
ตั้งรับให้มั่น
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ช่วงหลังมานี้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงมากเป็นพิเศษ เฉพาะสถิติในเดือน ม.ค.เดือนเดียว ดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่ารวมต่ำสุดในรอบ 30 ปี เมื่อเทียบกับเงิน 6 สกุลหลักในตะกร้า จนทำเอาหลายคนสงสัยตั้งคำถามขึ้นมาว่า ที่จริงแล้วนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ควรจะทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่ามากกว่าอ่อนค่าไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดสถานการณ์จึงออกมาสวนทาง
ทำเอาผู้ส่งออกแถวบ้านเราเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ เรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนกันอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งดีใจมาได้ไม่นานว่ากองทัพนโยบายของทรัมป์จะทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า และจะช่วยให้ประเทศผู้ส่งออกในเอเชียได้เปรียบการค้าในปีนี้
หรือว่าทรัมป์จะทำได้อย่างที่พูดไว้จริง หลังจากเจ้าตัวและทีมงานเคยออกมาฟาดงวงฟาดงาว่า เงินเหรียญสหรัฐกำลังแข็งค่ามากเกินไป สหรัฐจะไม่ยอมเห็นประเทศอื่นกดค่าเงินและปล่อยให้เงินของอเมริกาแข็งค่าเพียงฝ่ายเดียว
เรื่องนี้ถ้าดูทรงและองค์ประกอบหลายอย่างรวมกันแล้ว น่าจะเป็นเพียงผลทางจิตวิทยาช่วงสั้นๆ ตอบรับที่ทรัมป์กำลังเล่นสงครามประสาทกับประเทศคู่ค้ามากกว่า เพื่อเพิ่มน้ำหนักต่อรองและปูทางสู่แผนเมดอินอเมริกา ที่ไม่ไปด้วยกันกับเงินเหรียญสหรัฐขาขึ้น จำต้องดึงลงมาให้อ่อนลงสักหน่อยก่อน อย่างมากที่สุดก็น่าจะกินเวลาไปถึงช่วงเดือน เม.ย. ที่กระทรวงการคลังสหรัฐจะรายงานสถานการณ์เรื่องประเทศปั่นค่าเงิน ซึ่งจะชี้ชะตารู้หมู่รู้จ่ากันไปเลย ไม่มีมานั่งยึกยักสร้างวาทกรรมรายวันแบบปัจจุบันกันอีก
ปัจจุบันมีหลายประเทศที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังการปั่นค่าเงินของสหรัฐ แต่หลักๆ ที่อยู่ในไฮไลต์วาทกรรมของรัฐบาลทรัมป์ คือ จีน ญี่ปุ่น และเยอรมนี ที่เข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ของเงื่อนไขการขึ้นบัญชีดำ
สงครามประสาทของทรัมป์ตามสไตล์นักเลงนี่เอง ที่ทำให้หลายประเทศต้องวิ่งโร่ไปคุยประสานความเข้าใจถึงในสหรัฐ โดยในวันศุกร์นี้จะถึงคิวของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่มีข่าวว่าจะหอบแพ็กเกจเศรษฐกิจช่วยสร้างงานในสหรัฐถึง 7 แสนอัตราไปเจรจาต่อรอง เพราะญี่ปุ่นยังต้องพึ่งสหรัฐทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและเรื่องความมั่นคงในเอเชีย
อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาก็คือ ทำให้ประเทศผู้ส่งออกในเอเชียที่ตอนนี้เริ่มร้อนๆ หนาวๆ กับค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นมาแรง ไม่กล้าที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อดึงค่าเงินให้อ่อนลงในช่วงนี้ โดยหวังรอจังหวะให้ผ่านรายงานเดือน เม.ย.ไปก่อน เพราะไม่อยากสร้างข้ออ้างอะไรก็ตามให้สหรัฐหาเรื่องมาเล่นงานได้ เช่น กรณีของกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ ที่ยอมรับว่าด้วยแรงกดดันของสหรัฐในเวลานี้ คงทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากปล่อยให้เงินวอนแข็งค่าต่อไปอีกระยะ
อย่างไรก็ดี ถ้าดูในระยะยาวแล้วจะเห็นว่าทรัมป์มีแนวโน้มจะทำตามแผนที่วางไว้หลายอย่าง และนโยบายเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นภาคการคลังเชิงรุก การกีดกันทางการค้า และการผ่อนคลายกฎระเบียบที่เอื้อต่อภาคธุรกิจและวอลสตรีท ที่สุดแล้วก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ และทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เพียงแต่ก่อนจะไปถึงวันนั้น ชาติเอเชียคงต้องตั้งรับให้ดีกับความผันผวนขั้นสูงที่พร้อมจะสวิงได้ทุกเมื่อกับฝีปากของรัฐบาลสหรัฐชุดนี้







