
การเมืองเรื่องซูเปอร์โบว์ล
ว่ากันว่า ถ้าอยากรู้ว่าคนอเมริกันทั้งประเทศเขากำลังคิดหรือกำลังสนใจเรื่องอะไรกันอยู่เป็นพิเศษ ให้ไปติดตามดู “ซูเปอร์โบว์ล”
ว่ากันว่า ถ้าอยากรู้ว่าคนอเมริกันทั้งประเทศเขากำลังคิดหรือกำลังสนใจเรื่องอะไรกันอยู่เป็นพิเศษ ให้ไปติดตามดู “ซูเปอร์โบว์ล”
เพราะศึกชิงแชมป์อเมริกันฟุตบอล ที่เปรียบเสมือนกีฬาแห่งชาติของสหรัฐ ถือเป็นวันที่คนอเมริกันทั้งประเทศจะพร้อมใจกันเปิดโทรทัศน์ดูมากที่สุดวันหนึ่งในรอบปี และเป็นนาทีทองสำคัญที่บริษัทต่างๆ จะแย่งกันซื้อแอดโฆษณา หลายบริษัทจะทำโฆษณาตัวใหม่ออกมาแข่งกันในศึกนี้โดยเฉพาะ ทำให้ช่วงโฆษณาที่โดยปกติแล้วจะถูกคนดูมองข้าม กลายเป็นช่วงที่คนตั้งตารอชมแทน
ในปีนี้ ราคาโฆษณายังคงแพงมหาศาลที่ 5-5.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 175.1-192.6 ล้านบาท) ต่อ 30 วินาที หรือแพงขึ้นมาหลายเท่าตัวจากซูเปอร์โบว์ลครั้งแรกในปี 1967 ซึ่งมีเรตที่ 4 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 ล้านบาท) ในยุคนั้น
หลายครั้งตัวโฆษณาก็ไม่ได้เน้นแต่จะฮาร์ดเซล หรือขายสินค้าเป็นหลัก เพราะการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้คนหลายสิบล้านตรึงใจ ให้มีความรู้สึกเชิงบวกมากที่สุดในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายกว่า
เราจึงได้เห็นโฆษณาซูเปอร์โบว์ลหยิบเรื่องที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจของคนส่วนใหญ่มาสอดแทรกผ่านหน้าจอ เช่น โฆษณา Halftime in America ของไครส์เลอร์ ในปี 2012 ที่ถ่ายทอดช่วงเวลาโหดร้ายของวิกฤตซับไพรม์ก่อนหน้านี้ แต่ก็สอดแทรกความหวังให้คนดูไปพร้อมกัน เปรียบเสมือนดีทรอยต์ที่เกิดใหม่ได้ แม้จะดูเป็นโฆษณาในเชิงบวกที่ให้ความหวังและกำลังใจในชีวิต แต่ก็ถูกนักวิจารณ์อัดยับด้วยว่าเป็น “โฆษณาการเมืองตัวเป้ง” ที่ส่งสาสน์หนุน บารัก โอบามา ขณะกำลังจะลงเลือกตั้งสมัยที่ 2 ซึ่ง โอบามาเป็นคนที่สานต่อ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ในการให้เงินภาษีเข้าอุ้มดีทรอยต์และวอลสตรีทจากวิกฤตที่ผ่านมา
และในปีนี้ ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่จะโดดเด่นมากไปกว่าเรื่องการเมืองที่สร้างความแตกแยกไปทั่วประเทศมากที่สุดในรอบหลายสิบปี หรืออาจมากที่สุดนับตั้งแต่ยุคการแบ่งแยกคนขาว-คนดำเมื่อศตวรรษก่อน
โฆษณาการเมืองที่ถูกกล่าวขานถึงมากที่สุด คือ “บัดไวเซอร์” ซึ่งถ่ายทอดที่มาจาก เอเบอร์ฮาร์ด แอนฮอยเซอร์ ผู้อพยพชาวเยอรมันสมัยสงครามโลก ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเริ่มชีวิตใหม่ที่สหรัฐจนเป็นผู้บุกเบิกเบียร์อเมริกันที่ขายดีที่สุดในประเทศ ส่วนโฆษณาดังอีกตัวเป็นของบริษัทวัสดุก่อสร้าง “84 ลัมเบอร์” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้อพยพ 2 แม่ลูกที่กระเสือกกระสนมาเริ่มชีวิตใหม่ที่อเมริกา แต่ก็ต้องเจอกำแพงเมืองสหรัฐตั้งตระหง่าน แม้สุดท้ายจะมีประตูที่เปิดให้แม่ลูกคู่นี้เข้าไปได้ก็ตาม แต่โฆษณาตัวหลังนี้ถูกเซ็นเซอร์ฉากกำแพงออกไปตามระเบียบ ที่ไม่ต้องการให้เน้นเรื่องการเมืองโฉ่งฉ่างมากจนเกินไป
เช่นเดียวกับไฮไลต์การแสดงช่วงพักครึ่งโดยเลดี้ กาก้า ศิลปินสาวที่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ LGBT และต่อต้านนโยบายของทรัมป์ ก็ไม่ได้ส่งสาสน์
ท้าทายทรัมป์อย่างตรงตัวออกมาตามที่บางฝ่ายคาดหวังเอาไว้ มีแต่ฉาบเอาไว้ผ่านบทเพลง เช่น This land is your land เท่านั้น
ซูเปอร์โบว์ลอาจจบลงแล้วพร้อมกับชัยชนะของ นิวอิงแลนด์ แพทริ อ็อตส์ แต่ความแตกแยกทางการเมืองในสหรัฐที่สะท้อนออกมาในหลายรูปแบบหลากวงการ ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป และยังไม่มีแววจะลดลงได้ง่ายๆ
ภายในช่วงใน 4 ปีนี้







