
คลอดมาตรการปราบ “ฆาตกรอาชีวะ” กทม.พาเที่ยววังตะไคร้
กทม.มีลดความตึงเครียดระหว่างสถาบัน โดยคัดเลือกเด็กนักเรียนอาชีวะหัวโจก 100 คน จากหลากหลายสถาบันมาเข้าร่วมกิจกรรมออกค่ายอบรมผู้นำที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกวังตะไคร้ จ.นครนายก...
กทม.มีลดความตึงเครียดระหว่างสถาบัน โดยคัดเลือกเด็กนักเรียนอาชีวะหัวโจก 100 คน จากหลากหลายสถาบันมาเข้าร่วมกิจกรรมออกค่ายอบรมผู้นำที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกวังตะไคร้ จ.นครนายก...
โดย ..อาทิตย์ เคนมี
หลังเกิดเหตุ “ฆาตกรอาชีวะ” ลั่นไกปืนมรณะหมายสังหารนักเรียนคู่อริ แต่กระสุนพลาดไปถูกเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคือ ด.ช.จตุพร ผลผกา หรือ “น้องเทียน” วัย 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ จนเสียชีวิต โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทำให้หลายหน่วยงานพากันระดมสมองหาแนวทางแก้ปัญหากันแบบล้อมคอกเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ศพของน้องเทียนจึงอาจไม่ใช่เหยื่อรายสุดท้ายที่ต้องสังเวยให้กับแก๊งอันธพาลช่างกล
ในวงประชุมของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียนอาชีวะ ผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการสำนัก และผู้กำกับ สน.ท้องที่ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งมาตรการป้องกัน การปราบปราม และบทลงโทษต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับประกันได้ว่า 100% นับจากนี้ไปจะไม่เกิดเหตุขึ้นซ้ำอีก
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. วางกรอบการหารือไว้ 2 ประเด็นหลักคือ 1.การเข้มงวดกวดขันในพื้นที่จุดเสี่ยงต่อการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท เช่น ป้ายรถเมล์ ตลาด ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง โดยให้มีการติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 2.การจับตาพฤติกรรมเด็กนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่แนวโน้มว่าจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุอุกอาจ
ผู้ว่าฯกทม. บอกว่า หากพบว่าเด็กนักเรียนคนใดมีปัญหาด้านพฤติกรรม ทาง กทม.ก็พร้อมจะส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้คำปรึกษาเยียวยาด้านสุขภาพจิต เพราะถ้าไม่เร่งแก้ไขตั้งแต่วันนี้ก็จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่สิ้นสุด
ขณะเดียวกัน กทม.รับปากว่า จะเร่งดำเนินการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ให้ครอบคลุมและทั่วถึงพื้นที่เสี่ยงภัยอันธพาล โดยยอมรับว่าที่ผ่านมากล้องซีซีทีวีหลายจุดชำรุดเสียหาย ทำให้ไม่สามารถจับภาพคนร้ายได้ ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชี้แจงว่า ปัญหาเรื่องอุปกรณ์ที่ไม่สามารถใช้งานได้ ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน่วยงาน กทม.เท่านั้น แต่หลายประเทศทั่วโลกก็มักประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน
ว่าที่ ร.ต.เศวตชัย ทรัพย์บุญมี ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี รายงานว่า ในย่านมีนบุรีมีจุดเกิดเหตุซ้ำซากคือ บริเวณหน้าตลาด และห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เพราะเป็นจุดศูนย์รวมในการเดินทาง ทำให้นักเรียนจากหลายสถาบันต้องเผชิญหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย
ปัญหาที่ผู้อำนวยการเขตมีนบุรีตั้งข้อสังเกตก็คือ จะมีวิธีการอย่างไรในการส่งสัญญาณหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายว่าจะมีนักเรียนตีกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่รุดมายังจุดปะทะได้อย่างทันท่วงที
เช่นเดียวกับนายว่องไว วิฑูรย์ชาติ กรรมการผู้จัดการตลาดมีนบุรี ยอมรับว่า ตลาดมีนบุรีนอกจากจะแหล่งรวมของประชาชนในการเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยแล้ว ยังเป็นจุดนัดพบของบรรดาอันธพาลกวนเมือง ซึ่งทุกครั้งที่เกิดเหตุนักเรียนยกพวกตีกัน ประชาชนก็ไม่รู้ว่าจะแจ้งได้ที่หน่วยงานใด เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้
นายว่องไว บอกว่า อยากวิงวอนให้ตำรวจ สน.ท้องที่ และอาจารย์โรงเรียนอาชีวะทุกแห่งช่วยกันจัดเวรยามมาสอดส่องดูแลพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้ทุกเช้าและเย็น รวมถึงตั้งจุดตรวจค้นอาวุธอย่างเข้มงวด อย่างน้อยก็จะช่วยปรามให้เด็กเหล่านี้ย้ายไปรวมตัวกันที่อื่น เพื่อจะได้ไม่กระทบต่อประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ด้านนายทำนอง นาคสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ระบุว่า เด็กนักเรียนวัย 16 ปี ที่เป็นมือสังหารน้องเทียน รวมทั้งนายปริวรรต เลาะภูมิ หรือ ติ๊บ อายุ 19 ปี ขณะนี้ถือว่าพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาแล้ว ซึ่งตำรวจจะเร่งสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนหนึ่ง หากสืบหาตัวได้จะไม่เอานักเรียนเหล่านี้ไว้ให้เสียชื่อเสียงสถาบันอีก
“อยากฝากบอกว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น อย่าโทษสถาบันเพียงฝ่ายเดียว เพราะทำให้ครูท้อแท้ ทั้งที่เราทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว ผู้ปกครองเองก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบด้วยว่าเลี้ยงดูบุตรหลานดีแล้วหรือไม่” นายทำนอง กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้วที่ประชุมร่วมระหว่าง กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 2 ชั่วโมง ก็ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ โดยคลอดมาตรการระยะสั้นที่มุ่งเน้นการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์ โดยให้ผู้บริหารโรงเรียนอาชีวะไปเกณฑ์เหล่าบรรดานักเรียนอาชีวะระดับหัวโจก หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะออกนอกลู่นอกทาง ให้มาร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ เช่น ขุดลอกท่อระบายน้ำ เก็บผักตบชวา กวาดลานวัด กวาดมัสยิด ปลูกต้นไม้ เป็นต้น เริ่มครั้งแรกวันที่ 5 ก.ย.นี้
นอกจากนี้ กทม.ยังมีมาตรการสุดพิเศษเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสถาบัน โดยจะคัดเลือกเด็กนักเรียนอาชีวะหัวโจก 100 คน จากหลากหลายสถาบันมาเข้าร่วมกิจกรรมออกค่ายอบรมผู้นำที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกวังตะไคร้ จ.นครนายก
ผู้ว่าฯกทม. ระบุด้วยว่า ไม่เพียงจะมีการฝึกอบรมเท่านั้น ยังจะจัดให้มีกิจกรรมเดินป่า ล่องแก่ง หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่จัดขึ้นต่อเนื่อง หากประสบความสำเร็จอาจมีการขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ที่มีปัญหาทะเลาะวิวาทของนักเรียนช่างกลต่อไป
“กิจกรรมออกค่ายจะทำให้ทุกคนมีโอกาสใช้ชีวิตกินอยู่ร่วมกันในช่วงปิดเทอม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ระหว่างนักเรียนต่างสถาบัน คาดว่าจะเริ่มในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่ง กทม.จะพิจารณาจัดงบประมาณสนับสนุนให้” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ทั้งหมดนี้คือผลงานจากการระดมสมองของผู้บริหารระดับสูง ทั้งฝ่าย กทม. ผู้อำนวยการโรงเรียน และตำรวจ ที่หวังว่าจะช่วยละลายพฤติกรรมโฉดของเหล่านักเลงอันธพาลที่แฝงตัวอยู่ในคราบนักเรียน ท่ามกลางบรรยากาศงานสวดศพของน้องเทียนที่เพิ่งเริ่มมาได้ไม่กี่วัน







