posttoday
อุตสาหกรรมที่ถูกคุมกำเนิด

อุตสาหกรรมที่ถูกคุมกำเนิด

07 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มอันดับ 3 ของโลก ถัดจากประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย โดยกระทรวงเกษตรสหรัฐประมาณการผลผลิตน้ำมันปาล์มของโลกในปี 2559 ไว้ที่ประมาณ 64.5 ล้านตัน เพิ่มจากปี 2558 ประมาณ 9.6%

แต่ท่านอย่าหลงดีใจว่า การที่ไทยเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มอันดับ 3 ของโลกจะทำให้ไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทกำหนดทิศทางการค้าและการผลิตในตลาดการค้าน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทหนึ่งของโลก เนื่องจากปริมาณผลผลิตของไทยน้อยกว่าปริมาณผลผลิตของผู้ผลิตอันดับหนึ่งและสองอย่างเทียบกันไม่ได้

ในปี 2559 อินโดนีเซียผลิตน้ำมันปาล์มได้ประมาณ 35 ล้านตัน และมาเลเซียผลิตได้ประมาณ 20 ล้านตัน สองประเทศนี้รวมกันคิดเป็น 85.27% ของผลผลิตรวมของโลก ส่วนไทยผลิตได้เพียง 2.3 ล้านตัน คิดเป็น 3% ของโลกเท่านั้น จึงทำให้ไทยไม่สามารถเข้าไปมีบทบาทในการชี้นำหรือกำหนดทิศทางการค้าและการผลิตน้ำมันปาล์มในตลาดโลกได้

อย่างไรก็ตาม เพื่อคุ้มครองเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้มีการควบคุมการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบราคาต่ำจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เพราะมีระบบการบริหารจัดการสวนปาล์มที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งระบบตั้งแต่การควบคุมพื้นที่การผลิต ปริมาณการผลิต ตลอดถึงการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้ผลผลิตสูง ทั้งสภาพภูมิอากาศยังเหมาะสมกับการปลูกต้นปาล์มน้ำมันกว่าภูมิอากาศในประเทศไทย เนื่องจากมีฝนตกและความชื้นในอากาศสูงกว่า

นอกจากการใช้มาตรการด้านราคาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มแล้ว รัฐยังใช้มาตรการด้านราคาเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค โดยการควบคุมราคาขายของน้ำมันปาล์มบรรจุขวดด้วย ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการบริโภคหรือโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มจำยอมต้องรับซื้อผลปาล์มสดในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด แต่ไม่สามารถปรับราคาขายน้ำมันเพื่อการบริโภคให้สูงขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้นตามนโยบายของรัฐได้

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทยถูกคุมกำเนิดไปโดยปริยาย เพราะไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตในราคาที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตในต่างประเทศโดยเฉพาะในมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และยังร่วมมือกับอินโดนีเซียจัดตั้งสภาประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มลักษณะเดียวกับองค์กรกลุ่มประเทศโอเปก ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในประเทศทั้งสองมีเสถียรภาพเพราะสามารถชี้นำปริมาณการผลิตและราคาในตลาดโลกได้

การใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าและผลผลิตสูงกว่า ทำให้ไทยต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันปาล์มบ้าง ราคาผลผลิตลูกปาล์มสดตกต่ำบ้างเป็นระยะๆ ต่อเนื่องกันมานานหลายสิบปี เนื่องจากไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ แต่เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุเพื่อผลทางการเมือง คือ การดูแลชาวสวนปาล์มและผู้บริโภคให้ขายผลผลิตได้สูงกว่าราคาตลาดและซื้อน้ำมันบริโภคได้ราคาต่ำกว่าราคาตลาดในสภาพที่ตลาดไม่ทำงานอย่างสมบูรณ์

ผมเข้าใจว่ารัฐมีแผนยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ระหว่างปี 2558-2569 ที่จะขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม เพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มเป็นพลังงานทดแทน และที่สำคัญคือการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และเพิ่มอัตราน้ำมันหรือผลจาก 3.20 ตัน/ไร่ เป็น 3.5 ตัน/ไร่ และจาก 17% เป็น 20% ตามลำดับ พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการพัฒนาการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อสร้างอุตสาหกรรม
ออร์โลเคมีคอลในการผลิตกรดไขมันที่จะใช้ในการผลิตสินค้าอุปโภค เช่น สบู่ เครื่องสำอาง และยา รวมทั้งการใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น อุตสาหกรรมการผลิตสี สิ่งทอ และผงซักฟอก เป็นต้น

ผมคิดว่าเป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ดี และถ้าทำได้จริงจะแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มและการไร้เสถียรภาพด้านราคาของผลปาล์มสด น้ำมันปาล์มดีและน้ำมันปาล์มที่พร้อมบริโภคโดยที่รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง เพราะถ้าเกิดอุตสาหกรรมปลายน้ำประเภทออร์โลเคมีคอลขนาดใหญ่ขึ้นจริงเหมือนในมาเลเซีย ชาวสวนปาล์มก็น่าจะขายผลปาล์มราคาสูงขึ้นได้ สามารถขยายพื้นที่การปลูกให้เป็นไปตามเป้าหมาย และลงทุนปรับปรุงให้ผลผลิตมียีลสูงขึ้นตามแผน ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้รัฐเข้ามาใช้มาตรการด้านราคารับซื้อผลปาล์มในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด

ส่วนผู้บริโภคน่าจะได้รับผลดี คือ การได้บริโภคน้ำมันปาล์มในราคาที่เหมาะสม เพราะถ้าการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มบรรลุผลตามแผนยุทธศาสตร์ รัฐคงไม่จำเป็นต้องควบคุมการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศอีกต่อไป

แต่ในภาคปฏิบัติ อยู่ที่ว่ารัฐจะดำเนินการอย่างไร เพื่อเปิดให้ธุรกิจการค้าน้ำมันปาล์มเป็นธุรกิจที่เปิดเสรีให้มีการนำเข้าเพื่อการผลิต การบริโภค และการส่งออกตามกลไกตลาด เพราะตราบใดที่ผู้ประกอบการหรือนักลงทุนยังขาดความเชื่อมั่นว่า เมื่อเปิดดำเนินการแล้วจะสามารถจัดหาวัตถุดิบเข้าป้อนโรงงานได้เพียงพอและมีเสถียรภาพในราคาที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในต่างประเทศได้ คงไม่มีใครเสี่ยงที่จะเข้ามาลงทุนไม่ว่ารัฐจะให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีหรือสิทธิประโยชน์อย่างอื่นเพียงใด เพราะการขาดวัตถุดิบหรือการต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาตลาดที่คู่แข่งรับอยู่ หมายถึงการปิดโรงงานเพราะขาดวัตถุดิบหรือขาดทุนเพราะต้นทุนการผลิตสูงกว่าคู่แข่ง

คงขึ้นอยู่กับนโยบายทางการเมืองว่ารัฐต้องการจะผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวหน้าทั้งระบบ โดยการเปิดเสรีการค้าการนำเข้าและการส่งออกน้ำมันปาล์มหรือไม่ และเมื่อไรและจะทำอย่างไร เกษตรกรและผู้บริโภคยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของชาติโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ขอเอาใจช่วยทุกฝ่ายให้ช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวไปข้างหน้าโดยเร็วให้เห็นผลเป็น
รูปธรรมเสียทีโดยเร็วครับ

ไม่งั้นคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการลักลอบนำน้ำมันปาล์มเข้าประเทศจะยิ่งร่ำรวยขึ้นทุกวัน

ได้เวลาเลิกคุมกำเนิดแล้วครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท