
ปส.เร่งจับอีก3เครือข่ายไซซะนะ พบลูกนักการเมืองเชื่อมโยงบางเรื่อง
3หน่วยถกความคืบหน้าคดีเครือข่ายยาเสพติดไซซะนะ เผยเร่งจับกุมอีก3ที่ยังหลบหนี พบลูกนักการเมืองเอี่ยวบางเรื่อง
3หน่วยถกความคืบหน้าคดีเครือข่ายยาเสพติดไซซะนะ เผยเร่งจับกุมอีก3ที่ยังหลบหนี พบลูกนักการเมืองเอี่ยวบางเรื่อง
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กล่าวภายหลังการ ประชุม 3 ฝ่าย คือบช.ปส. สำนักงานป.ป.ส. และป.ป.ง. เพื่อติดตามความคืบหน้าการขยายผลจับกุมเครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาวว่า วันนี้ ทุกฝ่ายได้นำผลสรุปการปฏิบัติมารายงานต่อที่ประชุม โดยมีข้อสรุปดังนี้ 1.ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีคดียาเสพติดในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนบช.ปส. 8 คดี รวมผู้ต้องหาที่จับกุมได้ 11 คน ยังต้องเร่งรัดจับกุมอีก 3 คน รวมทั้งต้องตรวจสอบสืบสวนทรัพย์สินต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายอีกหลายรายการ
2.การตรวจอายัดทรัพย์สินต่างๆ ที่มีหลายรายการทั้งบ้าน ที่ดิน ทองรูปพรรณ วัว รถจักรยานยนต์ รถแลมโบกินี ฯลฯ ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ตรวจยึดไว้เป็นรายงานเสนอสำนักงานป.ป.ส. เพื่อมีคำสั่งตรวจสอบทรัพย์สิน
3.ด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคารต่างๆ ที่รวบรวมมาได้จะส่งให้ปปง. ตรวจสอบและวิเคราะห์บัญชี ซึ่งเป็นเส้นทาง ร่องรอยการเงินต่างๆ เพื่อดำเนินการตามมูลฐานความผิดยาเสพติด
พล.ต.ต.พรชัย กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาว่า หลักฐานที่ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง นำมาแสดงพอเพียงหรือไม่ เอกสารบางรายการจำเป็นต้องไปค้นหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ รวมทั้งบุคคลต่างๆ ทั้งดารา บุคคลที่มีชื่อเสียงควรเชิญมาเป็นพยาน ต้องตรวจสอบหรือควรเชิญมาสอบปากคำประกอบสำนวนหรือไม่ และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็น ซึ่งจะต้องรอข้อสรุปการประชุมของทุกฝ่ายก่อน
พล.ต.ต.พรชัย กล่าวอีกว่า าส่วนกระแสข่าวที่มีลูกนักการเมืองอาจเชื่อมโยงอยู่ในขบวนการหรือไม่นั้น จะนำข้อมูลเรื่องนี้มาพูดคุยประชุมหารือกัน ซึ่งในการสืบสวนพบว่ามีการเชื่อมโยงกันในบางเรื่อง แต่จะร่วมกันพิจารณาดูว่ามีความจำเป็นหรือไม่ หากจำเป็นก็จะต้องเชิญตัวมาให้ข้อมูลทั้งดารา นักเเสดง ผู้มีชื่อเสียง ส่วนจะมากน้อยขนาดไหนมีความจำเป็นที่ต้องเชิญตัวมาหรือไม่จะต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ด้าน พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผบช.ปส. กล่าวว่า พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.ได้มอบนโยบายให้ปฏิบัติตามแผน โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด มุ่งในกลุ่มผู้อยู่ในขบวนการในเครือข่ายให้สิ้นซากไป ไม่สามารถจำหน่ายยาเสพติดได้ การดำเนินการในช่วงหลังจะไม่เห็นการจับกุมยาเสพติดแต่เปลี่ยนวิธีการจับกุมเป็นการจับกุมต้นทาง เพื่อถอนรากถอนโคนกลุ่มพ่อค้ายาที่ทำตัวลักษณะเป็นนายทุน ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน เพราะหากให้ข่าวเร็วไปตัวการใหญ่อาจจะไม่ได้ หรือให้ข่าวช้าไปก็อาจโดนตำหนิได้
ส่วนกรณีที่สังคมออนไลน์ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) มีการเรียกร้องให้ปล่อยตัว นายไซซานะ โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานในการควบคุมตัว ไม่พบยาหรือสิ่งผิดกฎหมายในตัวนั้น ตำรวจไม่กังวล เพราะมีหลักฐานและได้มีการประสานกับทางการ สปป.ลาวมาตลอด







