
ยุบวิป3ฝ่ายรวมร่าง4คณะกรรมการสร้างปรองดอง
สุรชัยเผยแนวทางการทำงานสนช.ที่เกี่ยวข้องกับคณะปยป. นัดประชุม15ก.พ.อาจยุบวิป3ฝ่ายรวมร่าง 4 คณะกรรมการสร้างปรองดอง
สุรชัยเผยแนวทางการทำงานสนช.ที่เกี่ยวข้องกับคณะปยป. นัดประชุม15ก.พ.อาจยุบวิป3ฝ่ายรวมร่าง 4 คณะกรรมการสร้างปรองดอง
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่1 เปิดเผยภายหลังงาน "สัมมนาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประจำปี 2559" ณ ห้องประชุม Convention Hall สถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก สวนสนประดิพันธ์ แห่งที่ 2 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถึงแนวทางการทำงานของสนช.ที่เกี่ยวข้องกับคณะปยป. โดยในส่วนของสนช.เตรียมการไว้ 2 ส่วน 1.ภารกิจที่รัฐธรรมนูญมอบหมายให้สนช.พิจารณากฎหมายว่าด้วยแผนการปฏิรูปประเทศที่ต้องแล้วเสร็จใน 120 วัน
2.ส่วนที่เกี่ยวกับแม่น้ำ 3 สาย เพราะประธานสนช. ไปร่วมในปยป.ในนามของสนช. ซึ่งในส่วนของข้อเสนอสนช. คงใช้หลักการสำคัญ ให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิรูป 7 ด้าน รวมถึงนำเรื่องการปฏิรูปประเทศที่สปท.ทำแล้วเสร็จ และส่งให้รัฐบาล 27 วาระ ส่วนจะกำหนดแนวทางจัดลำดับ กระจายงานไปส่วนไหนบ้างต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศก่อน
ขณะเดียวกัน สนช.จะประชุมวิป3 ฝ่ายในวันที่ 15 ก.พ. ที่อาจจะยุบวิป 3 ฝ่าย กลายเป็นคณะกรรมการ 4 คณะ คือ คณะกรรมการบริหารแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ คณะเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะสามัคคีปรองดอง
สำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ปยป.และในส่วนของสภาฯมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายชุด อาจจะทำให้เกิดความสับสนระหว่างการทำงานนั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ลงมือทำงาน ขอให้มีการทำงานก่อน แต่ในสภาพแบบนี้น่าจะเหมาะสมแล้วทั้ง 4 คณะ ภายใต้ร่มใหญ่ คือปยป. โดยทั้ง 4 คณะ ต้องมาวางแนวทางการทำงานจะทำเรื่องที่ได้รับมอบหมายอย่างไร รวมทั้งต้องบูรณาการร่วมกันได้
นายสุรชัย ยอมรับว่า สัญญาณในการปฏิรูปครั้งนี้ถือว่าเป็นไปด้วยดี เพียงแต่ที่ผ่านมาภาคสังคมอาจรู้สึกการปฏิรูปประเทศขับเคลื่อนช้า สังคมจับต้องได้น้อย แต่เสียงสะท้อนเหล่านี้ก็ไปถึงคสช.และนายกฯ เลยมีการปรับปรุงการทำงานให้กระชับขึ้น เชื่อมกันได้เร็วขึ้น พยายามลดขั้นตอนทางราชการให้น้อยลง
ส่วนเรื่องปยป.ที่เต็มไปด้วยทหารอาจทำให้เกิดความหวาดระแวงต่อการปรองดองนั้น นายสุรชัย กล่าวว่า เท่าที่ทราบปยป.พยายามเชิญบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมทำงานมากขึ้น มีทั้งภาคเอกชนและภาคอื่นๆ ดังนั้น อย่าเพิ่งไปตั้งข้อรังเกียจว่ามาจากทหาร จะเป็นใครก็ได้ที่มีเจตนารมณ์ตรงกันในการสร้างความปรองดอง ใครก็ได้ที่เป็นที่ยอมรับ เป็นคนกลาง เพื่อหาจุดลงตัวร่วมกันที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ อย่าเพิ่งไปตั้งข้อรังเกีขจเป็นทหารหรือพลเรือน
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าครั้งนี้จะทำให้เกิดความแตกต่างจากได้หรือไม่ เพราะผลสรุปแนวทางปรองดองก่อนหน้ามักถูกเก็บเข้าลิ้นชัก นายสุรชัย กล่าวว่า คงไม่น่าเป็นอย่างนั้น ครั้งนี้มีความพยายามแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในทุกๆด้านไปพร้อมกัน ส่วนปัญหาเก่าที่สะสมผ่านกระบวนการปฏิรูปประเทศ ปัญหาที่เคยขัดแย้งเรื่องสังคม ก็ผ่านกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง
"การนำพาประเทศให้ก้าวต่อไป ก็จะผ่านในส่วนของยุทธศาสตร์ชาติ รอบนี้เป็นการทำงานเชิงบูรณาการไม่ได้จับต้องเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เหมือนในอดีต เลยทำให้เห็นเพียงภาพใดภาพหนึ่ง ไม่ได้เห็นภาพรวม แต่ครั้งนี้เราจะเปลี่ยนผ่าน ปฏิรูปประเทศให้สำเร็จได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การจะเดินได้ต่อไปหรือไม่ นอกจากปยป.แล้ว ความร่วมมือทุกภาคส่วนเป็นเรื่องสำคัญ อย่างน้อยให้การเสนอแนะดีกว่าตำหนิติเตียน โดยไม่บอกว่าควรจะทำอย่างไร"รองประธาน สนช. คนที่1 ระบุ
นอกจากนี้ การตั้งข้อสังเกตุหลังจากปยป.ได้ข้อสรุประดับหนึ่งจะมีการเชิญฝ่ายต่างๆให้มาร่วมลงนามสัญญาประชาคม แต่ก็มีความกังวลว่าหากออกเป็นร่างสัญญามาแต่ก็ไม่ได้ผูกมัดให้บุคคลหรือองค์กรเหล่านั้นต้องทำตาม ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปถามพล.อ.ประวิตร ในฐานะผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าตกลงแล้วไม่ทำต้องไปถามตัวคู่กรณีว่าอยากเห็นบ้านเมืองสงบ สังคมแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ ถ้าตกลงอะไรกันไว้ก็อย่าลืมตามที่ตกลงและทำตาม ปัญหาบ้านเมืองจะได้จบ อย่างไรก็ดีบรรยากาศความขัดแย้งตอนนี้ดีขึ้นมาก ระยะเวลาได้เยียวยาผู้เกี่ยวข้องได้ระดับหนึ่ง เวลานี้เป็นเวลาเหมาะสมในการมาพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจกัน ให้เป็นแนวทางของประเทศ ถ้าทำอย่างนั้นได้ประเทศก็จะเดินไปได้ด้วยดี







