
RAS กับการโฟกัส
ในการทำงานของสมองเรานั้น มันมีระบบๆ หนึ่งซึ่งมีชื่อว่า RAS
โดย...อธิกร ศรียาสวิน
ในการทำงานของสมองเรานั้น มันมีระบบๆ หนึ่งซึ่งมีชื่อว่า RAS ที่เป็นตัวย่อมาจาก Reticular Activating System เจ้าระบบนี้ มันเป็นระบบการคัดกรองความสนใจของสมอง
โดยระบบนี้เกิดขึ้นมาก็เพื่อรักษาสมดุลช่วยให้สมองของเราไม่ต้องทำงานหนักมากจนเกินไป โดยเจ้า RAS จะคอยเป็นตัวกรอง ตัดทอนเรื่องที่เราไม่ให้ความสำคัญทิ้งไป เช่นเวลาที่เราคุยโทรศัพท์ เราจะไม่ได้ยินเสียงสิ่งแวดล้อม เสียงแตรรถ เสียงคนอื่นคุยกัน หรือในการประชุมระหว่างมื้ออาหาร เรามักจะไม่ค่อยได้รับรู้รสชาติของอาหารมื้อนั้นแต่ขณะที่มันช่วยตัดบางสิ่งทิ้งไป พร้อมๆ กันนั้น มันก็ตัดทอนรายละเอียดที่สำคัญบางอย่างออกไปด้วย เพราะ RAS ทำให้เรามองข้าม ทำให้เรามองไม่เห็นในสิ่งที่เราไม่ได้สนใจ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ข้อมูลเหล่านั้นอาจเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อช่วยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และการมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานได้
ดังนั้น เพื่อให้รู้เท่าทันการทำงานของระบบ RAS เราจึงต้องกำหนดรายนามสิ่งที่เราสนใจไว้ในสมอง และพยายามสร้างจุดโฟกัสเป้าหมายที่ชัดเจนไว้ตลอดเวลา เพื่อที่ว่าเจ้า RAS จะได้ไม่ตัดทอนสิ่งนั้นออกไปจากตัวเรา
ถ้าสรุปสั้นๆ ให้เป็นความเข้าใจแบบง่ายๆ การสร้างจุดโฟกัสเป้าหมายจะช่วยให้ “เราเห็น...ในสิ่งที่เรามอง...หา เสมอ” เพราะสมองจะตื่นตัว และรับข้อมูลเฉพาะในสิ่งที่เราสนใจ
ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจแล้วคุณพยายามโฟกัส จับจ้องมองหาลู่ทางในตลาด ไม่ช้า ไม่นาน คุณจะมองเห็นช่องทางในการทำธุรกิจใหม่ๆ
ถ้าคุณเป็นสถาปนิก นักออกแบบ แม้เพียงเห็นผีเสื้อขยับปีกบินผ่านป่า คุณก็อาจมองเห็นเป็นไอเดียดีไซน์สถาปัตยกรรมแบบใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมา นักแต่งเพลงที่มองหาแรงบันดาลใจ ก็มักจะเห็นเนื้อร้องใหม่ๆ
มาจากสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว
คุณบอย โกสิยพงษ์ นักแต่งเพลงชั้นนำ เคยเล่าให้ฟังถึงที่มาของบทเพลงเพลงหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นด้วยการใช้กระบวนการโฟกัสกับปัญหา ประกอบกันกับพรสวรรค์ในความสร้างสรรค์
คุณบอย เล่าให้ฟังว่า ตัวเขาเองนั้นมีความชื่นชอบในเสียงร้องของ พี่ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว จนวันหนึ่งมีโอกาสที่เขาได้พบกับพี่ปั่นในงานเลี้ยง จึงเอ่ยปากชวนพี่ปั่นมาร่วมร้องเพลงที่บ้าน
“พี่ครับ ผมมีเพลงๆ หนึ่งอยากให้พี่ปั่นไปช่วยร้อง ไม่ทราบว่าพี่ปั่นจะสะดวกไหมครับ”
“ได้เลยบอย จะให้พี่ไปอัดวันไหนล่ะ” พี่ปั่นตอบตกลงทันที
“พรุ่งนี้ ที่บ้านผมเลยครับพี่” ซึ่งในสถานการณ์ความเป็นจริง ณ เวลานั้น คุณบอยเอ่ยปากขอนัดพี่ปั่นไปร้องเพลง ทั้งๆ ที่ยังไม่มีเพลงที่แต่งไว้เลย เรียกว่าไม่มีเนื้อร้องแม้แต่คำเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อพี่ปั่นเดินทางมาถึงห้องบันทึกเสียงซึ่งตั้งอยู่ที่บ้าน คุณบอยก็ใช้ปฏิภาณของนักแต่งเพลง แต่งเนื้อเพลงนี้ออกมาแบบสดๆ จากภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า
คุณบอยเล่าให้ฟังว่า เขามองเห็นดอกไม้ ก็เขียนเนื้อว่า “ดอกไม้...” มองเห็นประตู ก็เขียนเนื้อเพลงว่า “ประตู” เห็นแจกัน ก็เขียนว่า “แจกัน” เห็นดิน เห็นทราย เห็นต้นไม้ ทางเดิน โคมไฟ แก้วน้ำ จานชาม บันได สนามหญ้า เอาสิ่งรอบๆ ตัวมาประกอบกันจนกลายเป็นเนื้อเพลง
“ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ ใหญ่ แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม ขอบรั้ว และริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม บ้านนี้ จะมีความงามได้ ถ้ามีเธอ...”
กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเพลง HOME ที่ใครๆ หลายคนบรรจุไว้เป็นเพลงฮิตประจำใจ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะการโฟกัสกับปัญหาที่อยู่เบื้องหน้า ประกอบกันเข้ากับความสามารถของในการแต่งเพลงระดับเทพ ที่สามารถสร้างสรรค์เพลงไพเราะออกมาได้ด้วยฉากแบบบ้านๆ
อีกกรณีหนึ่งเป็นเรื่องราวของชายหนุ่ม พอล แม็กคาร์ตนีย์ หนึ่งในสองนักแต่งเพลงชื่อดังของ The Beatles วันหนึ่งช่วงปี 1964 พอล กระโดดขึ้นรถ ออกเดินทางไปบ้านของจอห์น เลนนอน ที่เวย์บริดจ์เพื่อไปซ้อมดนตรีตามปกติ
ระหว่างทาง พอล ก็สนทนาปราศัยกับโชเฟอร์คนขับ โดยเขายิงคำถามกับคนขับรถเพื่อแก้ความเงียบว่า “เฮ่..โชเฟอร์..วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” พี่พลขับตอบมาสั้นๆ ว่า “งานหนักมาก”
“หนักขนาดไหนเหรอพี่...” พอลถามต่อแบบซักไซ้ โชเฟอร์ได้ยินคำถามแบบนี้ ก็ตอบมาด้วยน้ำเสียงหนักๆ ในอารมณ์หงุดหงิดแกมประชดแบบให้เห็นภาพว่า “I am working just like 8 days a week..”
“ฉัน (กรู) ทำงานหนัก เหมือนอาทิตย์นึงมีแปดวันเลย...(โว้ย)”
ทันทีที่พอลได้ยินประโยคๆ นี้ ด้วยสัญชาตญาณนักแต่งเพลง เขาก็เกิดอาการมองเห็นสิ่งที่มองหา รีบคว้าปากกามาจดประโยคนี้ใส่กระดาษ พอโชเฟอร์ขับรถไปถึงบ้านเลนนอน พอลก็รีบวิ่งลงจากรถไปบอกจอห์น และแต่งเพลงนี้ทันที
และในปี 1965 ก็ปรากฏบทเพลงที่มีชื่อว่า Eight days a week ติดชาร์ตอันดับหนึ่งของอเมริกา โดยเนื้อร้องวรรคหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า Ain’t got nothin’ but love babe Eight days a week : แม้หนึ่งอาทิตย์ จะมีแค่เจ็ดวัน แต่ฉันรักเธอ แปดวันต่อสัปดาห์ และเป็นหนึ่งในเพลงฮิตในใจของใครหลายคน
สองเรื่องราวนี้น่าจะเป็นตัวแทนได้ว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อายุเท่าไหร่ หรือมีอาชีพใดๆ เพียงแค่คุณใสใจกับทุกสรรพสิ่งรอบๆ ตัว ไม่ยอมให้เจ้า RAS ไปตัดสิ่งที่จะมากระตุ้นความคิด ด้วยการโฟกัสกับเป้าหมายที่คุณต้องการให้หนัก
เชื่อเถอะว่า คุณก็จะ...เห็น ในสิ่งที่คุณ...หาเสมอ







