแสดงออกนั้นๆ เรามีความคาดหวังอะไรซ่อนอยู่ และโดยส่วนลึกเรามีความต้องการอะไร ปราศจากการสำรวจ เรียนรู้ทำความรู้จัก การทำความเข้าใจโลกภายใน สิ่งที่เราแสดงออกก็จะเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบโต้ต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เข้ามา

ชีวิตเช่นนี้ก็จะเป็นชีวิตที่เหมือนถูกควบคุมโดยปฏิกิริยา โดยสภาพแวดล้อม เหตุการณ์ภายนอก ความขัดแย้งที่เข้ามา การตอบโต้ที่เกิดขึ้นจึงเป็นไปได้เพียงปฏิกิริยา หนี สู้ แข็งตัว ซึ่งล้วนไม่ช่วยเราให้เกิดการเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงใดๆ

ในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เบื้องลึกคือ ความแตกต่าง และทัศนคติที่มีต่อความขัดแย้งนั้น แน่นอนว่าเราจะพบความแตกต่างได้ตลอดเวลา โดยตัวความแตกต่างอาจไม่ได้สร้างความแตกร้าว ตัวสร้างความแตกร้าวที่แท้คือ ทัศนคติ ความคาดหวังที่มีต่อความแตกต่าง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความขัดแย้ง “เธอน่าจะทำแบบนี้ คุณไม่ควรคิดแบบนี้” และโดยไม่ตระหนักรู้ตัว ความผิดหวัง ความโกรธ ความเสียใจก็ทำให้เราใช้คำพูด การกระทำทำร้ายจิตใจ รวมถึงร่างกายของอีกฝ่าย

ความขัดแย้งจึงเป็นบททดสอบให้เราเรียนรู้ที่จะรับฟัง เปิดใจที่สำรวจ ทำความเข้าใจในความแตกต่าง และทัศนคติของเราต่อความแตกต่างนั้น ได้สำรวจโลกภายในว่ามีอะไรขับเคลื่อนอยู่

ดังนั้น เมื่อเราขัดแย้งกัน เราไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยปฏิกิริยาเสมอไป เราเลือกที่จะตอบสนองในทางสร้างสรรค์ได้ และนั่นคือหนทางการเติบโตของเรา ขยายความสามารถที่จะฟัง ความสามารถที่จะอยู่กับสิ่งไม่คุ้นเคย กล้ามเนื้อความสามารถที่จะตอบสนองความขัดแย้งก็จะแข็งแรงมีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ

เราเลือกได้เสมอว่าจะตอบสนองอย่างไร เมื่อเกิดความขัดแย้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท