posttoday
เศรษฐกิจเข้ารหัส

เศรษฐกิจเข้ารหัส

08 กุมภาพันธ์ 2560

ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าควรจะตั้งชื่อบทความนี้ว่าอย่างไรที่จะทำให้เห็นภาพ เข้าใจได้ แต่ไม่เข้าใจผิด

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าควรจะตั้งชื่อบทความนี้ว่าอย่างไรที่จะทำให้เห็นภาพ เข้าใจได้ แต่ไม่เข้าใจผิด เพราะปัจจุบันนี้กำลังมีศัพท์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ใช่ศัพท์วัยรุ่น อย่างเช่น มั่นหน้า สุดติ่ง ฯลฯ ที่พูดกันไม่นานแล้วก็หายไปโดยมีศัพท์ใหม่ๆ เข้ามาแทน ตามกาลเวลา แต่เป็นศัพท์วิชาการที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่สำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วของสิ่งที่เราเรียกกันว่า IT ไม่ว่าจะเป็น Megatrend, New Normal, AI, Cryptoeconomy, Cryptomoney, Bitcoin, Blockchain ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องต้องวิ่งตามให้ทัน เพราะมีผลต่อบริบทของสังคมและเศรษฐกิจ

ถึงแม้ว่าบางเรื่องอาจเป็นแค่การบัญญัติศัพท์ขึ้นมาอธิบายสถานการณ์ เช่น New Normal ที่อธิบายถึงภาวะที่เศรษฐิจ หรือการผลิต ขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอดีต ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็เป็นเรื่องน่าวิตก แต่ปัจจุบันเมื่อเอ่ยถึงก็ดูจะเป็นที่เข้าใจกันดี และกลายเป็นสถานการณ์ปกติไป แต่เรื่องบางเรื่องแม้จะเป็นสถานการณ์ แต่ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อเศรษฐกิจ การค้า และการดำเนินชีวิตของผู้คน เช่น Megatrend ที่มีทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ที่ทำให้เกิดการขยายผลต่อไปได้มากมาย

แต่ละคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ผู้เขียนยกมาเป็นตัวอย่างนั้น มีความเกี่ยวเนื่องและกระทบกันไปมา และส่วนใหญ่เกิดจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะ IT ที่พัฒนาไปแบบก้าวกระโดดทั้งสิ้น ซึ่งผู้เขียนจะลองยกสักตัวอย่างหนึ่ง คือ เรื่องของ Crytoeconomy ที่ผู้เขียนลองตั้งชื่อเล่นๆ ว่า “เศรษฐกิจเข้ารหัส”

ที่จริงแล้ว การอธิบายการพัฒนาเศรษฐกิจนั้น อธิบายจากมุมมองด้านการผลิต หรือมุมมองด้านเทคโนโลยีก็ได้ ถ้าเป็นมุมมองด้านการผลิตก็มองว่า ในขณะนั้นมีการผลิตอะไรเป็นเรื่องหลัก (Predominant) เช่น Subsistance Economy เกษตร อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมหนัก เป็นต้น ส่วนมุมมองทางเทคโนโลยีนั้นที่จริงเกิดขึ้นภายหลัง เช่น การเรียกว่าเป็น เศรษฐกิจข้อมูล เศรษฐกิจฐานความรู้ Post Industrial Economy และ Digital Economy เป็นต้น

ในกรณีของ Cryptoeconomy จึงเป็นการมองทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นที่นิยมกันในสมัยหลังๆ มานี้จนถึงปัจจุบัน โดยเทคโนโลยีนั้นเป็น Technology ที่เรียกว่า “Blockchain” ซึ่ง “Blockchain” นี้จะเรียกว่าถือกำเนิด หรือเติบโตมาจากเศรษฐกิจข้อมูล (ICT : Information and Communication Technologies) ก็ได้ แต่มีความแตกต่างจากระบบเศรษฐกิจที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง จนบางคนมองว่า เป็นเศรษฐกิจที่กระจาย หรือไม่มีศูนย์กลาง (Decentralize Economy or Distributed Economy) แบบสุดขั้ว หรือบางคนอาจมองว่าเป็นเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) ก็ได้ หรือบางคนอาจเรียกว่าเป็น Platform Economy หรือ Peer-to-Peer Economy เนื่องจากเป็นเรื่องที่ใหม่มาก จึงมีการตั้งชื่อที่แตกต่างกันไป รออีกสักพักคงได้เห็นความลงตัวว่าจะเรียกอะไรกันแน่ เมื่อมีคนส่วนใหญ่เรียกกันจนติดปาก

อย่างไรก็ตาม Blockchain ถือเป็นการแบ่งปัน สร้างความไว้วางใจ กระจายหรือไม่มีศูนย์กลาง (Decentralized) มีการ Update อย่างต่อเนื่องและมีการเข้ารหัส ซึ่งแตกต่างจากระบบเศรษฐกิจเดิมๆ ที่ถึงแม้จะเป็นเรื่องเทคโนโลยี แต่ก็เป็นเทคโนโลยีที่จับต้องได้หรือเป็นลักษณะทางกายภาพ (Physical) การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในครั้งนี้จึงถือว่ามีผลกว้างมาก

ผู้เขียนคงไม่ลงรายละเอียดให้งงกันไปมากกว่านี้ เพราะท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านก็คงจะพอทราบเรื่องของ Blockchain แล้ว และเรื่องนี้ก็มีผู้เขียนกันมาก เพียงแต่ต้องการยกให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า บางเรื่องหรือศัพท์ใหม่ๆ บางคำที่ควรเรียนรู้นั้น ไม่ใช่เป็นเพียงการอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่มีนัยกว้างไกลกว่ามาก อย่างเรื่อง Crytoeconomy ที่มีตัว Blockchain เป็นพระเอกของเรื่อง ทั้งนี้หลักใหญ่ของเศรษฐกิจ ก็คือ การมีกฎเกณฑ์เป็นกรอบให้ดำเนินไป มีกฎเกณฑ์ว่าทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้มีผลตอบแทน (Pay-Off) อย่างเช่นในเรื่อง Game Theory

แต่ในกรณีของ Blockchain ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าอ่านพบที่ใด แต่เห็นว่าสะท้อนให้เห็นความจริงได้ชัดเจนมาก นั่นคือ “Blockchain ทำหน้าที่ที่ราคาทำในตลาด ทำหน้าที่สเหมือนการกำหนดหรือคำสั่งในบริษัท หรือโรงงาน และทำหน้าที่เหมือนกฎหมายหรือกฎระเบียบที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนด นอกจากนี้ Blockchain ยังเป็นตัวกำหนดสัญญาณที่ชัดเจนจากภาครัฐ เพื่อให้กับภาคเอกชน หรือโดยสรุป ก็คือ Blockchin เป็นโทคโนโลยีสำหรับการสร้างระบบ เศรษฐกิจใหม่นั้นเอง New Economy”

จากความสำคัญข้างต้นนี้ จึงเป็นเรื่องที่ควรติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญ คือ ต้องดูกันต่อไปว่า นัยที่เกิดขึ้นจะขยายไปได้กว้างไกลขนาดไหน เพื่อจะได้ปรับตัวให้ทันและไม่ตกขบวนรถ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท